Skip to content

ดูปฏิกิริยาไบเดน-ทีมสหรัฐ หลัง “วากเนอร์” ป่วนจนเผยจุดอ่อน “ปูติน” 

26 มิ.ย. 2566 | 19:12น.
ดูปฏิกิริยาไบเดน-ทีมสหรัฐ หลัง “วากเนอร์” ป่วนจนเผยจุดอ่อน “ปูติน” 

ดูปฏิกิริยาโจ ไบเดน และฝั่งสหรัฐอเมริกา-ยูเครน หลังกลุ่มวากเนอร์ป่วนในรัสเซียเผยให้เห็นจุดอ่อนของวลาดิมีร์ ปูติน 

จากกรณีกลุ่มวากเนอร์ กลุ่มทหารรับจ้างของรัสเซียประกาศบุกกรุงมอสโกในวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ประกาศตอบโต้ทันควันว่าจะจัดการขั้นเด็ดขาด แล้วเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น หัวหน้าวากเนอร์ก็ยกเลิกบุกมอสโก สั่งเคลื่อนกำลังออกจากรัสเซียไปประเทศเบลารุส 

ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐ (ทำเนียบขาว) เปิดเผยว่า ในวันที่ 25 มิถุนายน 2566 ตามเวลาสหรัฐ ซึ่งตรงกับ 26 มิถุนายน 2566 ตามเวลาประเทศไทย ประธานาธิบดีโจ ไบเดน (Joe Biden) ของสหรัฐอเมริกา และประธานาธิบดี โวโลดีมีร์ เซเลนสกี (Volodymyr Zelensky) ของยูเครน สนทนาทางโทรศัพท์เกี่ยวกับการยืนหยัดต่อต้านรัสเซียอย่างต่อเนื่องของยูเครน และเหตุการณ์ล่าสุดในรัสเซีย ที่กลุ่มวากเนอร์ก่อกบฏก่อนประกาศยกเลิกปฏิบัติการ 

รายงานข่าวระบุว่า ไบเดนยืนยันการสนับสนุนอย่างไม่เปลี่ยนแปลงที่สหรัฐมีให้ยูเครน โดยมีความช่วยเหลือให้อย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และมนุษยธรรม 

ฝ่ายยูเครน ประธานาธิบดีเซเลนสกีทวีตเกี่ยวกับการสนทนาของเขากับไบเดน และในข่าวเผยแพร่ของทำเนียบประธานาธิบดียูเครนระบุว่า ผู้นำทั้งสองประเทศได้หารือเกี่ยวกับการขยายความร่วมมือด้านกลาโหมเพิ่มเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพิ่มอาวุธให้ยูเครนโดยเน้นที่อาวุธระยะไกล และการจัดหาระบบป้องกันภัยทางอากาศ Patriot รวมถึงสหรัฐได้สนับสนุนกลุ่มพันธมิตรในการจัดหาเครื่องบินรบให้ยูเครน

ด้านแอนโทนี่ บลิงเคน (Antony Blinken) รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่า การท้าทายปูตินของกลุ่มวากเนอร์เป็นการเผชิญความท้าทายที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนของวลาดิมีร์ ปูติน (Vladimir Putin) ซึ่งเผยให้เห็นรอยร้าวในความแข็งแกร่งของการเป็นผู้นำของเขา ซึ่งอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ หรือหลายเดือนกว่าจะเห็นผล 

บลิงเคนและสมาชิกสภาคองเกรสหลายคนกล่าวในการสัมภาษณ์ทางโทรทัศน์หลายรายการว่า ความวุ่นวายในรัสเซียในวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา ทำให้ปูตินอ่อนแอลง และสามารถช่วยให้ยูเครนต่อต้านกองกำลังรัสเซียได้ ในขณะเดียวกัน ก็เป็นประโยชน์ต่อเพื่อนบ้านของรัสเซีย รวมถึงโปแลนด์และสามประเทศกลุ่มรัฐบอลติก

บลิงเคนกล่าวว่า ความตึงเครียดระหว่างวากเนอร์กับกองทัพรัสเซีย-ที่จุดประกายให้เกิดการกระทำดังกล่าว-ได้เพิ่มขึ้นในช่วงเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา และเขาเสริมว่าภัยคุกคามจากความวุ่นวายภายในอาจส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการรบของรัสเซียในยูเครน 

เจ้าหน้าที่ของสหรัฐจับตามองอย่างใกล้ชิด และคาดว่าจะได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ในรัสเซียเพิ่มเติมในเร็ว ๆ นี้ รวมถึงรายละเอียดของข้อตกลงของรัสเซียกับเยฟเกนี พริโกซิน (Yevgeny Prigozhin) หัวหน้ากลุ่มวากเนอร์ ซึ่งมีอเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโก (Alexander Lukashenko) ประธานาธิบดีเบลารุสเป็นคนกลางเจรจา 

ไมค์ เทิร์นเนอร์ (Mike Turner) ประธานคณะกรรมการข่าวกรองของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐกล่าวว่า ปฏิบัติการของปูตินต่อยูเครนในอนาคตอาจถูกยับยั้งได้ จากการยืนยันของพริโกชินที่ว่า เหตุผลในการรุกรานยูเครนนั้นมาจากการโกหก 

พลอากาศโทฟิลิป บรีดเลิฟ (Philip Breedlove) อดีตหัวหน้ากองบัญชาการภาคพื้นยุโรปของสหรัฐกล่าวว่า ความวุ่นวายในรัสเซียแสดงให้เห็นถึงความเสื่อมโทรมของขีดความสามารถของกองทัพรัสเซีย 

“หนึ่งในผลลัพธ์ที่ผมเชื่อจากสิ่งที่เกิดขึ้นใน 36 ชั่วโมงที่ผ่านมา หรืออาจจะถึง 48 ชั่วโมงก็คือ สถาบันในรัสเซียที่เราเห็นมานานว่ามีความมั่นคงสูง กำลังค่อย ๆ หลุดรุ่ย” บรีดเลิฟกล่าว 

เบน คาร์ดิน (Ben Cardin) วุฒิสมาชิกสหรัฐจากพรรคเดโมแครตกล่าวว่า ความวุ่นวายในรัสเซียช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่ได้ทำให้สหรัฐลดความต้องการช่วยเหลือยูเครนลง  

“นี่เป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับยูเครน การตอบโต้ครั้งนี้จะเป็นตัวกำหนดว่าเราจะไปอยู่ที่ไหนในปีหรือสองปีข้างหน้า” 

ดอน เบคอน (Don Bacon) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรครีพับลิกัน อดีตนายพลกองทัพอากาศสหรัฐกล่าวว่า การที่ปูตินอ่อนกำลังลงจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศเพื่อนบ้านของรัสเซีย รวมถึงฟินแลนด์ เอสโตเนีย ลัตเวีย ลิทัวเนีย และโปแลนด์