OPPO เปิดตัวมือถือเรือธงรุ่นกลางตระกูล Reno10 Series 5G ชูจุดแข็งกล้องเทเลโฟโต้ในมือถือระดับกลาง พร้อม AI Portrait
วันที่ 20 กรกฎาคม 2566 OPPO ประเทศไทย ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนในตระกูล Reno10 Series เน้นความเป็น “The Portrait Expert” การถ่ายภาพพอร์เทรตที่ซูมได้ โดยการใช้กล้องเทเลโฟโต้มาใส่ในสมาร์ทโฟนรุ่นกลาง โดย Reno10 Series มี 3 รุ่นย่อย ได้แก่
1.Oppo Reno10 ให้กล้องหลังความละเอียด 64 ล้านพิกเซล กล้องเทเลโฟโต้ Portrait Camera 32 ล้านพิกเซล ซูมออปติคอลได้ 2 เท่า โดยทางยาวโฟกัสจะทำให้บีบอัดระยะของบุคคลในภาพและพื้นที่ภายในภาพ เพื่อทำให้ตัวแบบใกล้ขึ้นและโดดเด่นขึ้น
กล้องอัลตราไวด์ 8 ล้านพิกเซล
กล้องทั้งหมดมีเซ็นเซอร์ RGBW IMX709 ขนาดใหญ่จับภาพที่มีความละเอียดสูงสุด โดยยังคงให้ความสำคัญเรื่องของการถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อย
กล้องหน้าเป็นกล้องแบบเซลฟี 32 ล้านพิกเซล
ใช้ชิปเซต Mediatek MT6877V Dimensity 7050
จอภาพ AMOLED แบบโค้ง 3D ขนาด 6.7 นิ้ว Full HD+ รีเฟรชเรต 120Hz และ Touch Sampling Rate ที่ 240Hz มาตรฐานสี DCI P3 รองรับคอนเทนต์ HDR10+ ความสว่างจอสูงสุด 950 นิตส์
RAM 8GB และ ROM 256GB มีฟีเจอร์ RAM Plus ดึงเซอร์ชวลแรมได้อีก 8GB รวมเป็น 16GB
แบตเตอรี่ 5,000 mAh รองรับชาร์จเร็ว 67W ชาร์จจาก 0-31% ใช้เวลา 10 นาที
ราคา 13,990 บาท มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีเทา Silvery Grey และสีฟ้า Ice Blue

2.Oppo Reno10 Pro กล้องหลัก 50 ล้านพิกเซล กล้องเทเลโฟโต้ 32 ล้านพิกเซล และกล้องอัลตราไวด์ 8 ล้านพิกเซล
ใช้ชิป Qualcomm SM7325 Snapdragon 778G 5G
Ram 12GB และ ROM 256GB
แบตเตอรี่ความจุ 4,600 mAh รองรับชาร์จเร็ว SuperVOOC 80W ชาร์จจาก 0-48% ใช้เวลาเพียง 10 นาที
ส่วนหน้าจอใช้สเป็กเดียวกับ Reno10 ธรรมดา
ราคา 17,990 บาท 2 สี ได้แก่ สีเทา Silvery Grey และสีฟ้า Ice Blue
3.Oppo Reno10 Pro+ กล้องหลัก 50 ล้านพิกเซล กล้อง Periscope Telephoto 64 ล้านพิกเซล ซูมออปติคอลได้ 3 เท่า และกล้องอัลตราไวด์ 8 ล้านพิกเซล
Oppo Reno10 Pro+ ใช้ชิปรุ่นใหม่ล่าสุด Qualcomm SM8475 Snapdragon 8+ Gen
RAM 12GB และ ROM 256GB
แบตเตอรี่ 4,700 mAh พร้อมด้วยเทคโนโลยี 100W SUPERVOOC ชาร์จแบตเตอรี่ 1 เปอร์เซ็นต์ ไป 50 เปอร์เซ็นต์ ภายใน 9.30 นาที พร้อมระบบระบายความร้อน Ultra-Conductive ติดตั้งในตัว
จอแบบ AMOLED แบบโค้ง 3D ขนาด 6.74 นิ้ว ความละเอียด 1.5K (1240 x 2772) รีเฟรชเรต 120Hz และ Touch Sampling Rate ที่ 240Hz และ HDR10+
ความสว่างสูงสุดที่ 1400 นิตส์
มีให้เลือก 2 สี คือ สีเทา Silvery Grey และสีม่วง Glossy Purple
วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั้ง 3 รุ่นพร้อมกันวันที่ 27 กรกฎาคม 2566