ความสำคัญของเครื่อง AED ในที่ทำงาน เพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วยภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน
ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน (Sudden Cardiac Arrest) ถือเป็นอีกหนึ่งภัยเงียบที่คร่าชีวิตผู้คนในแต่ละปี ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กะทันหันโดยที่เราไม่สามารถรู้ล่วงหน้า โดยผู้รอดชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันทั่วโลกมีน้อยกว่า 10 เปอร์เซ็นต์[1] ในขณะที่ประเทศไทย โรคหัวใจขาดเลือดถือเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 4 รองจากมะเร็ง โรคหลอดเลือดสมอง และปอดอักเสบ[2] จากข้อมูลของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติพบว่าในปี 2562 ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือด (Cardiovascular Diseases: CVDs) มากถึง 350,922 ราย และเสียชีวิตจำนวน 20,556 ราย[3] ดังนั้นเราควรมีวิธีการและเครื่องมือในการช่วยเหลือผู้ป่วยเบื้องต้นเมื่อเกิดเหตุภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน
เตรียมพร้อมด้วยเครื่องมือ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย
ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันเกิดจากการที่หัวใจสูญเสียการทำงานกะทันหัน ทำให้หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดที่มีออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ทัน และทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดปกติที่มีความอันตรายถึงชีวิต[4] ดังนั้น การมีความรู้เรื่องการกู้ชีพขั้นพื้นฐาน (CPR) หรือการใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติหรือ AED เป็นสิ่งสำคัญ โดยผลการวิจัยพบว่า การทำ CPR อย่างถูกต้อง หรือการใช้เครื่อง AED ช็อกกระตุ้นหัวใจอย่างถูกต้องภายใน 3-5 นาทีแรก จะเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตได้ถึง 49-75%[5]
กำหนดให้อาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่มีพื้นที่ติดตั้งเครื่อง AED
ในประเทศไทย รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของอาคารสถานที่และผู้ที่อยู่ภายในอาคารต่าง ๆ ด้วยลักษณะอาคารสำนักงานและอีกหลายปัจจัยที่ทำให้ยากต่อการรับมือเหตุฉุกเฉินและการเข้าถึงผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว ประกอบกับภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันอาจเกิดขึ้นที่ไหนและกับใครก็ได้ โดยกระทรวงมหาดไทยได้ออกประกาศในกฎกระทรวงฉบับที่ 69 (พ.ศ. 2564) โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2564 เป็นต้นมา กำหนดให้อาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษต้องมีพื้นที่หรือตำแหน่งเพื่อติดตั้งเครื่อง AED โดยรายละเอียดของเครื่อง AED จำนวน ตำแหน่ง และระบบการติดตั้งให้เป็นไปตามมาตรฐานการปฏิบัติการฉุกเฉินที่คณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉินประกาศกำหนด โดยประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉินได้ระบุเรื่องมาตรฐานว่า ตำแหน่งเพื่อติดตั้งเครื่อง AED ในพื้นที่ภายในตัวอาคารให้ติดตั้งในจุดที่สังเกตได้ง่าย มองเห็นได้ในที่มืด จุดติดตั้งต้องอยู่ในจุดที่ปลอดภัยสูงจากพื้นไม่เกิน 1.5 เมตร และสามารถนำมาใช้งานได้สะดวก รวมถึงต้องคำนึงถึงการเข้าถึงและนำมาช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินหัวใจหยุดเต้นได้ภายในระยะเวลา 4 นาทีนับตั้งแต่พบผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้น[6] นอกจากนี้ เจ้าของอาคารสถานที่ควรต้องกำหนดแนวทางการประสานงานการแจ้งเหตุการรายงานไปยังหน่วยปฏิบัติการอำนวยการหรือสถานพยาบาล ในการขอคำแนะนำการดูแลผู้ป่วย การนำส่งผู้ป่วยได้อย่างปลอดภัยและทันท่วงทีรวมถึงการฝึกซ้อมตามแนวทางที่กำหนดอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งด้วย[6]
HeartSine samaritan PAD model 500P เป็นเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) ตัวเครื่องขนาดเล็ก ขนาดเพียง 20 ซม. X 18.4 ซม. X 4.8 ซม. ด้วยน้ำหนักเพียง 1.1 กิโลกรัม และใช้งานง่ายด้วยระบบ CPR Advisor แสดงผลลัพธ์การช่วยชีวิตแบบ CPR แบบเรียลไทม์ด้วยภาพและเสียง สามารถแนะนำผู้ช่วยเหลือผู้ป่วยตลอดทุกขั้นตอน นอกจากนี้ยังใช้การวัดความต้านทานไฟฟ้าของคลื่นไฟฟ้า เพื่อวิเคราะห์น้ำหนักและความถี่ในการกดหน้าอกผู้ป่วย
อ่านคำเตือนในฉลากและเอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์ก่อนใช้
ข้อห้ามใช้
- ห้ามใช้ HeartSine samaritan PAD ในการรักษาผู้ป่วยหากผู้ป่วยมีการตอบสนองหรือมีสติอยู่
คำเตือนและข้อควรระวัง
- อุปกรณ์แต่ละชนิดผลิตขึ้นเพื่อให้บุคคลทั่วไปเป็นผู้ใช้งาน ผู้ใช้ควรผ่านการอบรม CPR และการใช้ AED มาแล้ว อย่างไรก็ตาม หากอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ผู้ช่วยเหลือที่เป็นบุคคลทั่วไปซึ่งไม่เคยได้รับการฝึกก็สามารถใช้ HeartSine samaritan PAD ได้
- HeartSine Samaritan PAD จะทำการช๊อตไฟฟ้าเพื่อทำการรักษาที่อาจเกิดอันตรายร้ายแรงทั้งต่อตัวผู้ใช้หรือผู้ที่อยู่รอบข้าง ระมัดระวังไม่ให้มีคนสัมผัสตัวผู้ป่วยเมื่อทำการช๊อตไฟฟ้า
- อย่าทำให้การรักษาล่าช้าด้วยการพยายามค้นหาอายุและน้ำหนักที่แท้จริงของผู้ป่วย
ใบแจ้งรายการละเอียดที่ 64-2-2-2-0008260 และ 64-2-2-2-0005393
จัดจำหน่ายโดย: บริษัท โพรสเพอรัส จำกัด 279 ซอยสุขุมวิท 62 แขวงพระโขนงใต้ เขตพระโขนง กรุงเทพฯ 10260 โทร 0829656540
บริษัท เจี่ยรักษา จำกัด 36/5 ถนนเพชรเกษม หมู่ที่ 7ตําบล อ้อมน้อย อําเภอ กระทุ่มแบน จังหวัด สมุทรสาคร 74130 โทร 024200661
ข้อมูลอ้างอิง
1.Global Resuscitation Alliance. Why the GRA Matters [อินเทอร์เน็ต]. Global Resuscitation Alliance; 2564 [อ้างอิง 14 มีนาคม 2566]. สืบค้นจาก: https://www.globalresuscitationalliance.org/why-it-matters/
2.สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ. สถานการณ์และแนวโน้มสุขภาพและการแพทย์ฉุกเฉิน
(ระดับโลกและประเทศไทย) [อินเทอร์เน็ต]. มกราคม 2565 [อ้างอิง 14 มีนาคม 2566]; หน้า 3. สืบค้นจาก: https://www.niems.go.th/1/UploadAttachFile/2022/EBook/414764_20220208161448.pdf
3.สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ. สถานการณ์และแนวโน้มสุขภาพและการแพทย์ฉุกเฉิน
(ระดับโลกและประเทศไทย) [อินเทอร์เน็ต]. มกราคม 2565 [อ้างอิง 14 มีนาคม 2566]; หน้า 4. สืบค้นจาก: https://www.niems.go.th/1/UploadAttachFile/2022/EBook/414764_20220208161448.pdf
4.American Heart Association. Heart Attack and Sudden Cardiac Arrest Differences [อินเทอร์เน็ต]. Dallas Texas: American Heart Association; 2565 [อ้างอิง 14 มีนาคม 2566]. สืบค้นจาก: https://www.heart.org/en/health-topics/heart-attack/about-heart-attacks/heart-attack-or-sudden-cardiac-arrest-how-are-they-different
5.Ibrahim W.H. Recent advances and controversies in adult cardiopulmonary resuscitation. 2550. Postgraduate medical journal, 83(984), 649–654 [อ้างอิง 14 มีนาคม 2566].
6.ประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน เรื่องมาตรฐานการปฏิบัติการฉุกเฉินในการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานนอกสถานพยาบาล พ.ศ.๒๕๖๔
ใบอนุญาตโฆษณาเลขที่ ฆพ. 837/2566