ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มดัชนีใหม่ SET50FF-SET100FF เริ่มบังคับใช้ 1 ม.ค. 2567 “บล.เอเซีย พลัส” เปิดโผหุ้นรับประโยชน์ ชี้นำฟรีโฟลตเข้ามาปรับน้ำหนักในดัชนี เป็นทางเลือกลงทุนใหม่ที่ดี-เห็นสภาพคล่องเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม
วันที่ 9 สิงหาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ เตรียมเผยแพร่ดัชนีใหม่ SET50 Free Float Adjusted Market Capitalization Weighted Index (SET50FF) และ SET100 Free Float Adjusted Market Capitalization Weighted Index (SET100FF) เพื่อเป็นทางเลือกในการใช้งาน สำหรับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมจากดัชนี SET50 และดัชนี SET100 ที่มีอยู่ในปัจจุบัน
โดยหลักเกณฑ์ในการจัดทำ 2 ดัชนีใหม่ (2 new free float adjusted indices) นั้น ในหลักการจะใช้การคัดเลือกหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี เช่นเดียวกับดัชนี SET50 และดัชนี SET100
แต่การคำนวณน้ำหนักของหลักทรัพย์ในดัชนีจะใช้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดและถ่วงน้ำหนักด้วยสัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float)
โดยตลาดหลักทรัพย์จะเริ่มเผยแพร่ดัชนี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป และจะปรับปรุงหลักเกณฑ์การจัดทำดัชนีและเผยแพร่บนเว็บไซต์ต่อไป
ด้านฝ่ายวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินว่า ดัชนีใหม่ SET50FF และ SET100FF น่าจะมีแนวโน้ม หรือ Sentiment ต่อตลาดและหุ้นต่าง ๆ ดังนี้
1.ดัชนีใหม่ ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในอนาคต ช่วยลดความผันผวนในดัชนีเก่าจากหุ้นที่มีสัดส่วนรายย่อยต่ำ หนุนให้กองทุนทั้งไทยและต่างประเทศ อาจนำมาเป็น Benchmark วัดผลการดำเนินงานของกองทุนใหม่ ๆ เพิ่มเติม
2.สภาพคล่องของดัชนีใหม่มีโอกาสสูงขึ้น เบื้องต้นฝ่ายวิจัยฯ คำนวณ Turnover ของ SET100 ในปี 2566 ได้ 70.1% ต่อปี แต่ถ้าแปลงเป็นดัชนีใหม่ จะเพิ่มขึ้นมาเป็น 80.2% ต่อปี

3.เซ็กเตอร์ที่มีโอกาสได้สัดส่วนเพิ่มขึ้นจากปกติ เด่น ๆ คือ BANK, HELTH, CONMAT, TOURISM, CONS มีโอกาสที่น้ำหนักจะเพิ่มขึ้นสูงเกิน 40% จากน้ำหนักดัชนีเดิม

4.หุ้นที่มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อย ( Free float) ต่ำจะไม่ถูกกดดันเหมือนความกังวลที่ผ่าน ๆ มา เพราะจะไม่ถูกกำจัดออกจาก SET50 และ SET100 อาทิ หุ้นใหญ่ที่มีFreefloat น้อย เริ่มจาก DELTA 22.4%, OR 23.7%, GPSC 24.8%, AWC 25%, GULF 26.1%, INTUCH 28.4% และ AOT 30% เป็นต้น
5.หุ้นที่มี Freefloat สูงกว่าค่าเฉลี่ยราว 48% จะได้รับ Sentiment เชิงบวก เพราะจะมีน้ำหนักในดัชนีใหม่สูงมากกว่าดัชนีเดิมพอสมควร
อาทิ BBL มี Freefloat สูงสุด 98.6% มีโอกาสถูกเพิ่มน้ำหนักจาก 2.2% ในSET100 มาเป็น 4.8% ใน SET100FF หรือเพิ่มขึ้นกว่า 117% จากสัดส่วนเดิมตามมาด้วย KKP มี Freefloat 92.6%, BANPU 90.8%, KBANK 79.7%, SCB 76.4%, CENTEL 76.3%, TCAP74.5%, TISCO 73.8%, AMATA 72.1%, SIRI 71.2%, AP 70.0%, TU 69.9% และหุ้นอื่น ๆ ตามตารางด้านล่าง

“สรุปการเพิ่มดัชนีใหม่ ที่มีการนำฟรีโฟลตเข้ามาปรับน้ำหนักในดัชนี ถือว่าเป็นการสร้างสีสัน และทางเลือกในการลงทุนใหม่ ๆ ที่ดี อีกทั้งภาพรวมยังมีโอกาสเห็นสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม แนะนำหุ้นได้ sentiment เชิงบวกจากประเด็นดังกล่าว ชอบ BBL, BANPU, KBANK, SCB, CENTEL, SIRI, TU, CPN, STEC”