เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
Biz Movement พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
Real Estate รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
Real Estate สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
Business ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
Economic ‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
Economic พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
World สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
Economic เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
อดีตทูตรัศม์  ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
Politics อดีตทูตรัศม์ ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
จับตา ‘ไต้ฝุ่นดอลฟิน’ แรงสุดระดับ 5 ถล่มญี่ปุ่น-จีน แต่ไม่กระทบไทย ฝนยังตกหนักถึง 1 ส.ค.
Economic จับตา ‘ไต้ฝุ่นดอลฟิน’ แรงสุดระดับ 5 ถล่มญี่ปุ่น-จีน แต่ไม่กระทบไทย ฝนยังตกหนักถึง 1 ส.ค.
ดูทั้งหมด

WHA Group มาตามนัด กำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2566 เพิ่มขึ้น 199%

11 ส.ค. 2566 | 10:33น.
WHA Group

WHA Group มาตามนัด กำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2566 เพิ่มขึ้น 199% ยอดขายที่ดินครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว ประกาศปรับเป้ายอดขายที่ดินใหม่ รับการย้ายฐานผลิตของจีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น และสหรัฐเพิ่ม โชว์ฟอร์มเด่นเซ็นสัญญาเช่าที่ดินกว่า 300 ไร่ในเวียดนาม กับผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของโลก

วันที่ 11 สิงหาคม 2566 บมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (“WHA Group”) แจ้งงบฯผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/2566 บริษัทมีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไร 3,248.1 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 866.1 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรปกติ 3,150.5 ล้านบาท และกำไรปกติ 817.3 ล้านบาท จากการเติบโตที่สดใสของ 4 กลุ่มธุรกิจ ยอดขายที่ดินครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว พร้อมเตรียมประกาศปรับเป้ายอดขายที่ดินใหม่ รับการย้ายฐานผลิตของจีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น และสหรัฐเพิ่ม โชว์ฟอร์มเด่นเซ็นสัญญาเช่าที่ดินกว่า 300 ไร่ในเวียดนาม กับผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของโลก

บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA Group รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/2566 มีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรทั้งสิ้น 3,248.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.5% และกำไรสุทธิ 866.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 199.0% โดยเป็นรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรปกติ 3,150.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.7% และกำไรปกติ 817.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 141.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2565

ในส่วนของผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 2566 บริษัทมีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรทั้งสิ้น 5,688.9 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,388.8 ล้านบาท โดยหากพิจารณาถึงผลประกอบการปกติ บริษัทมีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรปกติ 5,570.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.5% และกำไรปกติ 1,322.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.3% จากงวดเดียวกันของปีก่อน

ซึ่งอัตราการเติบโตดังกล่าวสะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตของทั้ง 4 กลุ่มธุรกิจที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะธุรกิจโลจิสติกส์ที่มีการเซ็นสัญญาเช่าโครงการ Built-to-Suit และโรงงาน/คลังสินค้าสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น รวมทั้งยอดขายที่ดินอุตสาหกรรมที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการย้ายฐานการผลิต โดยเลือกที่จะใช้ประเทศไทยและประเทศเวียดนามเป็นฐานการผลิต ที่มีความพร้อมรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) WHA Group เปิดเผยว่า การเติบโตของผลดำเนินงานครึ่งปีแรก 2566 ถือเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำใน 4 กลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม ที่ยังคงได้รับปัจจัยบวกจากกระแสการเคลื่อนย้ายฐานทุนและฐานการผลิตที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทได้รับการติดต่อจากนักลงทุนชาวต่างชาติที่เข้ามา site visit เพื่อการลงทุนสร้างโรงงานอุตสาหกรรมที่มากเป็นประวัติการณ์

ทั้งนี้ ด้วยดีมานด์ของที่ดินอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนี้ บริษัทจึงต้องเร่งเดินหน้าพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรมให้สามารถรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมากทั้งในไทยและเวียดนาม

สำหรับธุรกิจโลจิสติกส์ในครึ่งแรกของปี 2566 บริษัทได้มีการลงนามสัญญาเช่าโครงการ Built-to-Suit และโรงงาน/คลังสินค้าสำเร็จรูปเพิ่มเติมรวมทั้งสิ้น 74,929 ตารางเมตร และมีสัญญาเช่าระยะสั้นที่ให้ผลตอบแทนสูงรวม 120,904 ตารางเมตร สูงกว่าเป้าหมายสัญญาเช่าระยะสั้นที่กำหนดไว้ 100,000 ตารางเมตร จึงทำให้ครึ่งปีแรก 2566 บริษัทมีพื้นที่คลังสินค้า ภายใต้การถือครองและบริหารรวมทั้งสิ้น 2,784,234 ตารางเมตร

ซึ่งจากดีมานด์การเช่าพื้นที่คลังสินค้าคุณภาพสูงที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้อัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy Rate) ของบริษัทโดยรวมแตะระดับประมาณร้อยละ 90.5 ส่งผลให้ไตรมาส 2 และ 6 เดือนแรกของปี 2566 มีการรับรู้รายได้จากธุรกิจให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ทั้งสิ้น 262.8 ล้านบาท และ 512.4 ล้านบาท ตามลำดับ

ขณะเดียวกัน ในช่วงครึ่งหลังปี 2566 ธุรกิจโลจิสติกส์ ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากครึ่งปีแรก ซึ่งสอดรับกับโอกาสที่จะเซ็นสัญญาเช่ากับลูกค้ารายใหม่ ทั้งแบบระยะสั้นและระยะยาวเพิ่มขึ้น รวมถึงการส่งมอบพื้นที่เช่าให้กับลูกค้าตามแผนที่วางไว้

นอกจากนี้ ในปีที่ผ่านมา บริษัทได้มีการเปิดตัวโครงการดับบลิวเอชเอ เมกกะ โลจิสติกส์ เซ็นเตอร์ เทพารักษ์ กม. 21 บนเนื้อที่รวมกว่า 400 ไร่ ด้วยกระแสตอบรับที่ดีและความต้องการเช่าพื้นที่คลังสินค้า/ศูนย์กระจายสินค้าคุณภาพสูงที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่องของโครงการเฟส 1 จากกลุ่มลูกค้า อาทิ ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ ผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค และ ผู้ผลิต/จำหน่ายอุปกรณ์สัตว์เลี้ยงและอาหารสัตว์ เป็นต้น

บริษัทจึงต้องเร่งพัฒนาเฟส 2 ซึ่งปัจจุบันก็ได้รับความสนใจและอยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้าหลายราย โดยล่าสุด บริษัท Webasto จำกัด หนึ่งใน 100 บริษัทผู้จัดหาชิ้นส่วนยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดของโลก ได้ลงนามในสัญญาเช่าอาคารคลังสินค้าแบบ Built-to-Suit ขนาดพื้นที่ 13,083 ตารางเมตร ในพื้นที่ของโครงการเฟส 2 เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งตอกย้ำถึงความต้องการเช่าพื้นที่คลังสินค้า/ศูนย์กระจายสินค้าคุณภาพสูง ที่เพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีแผนพัฒนาโรงงานแบบ Built-to-Suit (ส่วนขยาย) ให้กับลูกค้าผู้ผลิตแบตเตอรี่ สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ภายในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอชลบุรี 1 เพื่อรองรับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่มีแนวโน้มการเติบโตเพิ่มขึ้นในอนาคต

ส่วนธุรกิจ Office Solutions ปัจจุบันบริษัทมีโครงการอาคารสำนักงานให้เช่าจำนวน 5 แห่ง บนพื้นที่รวมมากกว่า 120,000 ตารางเมตร และภายในไตรมาส 3/2566 นี้ จะมีโครงการที่ดำเนินการใกล้ก่อสร้างแล้วเสร็จ ได้แก่ โครงการ Quant Sukhumvit 25 ย่านสุขุมวิท-อโศก ซึ่งเป็นอาคารสำนักงาน 7 ชั้น พร้อมด้วยพื้นที่เพื่อการพาณิชยกรรม เป็นพื้นที่รวม 9,900 ตารางเมตร

นอกจากนี้ ยังมีโครงการอาคารเพื่อการพาณิชยกรรม พื้นที่กว่า 3,000 ตารางเมตร ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าสุรศักดิ์ ซึ่งคาดว่า จะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จในช่วงต้นปี 2567 และ โครงการ Medical Center แบบ Built-to-Suit พื้นที่กว่า 6,900 ตารางเมตร ที่ได้มีการลงนามในสัญญากับผู้เช่าและเริ่มดำเนินการก่อสร้างโครงการไปแล้วตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

โดยล่าสุด บริษัทได้มีความร่วมมือกับ ไอดับบลิวจี พีแอลซี เปิดพื้นที่ทำงานแบบครบวงจร ภายใต้ “รีจัส แอท ดับบลิวเอชเอทาวเวอร์” ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่า 826 ตารางเมตร ประกอบด้วยพื้นที่สำนักงานให้เช่า พื้นที่ Co-Working พร้อมบริการเต็มรูปแบบ และ สำนักงานเสมือนที่พร้อมบริการที่อยู่ ทางธุรกิจแบบครบวงจร ทั้งนี้ รีจัส แอท ดับบลิวเอชเอทาวเวอร์ เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และมีอัตราการเช่าแล้วถึง 22%

พร้อมกันนี้ บริษัทยังคงเดินหน้าศึกษาเทคโนโลยีและนวัตกรรมอัจฉริยะใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เทคโนโลยี IOT และเทคโนโลยีควอนตัม เพื่อที่จะนำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจด้านโลจิสติกส์ พร้อมทั้งยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยเห็นได้จากการพัฒนาโครงการ Green Logistics และ Green Building ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัท

ล่าสุด บริษัทได้ลงนาม ในบันทึกข้อตกลงกับ บริษัท มารูเบนิ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อร่วมกันศึกษาการให้บริการรถยนต์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพและครอบคลุมทั้งในด้านบริหารจัดการรถยนต์ในเชิงพาณิชย์ซึ่งเป็นเทคโนโลยีดิจิทัล และผสมผสานองค์ความรู้ รวมถึงพนักงานขับรถ (EV Fleet Management Service) เพื่อให้บริการแก่ลูกค้า โลจิสติกส์และนิคมอุตสาหกรรมของดับบลิวเอชเอ ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโครงการ Green Logistics ตามแผนของบริษัท

ส่วนแผนการเตรียมขายทรัพย์สิน และ/หรือ สิทธิการเช่าทรัพย์สินให้กับกองทรัสต์ WHART ในปีนี้ ล่าสุดผู้ถือหน่วยกองทรัสต์ WHART ได้มีมติอนุมัติให้ทำการลงทุนทรัพย์สินเพิ่มเติมเรียบร้อยแล้ว โดยบริษัทตั้งเป้าหมายจำหน่ายทรัพย์สินประเภทคลังสินค้าพื้นที่เช่ารวมทั้งสิ้นประมาณ 142,583 ตารางเมตร เป็นมูลค่า 3,567 ล้านบาท และคาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้ภายในไตรมาส 4/2566 ตามแผนงานที่วางไว้

สำหรับธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม ในครึ่งปีแรก 2566 บริษัทมียอดขายที่ดินรวม 1,049 ไร่ (ไทย 941 ไร่/ เวียดนาม 108 ไร่) เพิ่มขึ้น 104.5% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และมียอดที่ MOU แล้วรวม 1,310 ไร่ (ไทย 994 ไร่/เวียดนาม 316 ไร่) ส่งผลให้ไตรมาส 2 และ 6 เดือนแรกของปี 2566 มีรายได้จากธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมรวมทั้งสิ้น 1,470.3 ล้านบาท และ 2,522.8 ล้านบาท ตามลำดับ

โดยยอดขายที่ดินมีการปรับตัวดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด สอดคล้องกับภาพรวมทางเศรษฐกิจ และทิศทางการลงทุนในประเทศไทย จากการย้ายฐานทุนที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาความตึงเครียดจากสงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ และปัญหาภูมิรัฐศาสตร์รอบโลกที่ยังคงยืดเยื้อที่ได้ส่งผลให้ระบบห่วงโซ่อุปทานโลกได้ปรับเปลี่ยนไป

ซึ่งทำให้อุตสาหกรรมต่าง ๆ ต้องจัดระบบการผลิตครั้งใหญ่ โดยเฉพาะประเทศผู้ลงทุนหลัก อาทิ จีน ญี่ปุ่น และสหรัฐ เลือกเข้ามาลงทุนที่ประเทศไทยเพิ่มขึ้น และไม่เพียงแต่กระแสของการ Relocation ขณะเดียวกันการขยายฐานการผลิต (Expansion) ก็ถือเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยดึงดูดการเข้ามาลงทุนแบบระยะยาวของนักลงทุนจากทั่วโลก ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาส 2/2566 บริษัทมียอดขายที่รอการโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) ให้กับลูกค้ากว่า 799 ไร่ (ไทย 779 ไร่/เวียดนาม 20 ไร่)

ขณะที่ยอดขายที่ดินในประเทศไทย ในไตรมาส 2/2566 เท่ากับ 562 ไร่ สูงกว่ายอดขายที่ดินรวมทั้งในไทยและเวียดนามในไตรมาส 1/2566 ซึ่งอยู่ที่ 487 ไร่ โดยในไตรมาสนี้มีกลุ่มลูกค้าหลักมาจากประเทศจีน รองลงมาเป็นลูกค้าจากประเทศไต้หวัน และประเทศญี่ปุ่น ตามลำดับ หากพิจารณาถึงยอดขายที่ดินรวมในประเทศ ครึ่งแรกปี 2566 นั้นสูงกว่ายอดขายที่ดินในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้ามากกว่า 2 เท่าตัว

ปัจจุบันบริษัทมีนิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ระหว่างดำเนินการในประเทศไทย จำนวน 12 แห่ง รวมนิคมใหม่ ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล เอสเตท ระยอง เฟส 1 (1,100 ไร่) ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งมีลูกค้าหลายรายได้แสดงความสนใจและมีลูกค้าบางรายได้ลงนามในสัญญาซื้อขายที่ดินในพื้นที่เฟส 1 ไปบางส่วนแล้ว ด้วยกระแสตอบรับที่ดีของเฟส 1 ทำให้บริษัทจึงต้องเร่งดำเนินการพัฒนาเฟส 2 เพิ่มอีก (1,100 ไร่) ในระยะเวลาอันใกล้นี้

อีกทั้งยังมีนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ สระบุรี 2 (2,400 ไร่) ซึ่งคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2569 พร้อมทั้งยังมีการขยายโครงการนิคมอุตสาหกรรมอีก 2 โครงการ ได้แก่ โครงการนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 3 เฟส 3 (630 ไร่) และโครงการนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง 36 (460 ไร่)

ส่วนธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมในประเทศเวียดนาม ครึ่งปีแรก 2566 บริษัทมียอดขายที่ดินรวม 108 ไร่ และยอด MOU รวม 316 ไร่ สอดคล้องกับปัจจัยหนุนจากภาวะการลงทุนในประเทศเวียดนามที่ปรับตัวดีขึ้นรับอานิสงส์การเคลื่อนย้ายฐานทุนและเศรษฐกิจเวียดนามที่มีศักยภาพด้านการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ

โดยปัจจุบัน บริษัทมีเขตอุตสาหกรรมที่เปิดดำเนินการแล้ว 1 แห่ง ได้แก่ เขตอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ โซน 1-เหงะอาน ที่ได้ดำเนินการก่อสร้างเฟส 1 ขนาด 900 ไร่ และขายพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมให้แก่ลูกค้าจากอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ การแปรรูปอาหาร วัสดุก่อสร้าง และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไปแล้วกว่าร้อยละ 77 ของพื้นที่เฟส 1

ทั้งนี้จากแนวโน้มความต้องการที่ดินอุตสาหกรรมสูง บริษัทจึงเร่งดำเนินการก่อสร้างเฟส 2 บนพื้นที่ขนาด 2,215 ไร่ ซึ่งแม้ขณะนี้จะอยู่ระหว่างก่อสร้าง บริษัทได้เริ่มมีการนำเสนอโครงการต่อลูกค้าและมีการขายพื้นที่ให้แก่ลูกค้าไปบางส่วนแล้ว โดยล่าสุด ในช่วงไตรมาส 3/2566 นี้ บริษัทได้มีการลงนามในสัญญากับผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของโลก เพื่อพัฒนาโรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์