Skip to content

“อิชิตัน” มั่นใจดีมานด์แกร่งทุ่ม 460 ล.เพิ่มกำลังผลิต

26 ส.ค. 2566 | 11:37น.
“อิชิตัน” มั่นใจดีมานด์แกร่งทุ่ม 460 ล.เพิ่มกำลังผลิต

“อิชิตัน” เพิ่มเป้า 20% เป็น 7.6 พันล้านบาท พร้อมควัก 460 ล้านบาทลงทุนเพิ่มกำลังผลิต รับดีมานด์ตลาดเครื่องดื่มแรงต่อเนื่อง หลังรับอานิสงส์เอลนีโญ-เศรษฐกิจ ดันคนหันดื่มเครื่องดื่มสุขภาพราคาจับต้องได้ แย้มไตรมาส 3 ลุ้นนิวไฮครั้งที่ 30 พร้อมปรับเป้าสิ้นปีจาก 7.3 พันล้านบาท เป็น 7.6 พันล้านบาท

นายตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI กล่าวถึงทิศทางธุรกิจและการลงทุนในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ของปี 2566 นี้ ในงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน ที่จัดโดยตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า ปี 2566 นี้ตลาดเครื่องดื่มมีทิศทางที่ดีมาก โดยช่วงไตรมาส 3 และ 4 คาดว่าดีมานด์เครื่องดื่มจะยังสูงต่อเนื่อง เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดตามปรากฏการณ์เอลนีโญ และการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว ในขณะที่สภาพเศรษฐกิจจะกระตุ้นให้ผู้บริโภคระดับแมสและพรีเมี่ยมแมสตัดสินใจซื้อสินค้าจากปัจจัยความคุ้มค่า ระหว่างราคา ปริมาณ และสุขภาพมากยิ่งขึ้น

“หากมีการแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาทด้วย เชื่อว่าจะยิ่งกระตุ้นตลาดและยอดขายของบริษัทได้มากขึ้นอีก โดยเฉพาะในต่างจังหวัด เนื่องโพซิชั่นสินค้าระดับแมสราคา 10-20 บาทที่ซื้อขายง่าย เห็นได้จากช่วงนโยบายที่คล้ายกันอย่างคนละครึ่ง”

โดยการเติบโตนี้ต่อเนื่องจากช่วง 6 เดือนแรก ซึ่งข้อมูลของบริษัทวิจัยเอซี นีลเส็น ชี้ว่า ช่วง 6 เดือนแรกตลาดเติบโตด้านมูลค่า 10.9% ส่วนด้านปริมาณโต 7.5% มีชาพร้อมดื่มมูลค่า 8,236 ล้านบาท เป็นกลุ่มที่มีอัตราเติบโตสูงสุด ทั้งด้านมูลค่าและปริมาณที่ 19.1% และ 16.8% ตามด้วยน้ำอัดลมที่มูลค่าเติบโต 17.1% และปริมาณโต 9.6%

สอดคล้องกับผลประกอบการของบริษัท ซึ่งไตรมาส 2 รายได้เติบโต 25.6% เป็น 2,029.7 ล้านบาท ทำให้รายได้รวม 6 เดือนขยับเป็น 3,862.3 ล้านบาท เติบโต 26.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

อย่างไรก็ตาม แม้ตลาดจะมีแนวโน้มเติบโตแต่มีปัจจัยที่ต้องจับตาและรับมือ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันดุเดือด และราคาวัตถุดิบ-พลังงาน โดยเฉพาะราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งถือเป็นต้นทุนหลักของธุรกิจเครื่องดื่ม

สำหรับทิศทางของอิชิตันนั้น นายตันกล่าวว่าจะเดินหน้าลงทุนขยายกำลังผลิตเพื่อรับดีมานด์ทั้งสินค้าของบริษัทและการผลิตโออีเอ็ม เนื่องจากดีมานด์ที่สูงในช่วงครึ่งปีแรก ทำให้ขณะนี้บริษัทใช้กำลังผลิตถึง 71% ของกำลังผลิตรวม 1.5 พันล้านขวด/ปีแล้ว และต้องจ้างผลิตชาเขียวสูตรน้ำผึ้งมะนาว เพื่อให้มีกำลังผลิตพอสำหรับธุรกิจรับจ้างผลิต (OEM)

โดยขั้นแรกจะลงทุน 460 ล้านบาท เพิ่มเครื่องจักรในโรงงานเดิม เพื่อขยายกำลังผลิตเป็น 1.7 พันล้านขวด/ปี ซึ่งจะเสร็จสิ้นพร้อมเดินเครื่องในไตรมาส 4 ปี 2567 อย่างไรก็ตาม หากมีความจำเป็นยังสามารถขยายพื้นที่โรงงานบนที่ดินเดิมได้อีก 6 ไร่ รวมถึงมีที่ดินสำหรับสร้างโรงงานแห่งใหม่อยู่แล้ว โดยอาจต้องใช้งบฯ 1.5-2 หมื่นล้านบาท

พร้อมกันนี้จะผลักดันสินค้าใหม่ที่มีความแมส และมีสัดส่วนกำไรมากขึ้นเข้าสู่ตลาด นำโดยน้ำอัดลมตันซันซู รสน้ำผึ้งมะนาว 2 ขนาดคือ 320 มล. ราคา 15 บาท และ 360 มล. ราคา 20 บาท ในช่วงเดือนตุลาคม 2566 นี้ ควบคู่กับการผลักดันชาเขียวรสน้ำผึ้งมะนาวขนาด 420 มล. และ 500 มล. ซึ่งเป็นสินค้าขายดี และมีสัดส่วนกำไรสูง เพื่อต่อยอดความนิยมชาเขียวรสน้ำผึ้งมะนาวซึ่งเป็นรสยอดนิยมในตลาดประเทศไทย

นอกจากนี้ จะสร้างการรับรู้ให้กับกลุ่มเครื่องดื่มสุขภาพ ทั้งน้ำด่างและชาสูตรไร้น้ำตาล ผ่านการไทอินในรายการต่าง ๆ บนฟรีทีวี อย่างเรื่องเล่าเช้านี้ทางช่อง 3, ข่าวใส่ไข่ทางไทยรัฐทีวี ฯลฯ เช่นเดียวกับความร่วมมือกับโคตะ มิอุระ นักกีฬาเอ็มเอ็มเอชาวญี่ปุ่นเพื่อโปรโมตชาเขียวพรีเมี่ยมแบรนด์ชิสุโอกะ

ด้านต้นทุนการผลิตช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มดีขึ้นตามลำดับ หลังวัตถุดิบส่วนใหญ่ราคาทรงตัวและบางส่วนเริ่มลดลง ส่วนตลาดต่างประเทศสถานการณ์ในอินโดนีเซียเริ่มคลี่คลายหลังปรับลดราคาจำหน่ายกลับมาเท่าเดิม ช่วยให้ยอดขายที่ลดลงไปในช่วงก่อนหน้าเพราะการขึ้นราคาในช่วงต้นสงครามรัฐเซีย-ยูเครนเริ่มกลับมาฟื้นตัวขึ้น โดยคาดว่าจะฟื้นตัวเต็มที่ภายในอีก 2-3 ไตรมาส

กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ปย้ำว่า ด้วยสภาพตลาดและการออกสินค้าใหม่ และยุทธศาสตร์การทำตลาดเหล่านี้ ทำให้ไตรมาส 3 ของปี 2566 มีความเป็นไปได้สูงที่จะสามารถทำกำไรในระดับนิวไฮต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 30 และช่วยให้สิ้นปีมีรายได้ 7.6 พันล้านบาท หรือเติบโต 20% จากปีก่อน ตามเป้าหมายใหม่จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ 7.3 พันล้านบาท

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตัน ภาสกรนที อิชิตัน