เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ชัชชาติ” ดูความคืบหน้า Skywalkอนุสาวรีย์ชัยฯ สำรวจคลองสามเสนเล็งผุดทางเดิน จักรยาน เรือไฟฟ้า
Politics “ชัชชาติ” ดูความคืบหน้า Skywalkอนุสาวรีย์ชัยฯ สำรวจคลองสามเสนเล็งผุดทางเดิน จักรยาน เรือไฟฟ้า
เจาะลึก ‘NIA Venture’ กลไกรัฐถือหุ้น-ร่วมทุน ‘สตาร์ตอัพ’
Tech เจาะลึก ‘NIA Venture’ กลไกรัฐถือหุ้น-ร่วมทุน ‘สตาร์ตอัพ’
‘อภิสิทธิ์’ มองสอบทุจริต สถ. ควรใช้คนนอก หวั่นสาวไม่ถึงผู้มีอำนาจ
Politics ‘อภิสิทธิ์’ มองสอบทุจริต สถ. ควรใช้คนนอก หวั่นสาวไม่ถึงผู้มีอำนาจ
ศุภชัย ศรีศุภอักษร ผู้ต้องขังในคดีฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ เสียชีวิต
Biz Movement ศุภชัย ศรีศุภอักษร ผู้ต้องขังในคดีฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ เสียชีวิต
เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
Columns เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
“นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
Biz Movement “นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
Economic รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
Politics ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
Real Estate กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
SD ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
ดูทั้งหมด

Care the Whale: เปลี่ยน ‘ขยะขวดแก้ว’ ให้เป็น ‘ขยะขวดแก้วล่องหน’ ด้วยแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน

31 ส.ค. 2566 | 15:00น.

การทิ้งขวดแก้วลงในถังขยะโดยไม่มีการคัดแยก ถือเป็นการตัดวงจรการนำแก้วมารีไซเคิลใหม่ที่มีประโยชน์มหาศาล เนื่องจากเมื่อปีที่ผ่านมา หน่วยงานสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNEP ได้เตือนว่า โลกกำลังเข้าสู่วิกฤตการณ์ทรายหมดโลก จากการที่มนุษย์ใช้ทรายสูงถึง 5 หมื่นล้านตันต่อปี หรือประมาณ 17 กิโลกรัมต่อคนต่อวัน ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา อันเกิดจากการขยายตัวของเมือง และประชากรที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

วิกฤตทรายหมดโลกจะนำมาสู่หายนะของมนุษยชาติ เนื่องจากทรายเป็นวัตถุดิบสำคัญของโลกที่มีปริมาณมากเป็นอันดับ 2 รองจากน้ำ แต่ในเวลานี้ 2 ใน 3 ของชายหาดทั่วโลกกำลังทยอยหายไปเรื่อยๆ และแน่นอนว่าส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างแสนสาหัส โดยเฉพาะระบบนิเวศหาดทรายและชายฝั่ง ที่จะไม่มีกำแพงกั้นคลื่น สัตว์ทะเลไม่มีที่วางไข่ ทั้งยังกระตุ้นให้เกิดภาวะโลกร้อนเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า

การคัดแยกขยะขวดแก้วออกจากขยะประเภทอื่นๆ เพื่อให้ขยะขวดแก้วเข้าสู่กระบวนการการนำกลับมาใช้ใหม่ จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนควรรีบ ‘ลงมือทำทันที’ เพื่อช่วยลดหายนะที่จะเกิดขึ้นกับโลกใบนี้ เมื่อ ‘ขยะขวดแก้ว’ ไม่ถูกทิ้งรวมกับขยะอื่นๆ ก็จะไม่กลายเป็น ‘ขยะฝังกลบ’ ที่กระทบพื้นที่ Land use ที่จะสร้างประโยชน์ได้อีกมหาศาล และเนื่องจากขวดแก้วย่อยสลายไม่ได้ ก็จะทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมตามมา เมื่อถูกทิ้งอย่างไร้ค่า จึงกลายเป็นต้องใช้ทรายมาผลิตขวดแก้วใหม่อย่างไม่รู้จบ

เปลี่ยนขยะขวดแก้วให้มีมูลค่า สร้างสังคมที่ยั่งยืน

เพื่อคืนชีวิตให้ขยะขวดแก้วได้กลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง รวมทั้งขยะชนิดอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ SET จึงได้ดำเนินโครงการ ‘Care the Whale: ขยะล่องหน’ โดยสร้างความร่วมมือผ่านการรณรงค์การบริหารจัดการขยะกับหน่วยงานต่างๆ กว่า 60 องค์กร ซึ่งได้มีการทำโครงการต้นแบบกับผู้ประกอบการบนถนนรัชดาภิเษก ถือเป็นการสร้างต้นแบบของภาคเอกชนในการรับขยะกลับมา Upcycle และ Recycling เพื่อล่องหนขยะ ด้วยการกำจัดคำว่า ‘ขยะ’ ให้หายไป โดยหาทางใช้ให้ถึงที่สุด

ขณะเดียวกัน ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังได้ขยายแคมเปญขยะล่องหนสู่ระดับชุมชน จึงก่อตั้ง ‘สถานีขยะล่องหน รวมพลังมหาชุมชน คุ้งบางกะเจ้า’ ขึ้นที่วัดจากแดง จ.สมุทรปราการ โดยผนึกกำลังกับพันธมิตรภาคเอกชนและชุมชน ผ่านแคมเปญ ‘เก็บแยก แลก เร๊ววว’ โดย บริษัท สหพัฒนพิบูลย์ จำกัด (มหาชน) มาร่วมทำกิจกรรมช่วยลดค่าครองชีพ, บริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) ในการช่วยดูแลสุขภาพคนในชุมชน, บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) ที่เข้ามาร่วมส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy ขยะขวดแก้ว  โดยมีขยะ 6 ประเภท ภายใต้การปฏิบัติการขยะล่องหน ได้แก่ ขวดขุ่น ขวดใส ถุงใส เศษผ้า ขวดแก้ว และเศษอาหาร

ซึ่งหนึ่งในขยะที่มีปริมาณมากและส่งผลกระทบต่อชุมชนก็คือ ‘ขยะขวดแก้ว’ ที่พบเจอได้บ่อยๆ ในชีวิตประจำวัน ทั้งจากร้านค้าในชุมชน ซูเปอร์มาร์เก็ต เนื่องด้วยชุมชนคุ้งบางกะเจ้าเป็นทั้งแหล่งชุมชน รวมถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่เปรียบเสมือนเป็นปอดของกรุงเทพฯ ทำให้มีผู้มาเยือนอย่างไม่ขาดสาย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ขยะขวดแก้ว อาทิ ขยะจากเครื่องดื่มชูกำลัง น้ำอัดลม น้ำหวาน น้ำปลา ฯลฯ มีปริมาณมากตามไปด้วย 

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เห็นว่า ‘ขยะขวดแก้ว’ สามารถเข้าสู่กระบวนการหลอมเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ได้ จึงผนึกกำลังกับ โอสถสภา ซึ่งเป็นภาคเอกชนที่ผลิตขวดแก้ว และเป็น 1 ใน 60 องค์กรภาคเอกชนที่ร่วมทำโครงการ ‘Care the Whale : ขยะล่องหน’ ด้วยกันมาตั้งแต่ต้น โดยร่วมทำโครงการ ‘ขยะขวดแก้วล่องหน’ จัดกิจกรรมคัดแยกขยะขวดแก้วที่ ‘สถานีขยะล่องหน รวมพลังมหาชุมชน คุ้งบางกะเจ้า’ ด้วยการส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy ขยะขวดแก้ว ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการขยะขวดแก้ว ที่จะช่วยลดการสร้างผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมทั้งต่อชุมชนและต่อโลก

โดยการเชิญชวนคนในชุมชนและหน่วยงานร้านค้า โรงเรียน ร้านอาหารต่างๆ ในชุมชน ร่วมกันเก็บและคัดแยกขยะขวดแก้ว แล้วนำมาส่งที่ ‘สถานีขยะล่องหน’ ที่วัดจากแดง ปริมาณน้ำหนักขยะขวดแก้วจะแปลงเป็นผลิตภัณฑ์ของโอสถสภา มอบให้วัดจากแดง เพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภคภายในวัดและคนในชุมชน นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังสนับสนุนรถสามล้อไฟฟ้าปลอดมลพิษให้กับชุมชนเพื่อเป็น ‘สถานีขยะล่องหนทันที’ อำนวยความสะดวกให้กับชุมชน ไปรับขยะและแลกสินค้าอุปโภคบริโภคถึงหน้าบ้าน

ทั้งนี้ ตลอดปี 2565 ที่ผ่านมา คนในชุมชนคุ้งบางกะเจ้าได้ร่วมคัดแยกขยะขวดแก้วกับโครงการฯ รวมกว่า 8,235 กก. ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จและการได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากคนในชุมชน จนได้มีการดำเนินงานสานต่อกันมาในปี 2566 นับเป็นการก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 อย่างเข้มแข็งและมั่นคง ทั้งยังเป็นการต่อยอดความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมด้วยการบริหารจัดการขยะ เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตและสร้างการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนต่อไป

How to ‘ขยะขวดแก้วล่องหน’

พระราชวัชรบัณฑิต (ประนอม ธัมมาลังกาโร) เจ้าอาวาสวัดจากแดง
พระราชวัชรบัณฑิต (ประนอม ธัมมาลังกาโร) เจ้าอาวาสวัดจากแดง

พระราชวัชรบัณฑิต (ประนอม ธัมมาลังกาโร) เจ้าอาวาสวัดจากแดง เล่าถึงที่มาของการเข้าร่วมโครงการ ‘สถานีขยะล่องหน รวมพลังมหาชุมชน คุ้งบางกระเจ้า’ กับตลาดหลักทรัพย์ฯ  ว่า แต่เดิมทางวัดมีการจัดการเรื่องขยะมาตั้งแต่ปี 2548 จุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหาขยะ คือ คนในชุมชนมีการเผาขยะ ซึ่งส่งกลิ่นเหม็น ทั้งยังเคยดักจับขยะที่ลอยผ่านวัด ก่อนจะลอยสู่อ่าวไทย โดยในระยะเวลา 1 ชั่วโมง สามารถดักขยะได้กว่า 2 ตัน !!

ด้วยปัญหาและผลกระทบที่ตามมามากมาย ทำให้พระมหาประนอมคิดหาวิธีที่จะแก้ปัญหาด้านขยะอย่างยั่งยืน จึงเริ่มปลูกฝังและสร้างความเข้าใจแก่พระสงฆ์ภายในวัดและคนในชุมชนวัดจากแดง รวมถึงชุมชนบริเวณใกล้เคียง เรื่องการคัดแยกขยะประเภทต่างๆ เพื่อให้เกิดจิตสำนึกและช่วยกันลดปริมาณขยะของวัด บ้าน และชุมชน โดยเฉพาะ ‘ขยะขวดแก้ว’ ซึ่งเป็นหนึ่งในขยะที่มีปริมาณมาก 

“เมื่อปี 2563 ในช่วงที่ยังมีการระบาดของโควิด-19 วัดจากแดงได้รับการเชิญชวนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดตั้ง ‘สถานีขยะล่องหน @ชุมชนคุ้งบางกะเจ้า’ ภายใต้โครงการ Care the Whale โดยเชิญชวนคนในชุมชนคุ้งบางกะเจ้าทั้ง 6 ตำบล มาสร้างความตระหนักรู้ในการบริหารการจัดการขยะ และส่งเสริมแนวคิดขยะไม่ใช่ขยะ นำร่องขยะ 4 ประเภท ได้แก่ ขวดขุ่น ขวดใส ถุงใส เศษผ้า เชิญชวนคนในชุมชนนำขยะมาล่องหน โดยแลกเป็นของใช้อุปโภคบริโภค และนำขยะนั้นไปรีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์คืนสู่ชุมชน 

“ขณะเดียวกันปริมาณขยะขวดแก้วในชุมชนก็เพิ่มสูงขึ้นมาก ในปี 2565 ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงได้ชวนพันธมิตรคือโอสถสภาเข้ามาช่วยดูแลเรื่องขยะขวดแก้ว ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ถือว่าเป็นการลดโลกร้อนไปพร้อมกับการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระค่าครองชีพในช่วงสถานการณ์ยากลำบากของคนในชุมชน” 

ตัวอย่างพระพุทธรูปที่ได้จากขยะขวดแก้ว

สำหรับวิธีการคัดแยกขยะขวดแก้ว พระมหาประนอม ได้ให้คำแนะนำไว้ว่า วัดจากแดง เป็นสถานที่แห่งหนึ่งในการรับขยะเพื่อนำไปล่องหน ต่อด้วยการ Upcycle และ Recycling โดยผู้ที่มีขยะขวดแก้วอยู่ที่บ้านแล้ว สามารถเตรียมขยะขวดแก้วก่อนนำไปส่งให้ที่วัดได้ 

“การคัดแยกขยะขวดแก้วนั้น ควรเริ่มจากคัดแยกขวดสีให้ชัดเจน เพื่อให้เวลาที่นำไปบดจะได้แก้วออกมาเป็นสีเดียวกัน ต่อมาก็ล้างทำความสะอาดให้เรียบร้อย และหากมีเศษแก้วที่แตกก็ให้แยกเอาไว้ เพื่อให้ง่ายต่อการคัดแยกและไม่เป็นอันตรายต่อผู้คัดแยกอีกด้วย 

“ส่วนขวดแก้วเหลือทิ้งก็สามารถนำไปบด และเมื่อบดเสร็จจะได้ออกมาเป็นทรายแก้ว นำไปทำเป็นพระพุทธรูปองค์เล็กๆ หรือทำเป็นโถแก้วก็ได้ ส่วนขยะขวดแก้วที่ทางวัดแยกไว้ จะส่งต่อให้กับโอสถสภา เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอีกครั้ง” 

จากความตั้งใจจริงของของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย องค์กรพันธมิตร และวัดจากแดง ที่ได้ร่วมกันทำกิจกรรมในโครงการ ‘สถานีขยะล่องหน รวมพลังมหาชุมชน คุ้งบางกะเจ้า’ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จึงทำให้คนในชุมชนคุ้งบางกะเจ้าร่วมแรงร่วมใจกันคัดแยกขยะ พร้อมผนึกกำลังมุ่งมั่นปลูกฝังจิตสำนึกให้เกิดกับคนในชุมชน พัฒนาและสร้างสิ่งแวดล้อมให้น่าอยู่ ทั้งยังทำให้ขยะมีมูลค่ามากขึ้น ช่วยให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ลดค่าครองชีพ รวมถึงช่วยลดปริมาณขยะที่ถูกปล่อยสู่ธรรมชาติ จากการนำขยะขวดแก้วกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล เพื่อเป็นประโยชน์ด้านความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมต่อไป 

‘สถานีขยะล่องหนทันที’ รถสามล้อไฟฟ้าที่ไปรับขยะและมอบสินค้าที่บ้านของประชาชน
‘สถานีขยะล่องหนทันที’ รถสามล้อไฟฟ้าที่ไปรับขยะและมอบสินค้าที่บ้านของประชาชน

สถานีขยะล่องหน รวมพลังมหาชุมชน คุ้งบางกะเจ้า เปิดให้คนในชุมชนคุ้งบางกะเจ้านำขยะมาแลกสินค้าส่งที่สถานีขยะล่องหนได้ 3 ช่องทาง ได้แก่ วัดจากแดง จ.สมุทรปราการ, ‘สถานีขยะล่องหนสัญจร’ ณ ตลาดบางน้ำผึ้ง ทุกวันเสาร์ เวลาบ่ายโมง และ ‘สถานีขยะล่องหนทันที’ ด้วยสามล้อไฟฟ้าไปรับขยะและมอบสินค้าที่บ้านของประชาชน เพื่ออำนวยความสะดวกให้คนในชุมชน

อย่างไรก็ตาม แม้คุณจะไม่ใช่คนในชุมชนคุ้งบางกะเจ้า แต่ก็ได้รับรู้แล้วว่าโลกกำลังจะเผชิญกับอะไร หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีขยะขวดแก้วอยู่ที่บ้าน คุณสามารถร่วมแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมได้ โดยเริ่มต้นจากการลงมือทำทันที ด้วยการคัดแยกขยะขวดแก้วและทำความสะอาด แล้วนำไปส่งที่วัดจากแดง เพื่อให้ขยะขวดแก้วได้หมุนเวียนกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง