“Stop Elepains” กางเกงช้างที่เผยอีกด้านของการทรมานช้างไทยในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ภายใต้แคมเปญ “Stop Elepains The Elephant Pants that Save Elephants’ Lives” จากความร่วมมือของ Dentsu Creative Thailand และองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (ประเทศไทย)
วันที่ 1 กันยายน 2566 ไม่เฉพาะกางเกงช้างเท่านั้นที่ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาประเทศไทย การแสดงโชว์ช้างยังเป็นไฮไลต์อันดับต้น ๆ ที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ รวมถึงคนไทยเองต้องเคยได้ชม และรู้สึกทึ่งในความสามารถของช้างไทย
แต่ข้อมูลจากองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (ประเทศไทย) หรือ World Animal Protection Thailand ที่มีภารกิจหลักในการยกระดับสวัสดิภาพสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ป่าในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และสัตว์ที่อยู่ในระบบฟาร์มอุตสาหกรรม ระบุว่าช้างไทยในปางช้างหลายแห่งต้องทุกข์ทรมาน เนื่องจากช้างต้องผ่านการฝึกที่โหดร้ายทารุณก่อนนำมาแสดงโชว์ อีกทั้งยังมีสภาพความเป็นอยู่ที่ไม่ดี และต้องผสมพันธุ์เพื่อประโยชน์เชิงพาณิชย์ ฯลฯ

หลายคนอาจไม่เคยรู้เบื้องหลังอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ใช้ช้างเพื่อสร้างความบันเทิงเหล่านี้กลับแฝงไว้ด้วยความโหดร้ายที่ต้องผ่านการฝึกอย่างทารุณตั้งแต่ช้างยังเล็ก ไปจนถึงการถูกบังคับให้ต้องแสดงพฤติกรรมผิดธรรมชาติ อย่าง การเดินสองขา เต้น วาดรูป ฯลฯ เพื่อมอบความบันเทิงให้นักท่องเที่ยว
แม้การโชว์อาบน้ำช้างที่ดูเหมือนจะเย็นสบาย แต่แท้จริงแล้วช้างต้องถูกบังคับให้อาบน้ำซ้ำ ๆ วันละหลาย ๆ รอบ หรือแม้กระทั่งเมื่อจบโชว์แล้ว นอกจากนี้ ช้างส่วนใหญ่ต้องถูกล่ามด้วยโซ่สั้น ๆ ในที่แคบ โดยไม่ได้กินอาหารที่หลากหลายเหมือนช้างที่อยู่ในป่า
แคมเปญ “Stop Elepains” The Elephant Pants that Save Elephants’ Lives จากความร่วมมือของ Dentsu Creative Thailand และ องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (ประเทศไทย) จึงเกิดขึ้นเพื่อมุ่งหวังให้เกิดการตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวในวงกว้าง โดยเลือกที่จะบอกเล่าเรื่องราวลงไปบนลวดลายของกางเกงช้างที่ใคร ๆ ก็สวมใส่ได้

“ปวีณา ท้วมแสง” และ “อภิสิทธิ์ วลีซื่อสัตย์” สองครีเอทีฟ จาก Dentsu Creative Thailand ผู้เป็นต้นคิดของแคมเปญนี้ เล่าถึงเบื้องหลังแนวคิดในการออกแบบกางเกงช้าง Stop Elepains ว่า เราโตมากับการเห็นช้างเล่นฮูล่าฮูป หรือช้างเต้นส่ายงวงดูแล้วยิ้มตาม เราเลยคิดว่าช้างเป็นสัตว์ที่น่ารัก แสนรู้ เพราะทำสิ่งเหล่านี้ได้ จนแทบจะกลายเป็นนิยามของคำว่าช้างไปเลย ว่าช้างเท่ากับการแสดง โดยไม่เคยรู้จักมิติของช้างที่เป็นช้างจริง ๆ
จนในเวลาต่อมาถึงเพิ่งได้รู้ว่า จริง ๆ แล้วธรรมชาติของช้างไม่ได้เกิดมาเต้นหรือเล่นกลให้เราดู แต่นี่เป็นธุรกิจที่มนุษย์หาเงินกับช้าง ยิ่งพอได้มาร่วมงานกับองค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก ทำให้เรายิ่งเห็นเบื้องหลังของโชว์ช้าง อย่างการฝึกช้างที่โหดร้าย ถูกบังคับให้นักท่องเที่ยวขี่หลังทั้งวัน หรือการที่ช้างโยกหัวและส่ายงวงไปมา ซึ่งเป็นพฤติกรรมของช้างที่กำลังหาทางบรรเทาความเครียด เราหวังว่าช้างรุ่นนี้เป็นรุ่นสุดท้ายที่ถูกใช้งานอย่างโหดร้ายทารุณในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และจะต้องได้รับการดูแลอย่างดีตลอดช่วงชีวิตที่เหลือ

ช่วงไม่กี่ปีมานี้ กระแสกางเกงช้างมาแรง ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมใส่กันมาก แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าเบื้องหลังความน่ารักของช้างซ่อนไว้ซึ่งความเจ็บปวดต่าง ๆ จึงเลือกใช้กางเกงช้างเป็นตัวแทนบอกเล่าเรื่องราวความทรมานของช้าง รวมถึงการสนุบสนุนปางช้างโชว์ให้ปรับเปลี่ยนมาเป็นปางช้างที่เป็นมิตรกับช้าง ไม่มีกิจกรรมขี่ช้าง โชว์ช้าง อาบน้ำช้าง หรือบังคับให้ช้างแสดงพฤติกรรมผิดธรรมชาติ มาสู่การดูแลช้างตามมาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์เพื่อให้ช้างได้กลับมาเป็นช้างอีกครั้ง
เรื่องราวเบื้องหลังการโชว์ช้างแสนรู้เหล่านี้จึงปรากฏเป็นลวดลายบนกางเกงช้าง Stop Elepains ที่แสดงภาพช้างถูกฝึกให้ยืนบนเก้าอี้ตัวเล็ก ๆ ช้างที่มีรอยแผลตามตัว ช้างนอนหมดแรง และช้างที่มีน้ำตา ซึ่งเป็นลายพิมพ์ที่มีเอกลักษณ์ต่างจากกางเกงช้างตามท้องตลาดทั่วไป
แคมเปญ Stop Elepains จึงเป็นภารกิจในการสร้างความตระหนักรู้ พร้อมเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือช้างไทยได้ง่าย ๆ ผ่านการสนับสนุนกางเกงช้าง Stop Elepains เพื่อบริจาคให้องค์กรดำเนินโครงการเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในปางช้างที่เน้นจัดแสดงโชว์ช้าง ขี่ช้าง อาบน้ำช้าง ฯลฯ ให้เปลี่ยนมาใส่ใจดูแลช้างตามมาตราฐานสวัสดิภาพสัตว์
