เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
SD ‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
ดูทั้งหมด

Market-think : ก่อน-หลัง

02 ก.ย. 2566 | 19:24น.
เศรษฐา ทวีสิน สรกล อดุลยานนท์ โพลเลือกตั้ง
คอลัมน์ : Market-think
ผู้เขียน : สรกล อดุลยานนท์

เคยมีคนถามผมว่า “โพล” ของสำนักไหนน่าเชื่อถือที่สุด

เพราะบางทีสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในประเด็นเดียวกัน แต่ผลของโพลแต่ละสำนักแตกต่างกัน

เราไม่รู้ว่าโพลของใครถูกต้อง

เพราะพิสูจน์ไม่ได้

ดังนั้น วิธีวัดความแม่นยำของสำนักโพล ผมจะดูจากผลงานในอดีต

ผลงานที่สามารถวัดผลได้

ดีที่สุด คือ โพลเลือกตั้ง

เพราะทำโพลก่อนเลือกตั้งว่าพรรคไหนจะชนะ ชนะเขตไหนบ้าง ปาร์ตี้ลิสต์จะได้เท่าไร

ถ้าโพลอื่น ๆ เราวัดผลไม่ได้

แต่โพลเลือกตั้งวัดผลได้

ทันทีที่ผลการเลือกตั้งออกมา เราจะรู้เลยว่าใครแม่น ใครไม่แม่น

บางสำนักก็ไม่แม่นเพราะการกระจายกลุ่มตัวอย่างไม่ดี ผิดกลุ่ม หรือรูปแบบการสำรวจไม่ปรับตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป

แต่บางสำนักไม่แม่นเพราะ “มั่ว”

หรือรับจ้างทำโพล

ถ้าโพลผลการเลือกตั้งของสำนักไหนใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด

ผมก็จะเชื่อโพลความคิดเห็นทางการเมืองหรือทางสังคมของสำนักนั้นมากกว่าสำนักอื่น

วิธีการแบบนี้ผมใช้กับหลาย ๆ เรื่อง

อย่างเช่น ตอนนี้ผมสนใจวิธีการทำงานของ คุณเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีคนใหม่

คุณเศรษฐา เป็นนักธุรกิจมาก่อน “วิธีคิด-วิธีทำงาน” เขาย่อมติดนิสัยภาคเอกชน

ที่มุ่ง “เป้าหมาย” และ “ความเร็ว”

คิดและทำเพื่อให้งานสัมฤทธิ์ผลเร็วที่สุด

แต่พอมาทำงานการเมือง การตัดสินใจทุกเรื่องไม่ใช่มีผลต่อเรื่อง “งาน” เท่านั้น

ความรู้สึกของประชาชนก็สำคัญ

“กระบวนการ” จึงสำคัญไม่แพ้ “เป้าหมาย”

เร็ว-ช้า-หนัก-เบา

หรือทำอะไร “ก่อน” หรือ “หลัง” ก็สำคัญ

และเนื่องจากเป็นนายกรัฐมนตรี ทุกจังหวะก้าวของเขาจะถูกจับตามอง และถูกวิพากษ์วิจารณ์

นี่คือ บทเรียนที่ดีสุดที่เรานำไปปรับใช้ได้

อย่างล่าสุด มีบทเรียนเรื่องการเรียงลำดับความสำคัญของงาน

ควรทำอะไรก่อน อะไรควรทำทีหลัง

อย่างเช่น เรื่องการรับฟังปัญหาหรือแนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

หลังจากคุยกับคนทำงานในภาคการท่องเที่ยว ทั้งการท่าอากาศยานฯ และผู้บริหารสายการบินแล้ว

คืนก่อน คุณเศรษฐาโพสต์ภาพการพบปะกับนักธุรกิจใหญ่หลายคนในทวิตเตอร์ส่วนตัว

ทั้งคุณวิชิต สุรพงษ์ชัย-คุณอาทิตย์ นันทวิทยา ของเอสซีบีเอกซ์ คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี ไทยเบฟฯ คุณศุภชัย เจียรวนนท์ ซี.พี. คุณอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา คิง เพาเวอร์

คุณปลิว ตรีวิศวเวทย์ ช.การช่าง คุณสนั่น อังอุบลกุล ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และคุณจรีพร จารุกรสกุล ดับบลิวเอชเอ

เป็นการขอความคิดเห็นจากภาคเอกชน

ถ้าในอดีต ภาพแบบนี้จะดีมาก เพราะเหมือนกับนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลชุดนี้ได้รับการสนับสนุนจากนักธุรกิจใหญ่

แต่วันนี้สังคมไทยเปลี่ยนไป คำว่า “ทุนผูกขาด” และ “ความเหลื่อมล้ำ” เป็นประเด็นที่มีการพูดถึงอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา

ไม่แปลกที่กระแสที่ออกมาจึงไม่ดีนักสำหรับคุณเศรษฐาและพรรคเพื่อไทย

เหมือนกับไปรับฟังแต่ “ทุนใหญ่”

วันต่อมา คุณเศรษฐาจึงไปรับฟังความเดือดร้อนของพ่อค้า-แม่ค้าในตลาดนัด

เหมือนแสดงให้เห็นว่ารับฟังทุกฝ่าย

เรื่องนี้น่าสนใจมากครับ

เพราะเพียงแค่เรียงลำดับ “ก่อน-หลัง”

“ความรู้สึก” ของคนจะเปลี่ยนไป

ถ้าไปเยี่ยมพ่อค้า-แม่ค้าก่อน แล้วค่อยไปพบนักธุรกิจใหญ่ คนจะรู้สึกแบบหนึ่ง

แต่เมื่อไปเยี่ยมนักธุรกิจใหญ่ก่อน ความรู้สึกก็ไปอีกทาง

การแขวนป้ายทางการเมืองว่าเป็น “รัฐบาลคนรวย” หรือ “รัฐบาลคนจน”

อาจเพียงแค่ไปเยี่ยมใครก่อนเท่านั้นเอง

คุณเศรษฐาอาจคิดถึง “เป้าหมาย” เป็นสำคัญ

ลืมเรื่อง “กระบวนการ”

คิดเพียงแค่ว่าถ้าได้รับความร่วมมือจากกลุ่มธุรกิจใหญ่ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจจะง่ายขึ้น

เพราะคนกลุ่มนี้ขยับทีนึง ผลที่เกิดขึ้นมหาศาล

แต่เขาลืมไปว่าตอนนี้เขาเป็น “นักการเมือง”

ความรู้สึกของสังคมมีความสำคัญ

เพราะตอนลงคะแนนเลือกตั้ง มหาเศรษฐีหรือพ่อค้าตลาดนัดก็มี 1 เสียงเท่ากัน

ต้องบาลานซ์ความรู้สึกของสังคมให้ดี ๆ

เพราะในทางการเมือง

“ความเชื่อ” คือ “ความจริง”