เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (22 ต.ค. 69) ร่วงลง 250 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,150 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (22 ต.ค. 69) ร่วงลง 250 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,150 บาท
คมนาคมเปิดแผนยกระดับขนส่ง ‘ลำลูกกา-ธัญบุรี’ ดึง อปท.เดินรถชะลอรถไฟฟ้าคูคต-วงแหวนฯ
Politics คมนาคมเปิดแผนยกระดับขนส่ง ‘ลำลูกกา-ธัญบุรี’ ดึง อปท.เดินรถชะลอรถไฟฟ้าคูคต-วงแหวนฯ
เอกนิติ เปิด 5 ปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจไทย ปี’70 ย้ำยึดวินัยการคลัง
Finance เอกนิติ เปิด 5 ปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจไทย ปี’70 ย้ำยึดวินัยการคลัง
พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินกลับจากญี่ปุ่น
ข่าวในพระราชสำนัก พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินกลับจากญี่ปุ่น
เอกนิติชี้ภาษีรถยนต์ยังอยู่ระหว่างพิจารณา ชง ครม.แค่โปรเจ็กต์เปลี่ยนผ่านพลังงาน 1 แสนล้าน
Finance เอกนิติชี้ภาษีรถยนต์ยังอยู่ระหว่างพิจารณา ชง ครม.แค่โปรเจ็กต์เปลี่ยนผ่านพลังงาน 1 แสนล้าน
ฮูตีเปิดจุดอ่อนซาอุดีฯ สะเทือนเชื่อมั่น Vision 2030
World ฮูตีเปิดจุดอ่อนซาอุดีฯ สะเทือนเชื่อมั่น Vision 2030
เปิดตัวอีวีบัส ‘หาดใหญ่’ วิ่งฟรีก่อนเก็บเงิน 13 พ.ย. นี้
เศรษฐกิจภูมิภาค เปิดตัวอีวีบัส ‘หาดใหญ่’ วิ่งฟรีก่อนเก็บเงิน 13 พ.ย. นี้
วช. – DPU จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ปูมแผ่นดินแห่งพระมหากรุณาธิคุณ จากพระราชปณิธาน สู่การสืบสานเพื่อแผ่นดิน
Uncategorized วช. – DPU จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ปูมแผ่นดินแห่งพระมหากรุณาธิคุณ จากพระราชปณิธาน สู่การสืบสานเพื่อแผ่นดิน
กรุงไทย คุม NPL ดีกว่าเป้า เดินหน้าช่วยลูกหนี้ จับตา SME-อสังหาฯ
Finance กรุงไทย คุม NPL ดีกว่าเป้า เดินหน้าช่วยลูกหนี้ จับตา SME-อสังหาฯ
แสนสิริ กระหึ่มเกาะภูเก็ต จ่อขึ้น 3 คอนโดฯริมหาดท็อปลิสต์ระดับโลก “ป่าตอง-ราไวย์-ในยาง”
Real Estate แสนสิริ กระหึ่มเกาะภูเก็ต จ่อขึ้น 3 คอนโดฯริมหาดท็อปลิสต์ระดับโลก “ป่าตอง-ราไวย์-ในยาง”
ดูทั้งหมด

Market-think : ปัญหาการสื่อสาร

17 ก.ย. 2566 | 08:15น.
เศรษฐา ทวีสิน
คอลัมน์ : Market-think
ผู้เขียน : สรกล อดุลยานนท์

คุณเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี คงต้องสรุปบทเรียนเรื่องการปรับเงินเดือนข้าราชการจากเดือนละ 1 ครั้ง เป็น 2 ครั้ง

เพราะกลายเป็นเรื่องที่คุณเศรษฐาเสียคะแนน

ทั้งที่มองในมุม “มนุษย์เงินเดือน” การได้เงินเดือนเร็วเท่าไร ยิ่งเป็นเรื่องดี

แทนที่จะรอถึงสิ้นเดือนได้ทั้งก้อน

ได้ครึ่งหนึ่งก่อนตอนกลางเดือน

และปลายเดือนก็ได้อีกครึ่งหนึ่ง

สภาพคล่องในกระเป๋าดีขึ้นชัดเจน

เพราะการวางแผนการเงิน 15 วัน ง่ายกว่า 30 วัน เยอะเลยครับ

ตอนทำงานใหม่ ๆ ผมเป็นคนที่ไม่เคยวางแผนการเงินอย่างละเอียด จึงเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี

เพราะเคยรับเงินเดือน 2 งวดมาก่อน

ใช้เงินไปเรื่อย ๆ ประมาณ 10 กว่าวันก็รู้ว่าปริ่มน้ำแล้ว ต้องประหยัด

ตอนนั้นจึงค่อยวางแผนการเงิน

เพื่อนชวนไปไหนไม่ไป ตอนเย็นเริ่มกินมาม่า

แต่อึดประมาณ 3-4 วัน เงินเดือนงวดใหม่ก็ออก

ไม่ต้องยืมเงินใคร

แต่ถ้าใครรับเงินเดือนงวดเดียว ต้องวางแผนการเงิน 30 วัน

ถ้าลืมวางแผนการเงิน กว่าจะรู้ตัวว่าปริ่มน้ำก็เหลือเวลา 1 สัปดาห์

นานขนาดนี้บางทีก็อึดไม่ไหว ต้องกู้หนี้ยืมสิน

เรื่องนี้เป็นประสบการณ์ตรงครับ

แต่มีบางคนบอกว่าข้าราชการส่วนใหญ่มีหนี้สินต้องตัดสิ้นเดือน

ถ้าเงินเดือนที่ออกสิ้นเดือนเหลือแค่ครึ่งเดียว จะเอาอะไรจ่าย

เขาอยากได้งวดเดียวเหมือนเดิม

เรื่องนี้ถ้าคิดแก้ปัญหาแบบง่าย ๆ ก็คือ เงินเดือนที่ได้ตอนกลางเดือนก็อย่าเบิกออกมา

รอให้ถึงสิ้นเดือนค่อยเบิก ก็จะเงินครบเหมือนเดิม

จะหักเท่าไรก็หักไป

แต่ถ้าเป็นเรื่องเอกสาร หรือระบบการตัดเงิน

เรื่องนี้เข้าใจได้ว่ายุ่งยาก เพราะต้องแก้ระบบ

แต่ถามว่าทำได้ไหม

ทำได้

เพราะตอนที่ผมกู้แบงก์ซื้อบ้านเมื่อ 30 ปีก่อน บริษัทก็ตัดเงินจ่ายแบงก์ 2 งวด

พ.ศ.นี้ ยิ่งไม่น่าจะยาก

คุณเศรษฐาคงคิดว่าเรื่องการปรับระบบการจ่ายเงินเดือนข้าราชการเป็น 2 งวด

ข้าราชการคงจะชอบ

เขาเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ ในขณะที่เรื่องลดค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมัน ยกเลิกหนี้เกษตรกร ฯลฯ แพลมออกมาก่อนที่จะประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งแรก

คุณเศรษฐาคงคิดไม่ถึงว่าพอมีมติเรื่องนี้ออกมาจะเจอกระแสต้านจากข้าราชการเยอะมาก

เพราะเขามองปัญหาเรื่องระบบการตัดหนี้

และไม่รู้สึกว่าระบบใหม่ดีกว่าเก่าอย่างไร

เรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดา

เพราะคนที่รับเงินเดือนงวดเดียวคงนึกไม่ออกว่าเปลี่ยนมารับ 2 งวดจะดีกว่างวดเดียวอย่างไร

เพราะเงินเดือนก็เท่าเดิม

มันเป็นเรื่อง “ประสบการณ์” ครับ

บังเอิญผมเคยมีประสบการณ์ตรงมาก่อนก็เลยเห็นข้อดีของการจ่ายเงินเดือน 2 งวด

ล่าสุด ทางรัฐบาลก็ออกมาลดกระแสต้านด้วยการเปิดช่องให้ข้าราชการเลือกว่าจะรับงวดเดียวหรือ 2 งวด

ถ้าไม่ยุ่งยากในการทำงาน การเปิดทางเลือกแบบนี้ก็ดี เพราะจะได้รู้ว่าคนที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ฝ่ายไหนมากกว่ากัน

แต่ผลจากเรื่องนี้ ผมคิดว่าคุณเศรษฐาคงได้บทเรียน 3 เรื่อง

เรื่องแรก ก่อนจะออกมาตรการอะไรออกมา ต้องทำการบ้านมากกว่านี้ เพราะมติ ครม.ครั้งนี้คิดแต่เรื่องปรับระบบการจ่ายเงินเดือน

ไม่ได้คิดถึงเรื่องระบบการหักหนี้ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของข้าราชการส่วนใหญ่

มองดาวคนละดวง

พออธิบายไม่ได้ว่าจะหักหนี้อย่างไร เรื่องที่สอง เรื่องการสื่อสาร

เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ รัฐบาลพลาดอย่างมากที่ไม่ได้เตรียมการสื่อสารที่ดีพอสำหรับการปรับระบบการจ่ายเงินเดือนข้าราชการ

ไม่มีรายละเอียดอะไรเลย

พอบอกว่าเปลี่ยนเป็น 2 งวดแล้วก็ปล่อยจอยเลย

แทนที่จะมีการแถลงรายละเอียด บอกข้อดีของแนวคิดนี้

มีอินโฟกราฟิก หรือคลิปสั้น ๆ ให้เห็นว่า ระบบการจ่ายเงินเป็นอย่างไร

ข้าราชการได้ประโยชน์อย่างไร

ถ้าศึกษาดี ๆ ก่อนว่ามีประเด็นไหนที่เขาไม่เข้าใจ หรือคัดค้าน ก็จะได้เตรียมข้อมูลชี้แจงได้

บทเรียนที่สาม คือ เรื่องความสำคัญของการปล่อยหมัด

“หมัดแรก” สำคัญที่สุด

ในขณะที่การประชุม ครม.นัดแรกมีเรื่องที่ประชาชนได้ประโยชน์หลายเรื่อง

ทั้งเรื่องลดราคาน้ำมัน ลดค่าไฟ และยกหนี้เกษตรกร

เรื่องแบบนี้ชัวร์ว่าได้คะแนนแน่ ๆ

แต่พอปล่อยหมัดชุดนี้พร้อมกับเรื่องการจ่ายเงินเดือนข้าราชการ 2 งวด

เรื่องดี ๆ หาย เรื่องร้าย ๆ กลายเป็น “ข่าวนำ”

ทั้งหมดถือเป็นบทเรียนแรกในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของคุณเศรษฐา