ผู้นำอุตสาหกรรมป้องกันประเทศในยุโรป ระดมทุนตั้งบริษัทเทคฯ เน้นอาวุธอัตโนมัติ-ปัญญาประดิษฐ์ โดรนอัตโนมัติ และเอไอช่วยเครื่องบินรบ ฝั่งอเมริกา บิ๊กผู้ผลิตอาวุธหารือสภาคองเกรส-ไบเดน เร่งกระบวนการจัดซื้อ-พัฒนาเทคโนโลยีป้องกันประเทศ
ในช่วงปีที่ผ่านมา กระแสการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ ได้รับความสนใจจากคนทั่วโลก จากการจุดพลุความสามารถที่น่าตื่นตะลึงของ Generative AI จากบริษัท Open AI ทำให้บริษัทเทคโนโลยีทั้งมวล รวมถึงคนทั่วไปตื่นตัวและแสวงหาหนทางที่จะใช้ประโยชน์จากปัญญาประดิษฐ์ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด
ความโดดเด่นในฝั่งของอุตสาหกรรมการผลิตและบริการที่สามารถใช้เทคโนโลยีนี้ไปสร้างระบบอัตโนมัติทางการผลิต และการดูแลลูกค้าได้อย่างง่ายดาย ช่วยลดเวลาและต้นทุนได้มากขึ้น
ไม่ใช่แค่อุตสาหกรรมการผลิต โรงงาน หรือการบริการลูกค้าที่ตื่นตัวและเร่งนำความสามารถปัญญาประดิษฐ์มาใช้ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศหรือการผลิตอาวุธก็เติบโตขึ้นมาแรงไม่แพ้กัน
อรุณรุ่งของสตาร์ตอัพด้านยุทธภัณฑ์ และปัญญาประดิษฐ์
หลังสงครามรัสเซีย-ยูเครนอุบัติขึ้นในช่วงเดือมกุมภาพันธ์ปีที่ผ่านมา มีการใช้งานโดรนขนาดเล็กบรรทุกระเบิด และจารกรรมข้อมูลทางยุทธศาสตร์ในสมรภูมิจำนวนมาก และระบบหุ่นยนต์เหล่านี้เริ่มมีการปรับใช้เทคโนโลยีอัตโนมัติเพื่อประเมินรูปแบบการทำสงครามใหม่ ๆ ทำให้มีความต้องการทั้งในเชิงระบบ และโดรนที่ออกแบบเพื่อการสงครามมากขึ้น
สงครามรัสเซีย-ยูเครน กระตุ้นให้บริษัทค้าอาวุธ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศทั่วยุโรป-อเมริกาตื่นตัว มีการระดมทุนและพัฒนาเทคโนโลยีรูปแบบใหม่มากขึ้น
บริษัทด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศอย่าง Helsing สัญชาติเยอรมัน ก่อตั้งขึ้นในปี 2021 และได้รับเงินทุนในปีนั้น โดยได้เงินจาก “Daniel Ek” ผู้ก่อตั้ง Spotify Technology SA (SPOT) ผ่านทางบริษัทการลงทุน Prima Materia
ล่าสุด Helsing ได้รับการระดมทุน จากบริษัทด้านกลาโหมของสวีเดน Saab AB (SAABB) จำนวน 223 ล้านเหรียญสหรัฐ ให้เป็นนักลงทุนเชิงกลยุทธ์รายใหม่ กล่าวได้ว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของกระแสสตาร์ตอัพด้านเทคโนโลยีการป้องกันประเทศที่ได้รับการระดมทุนเพิ่มขึ้นนับตั้งแต่สงครามของรัสเซียกับยูเครนเริ่มขึ้นเมื่อปีที่แล้ว
บริษัท General Catalyst ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุน เป็นผู้นำการระดมทุนในรอบนี้ และเงินทุนจะถูกใช้เพื่อขยายธุรกิจในฝรั่งเศส เยอรมนี และสหราชอาณาจักร และลงทุนในเทคโนโลยีของบริษัท บริษัทปัญญาประดิษฐ์ในกรุงเบอร์ลิน
Saab และ Helsing กำลังทำงานร่วมกัน หลังจากได้รับสัญญาจากกระทรวงกลาโหมเยอรมนีในเดือนมิถุนายนเพื่ออัพเกรดเครื่องบินขับไล่ ยูโรไฟเตอร์ 15 ลำ ของกองทัพบกเยอรมนี โดยการยกขีดความสามารถด้านสงครามอิเล็กทรอนิกส์ทางปัญญา ที่รองรับ AI Helsing ยังเป็นผู้จัดหาเทคโนโลยีให้กับยูเครนในการทำสงครามกับรัสเซีย และได้จัดกำลังบุคลากรในประเทศดังกล่าวด้วย
โดรนอัตโนมัติเพื่อการสงคราม
ฝั่งสหรัฐ ก็มีสตาร์ตอัพด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศอย่สง Shield AI ที่ได้สร้างซอฟต์แวร์ชื่อ Hivemind ซึ่งเป็นนักบินไร้คนขับสำหรับเครื่องบินที่ไม่ต้องใช้การสื่อสารหรือ GPS และสามารถใช้ได้ในสถานการณ์ที่กองกำลังศัตรูอาจขัดขวางการนำทาง หรือระบบการบินทางยุทธศาสตร์อัตโนมัติ
บริษัทดังกล่าวได้รับสัญญาทางทหารจากสหรัฐ ภายใต้การร่วมมือกับ Boeing Co. เพื่อเร่งการใช้งานซอฟต์แวร์เครื่องบินอัตโนมัติของสตาร์ตอัพในกองทัพ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา และล่าสุดเพิ่งมีการระดมทุนได้ 150 ล้านเหรียญสหรัฐ ในการพัฒนาซอฟต์แวร์การบินอัตโนมัตทางยุทธศาสตร์สงคราม
ปัญญาประดิษฐ์-อาวุธสงครามใหม่ ในยุทธศาสตร์ทะเลจีนใต้
ในจันทร์ที่ 18 ก.ย. 25660 นี้ ผู้บริหารเทคโนโลยีการป้องกันเกือบ 20 ราย ในสหรัฐ วางแผนการประชุมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของประธานาธิบดี โจ ไบเดน ประธานสภาผู้แทนราษฎร เควิน แม็กคาร์ธี และสมาชิกสภานิติบัญญัติคนอื่น ๆ เพื่อผลักดันการจัดซื้อจัดจ้างทางทหารให้เร็วขึ้นและการลงทุนด้านเทคโนโลยีบุกเบิกมากขึ้น ขั้นตอนที่พวกเขากล่าวว่ามีความจำเป็นเพื่อให้แน่ใจว่าสหรัฐ จะรักษาความได้เปรียบด้านนวัตกรรมเหนือจีน
การเร่งกระตุ้นพัฒนาอาวุธร่วมกันจากบริษัทเทคโนโลยีด้านการป้องกันประเทศเหล่านี้ เกิดขึ้นหลังจากสภาคองเกรสเริ่มหยิบยกประเด็นการต่อสู้และวิธีควบคุมปัญญาประดิษฐ์ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา
นำโดยวุฒิสภาได้จัดการประชุมโต๊ะกลมสำหรับวุฒิสมาชิกร่วมกับประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐ รวมถึง Microsoft Corp. (MSFT), Alphabet Inc. (GOOGL), Meta Platforms Inc. (META) และ Tesla Inc. (TSLA)
ในขณะที่ยักษ์ใหญ่เหล่านี้หลายราย เสนอมาตรการป้องกันด้านกฎระเบียบเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เลวร้ายที่สุดของเครื่องมือ AI แบบใหม่ที่ทรงพลังมากขึ้น พวกเขายังได้เตือนถึงมาตรการที่พวกเขากล่าวว่าจะเป็นอุปสรรคต่อนวัตกรรม และส่งผลดีต่อจีนให้พัฒนาเทคโนโลยีแซงหน้าสหรัฐอเมริกา