Skip to content

นับถอยหลัง ไต้ฝุ่นโคอินุ ถล่มไทยซ้ำ อีสานอ่วมหนัก น้ำเต็มเขื่อนลำปาว เร่งปล่อยน้ำ ระวังน้ำท่วมใหญ่

01 ต.ค. 2566 | 13:12น.
นับถอยหลัง ไต้ฝุ่นโคอินุ ถล่มไทยซ้ำ อีสานอ่วมหนัก น้ำเต็มเขื่อนลำปาว เร่งปล่อยน้ำ ระวังน้ำท่วมใหญ่

พายุไต้ฝุ่นลูกที่ 14 “โคอินุ” อีก 9 วันถึงประเทศไทย จะเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากทั่วภาคอีสาน เหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก ขณะที่สถานการณ์น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ในภาคอีสานใกล้เต็มความจุ ต้องเร่งปล่อยน้ำลงพื้นที่ใต้เขื่อน เกิดน้ำท่วมพื้นที่นอกคันกั้นน้ำเป็นวงกว้าง

วันที่ 1 ตุลาคม 2566 นายชวลิต จันทรรัตน์ กรรมการและผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำ บริษัททีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนต์ จำกัด(มหาชน) หรือ TEAM Group กล่าวถึง พายุไต้ฝุ่น ลูกใหม่ที่ชื่อว่า “โคอินุ” หรือ koinu -ดาวหมาญี่ปุ่น ได้พัฒนาขึ้นจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ก่อตัวขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิกช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

โดยพายุไต้ฝุ่นลูกนี้จะเคลื่อนที่ไปทางทิศตะวันตกและมีแนวโน้มจะเข้าสู่ประเทศไทยในระหว่างวันที่ 9-11 ตุลาคมนี้ของปีนี้ โดยในวันที่ 3 หย่อมความกดอากาศต่ำจะเพิ่มกำลังแรงเป็นพายุไต้ฝุ่นระดับ 1 และ 2 (สูงสุด=5) วันที่ 4 ต.ค. ทำให้ฝนตกหนักถึงหนักมากในไต้หวันทั้งประเทศ

วันที่ 5 ต.ค. เพิ่มกำลังแรงเป็นพายุไต้ฝุ่นระดับ 3 ทำให้ฝนตกหนักที่ฮ่องกงแล้วเคลื่อนที่ต่อไปทางตะวันตก และหากไม่มีการเปลี่ยนแปลง จากการคาดการณ์เบื้องต้นคาดว่า

วันที่ 7 ต.ค. จะทำให้ฝนตกหนักถึงหนักมากที่ เกาะ ไหหลำ และ วันที่ 9 ต.ค พายุไต้ฝุ่นโคอินุจะขึ้นฝั่งที่ประเทศเวียดนาม ทำให้ฝนตกหนักถึงหนักมากที่กรุงฮานอยและพื้นที่ใกล้เคียง

รวมไปถึงในพื้นที่ประเทศ สปป.ลาว ตั้งแต่ เวียงจันทร์ , สุวรรณเขต ลงไปถึง เมืองจำปาสักและเริ่มมีฝนตกปานกลางถึงตกหนัก ในจังหวัดนครพนม สกลนคร มุกดาหาร อุบลราชธานี ภาคใต้ฝั่งทะเลอันดามัน และภาคตะวันออก รวมถึง กรุงเทพมหานคร

วันที่ 10 ต.ค. จะทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ภาคอีสานตอนบนและอีสานตอนกลาง ภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน ภาคใต้ฝั่งทะเลอันดามัน และ ภาคตะวันออก รวมถึง กรุงเทพมหานคร

วันที่ 11 ต.ค.66 ทำให้ฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ ภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน ภาคใต้ฝั่งทะเลอันดามัน และ ภาคตะวันออก รวมถึง กรุงเทพมหานคร จึงขอให้เตรียมการระมัดระวังการเกิดน้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลาก

อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีเขื่อนอย่างน้อย 5 แห่งที่มีปริมาตรน้ำใกล้เต็มเขื่อน ได้แก่ เขื่อนห้วยหลวง 129 ล้าน ลบ.ม หรือ ร้อยละ 95

เขื่อนน้ำอูน 485 ล้าน ลบ.ม หรือ ร้อยละ 93, เขื่อนน้ำพุง 140 ล้าน ลบม.หรือ ร้อยละ 85, เขื่อนสิรินทร 1,760 ล้าน ลบ.ม หรือ ร้อยละ 90 และ เขื่อนลำปาว 2,069 ล้าน ลบ.หรือ ร้อยละ 104

เฉพาะเขื่อนลำปาว ที่มีปริมาตรน้ำสูงสุด จำเป็นต้องเร่งระบายน้ำออกจากเขื่อน โดยขณะนี้มีปริมาณน้ำระบายอยู่ที่วันละ 27-29 ล้าน ลบ.ม จากปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างวันละ 37-49 ล้าน ลบ.ม

ส่งผลให้พื้นที่นอกคันกั้นน้ำใต้เขื่อนลำปาวลงมาเกิดน้ำท่วมไหลหลากเป็นบริเวณกว้างไล่มาตั้งแต่ จว.กาฬสินธุ์-ยโสธร และ อุบลราชธานี โดยสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบันเป็นผลมาจาก หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่พาดผ่านประเทศไทยไปเมื่อสัปดาห์ก่อน

มีรายงานข่าวล่าสุดเข้ามาว่า หากพายุไต้ฝุ่นโคอินุยังไม่ลดกำลังแรงลงในอีก 9 วันข้างหน้าก็จะเกิดน้ำท่วมใหญ่ซ้ำเติมเข้ามาอีกเป็นละลอกที่สอง ทั้งจากฝนตกหนักในพื้นที่และการเร่งระบายน้ำออกจากเขื่อนใหญ่ในภาคอีสาน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พายุ