เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ธอส.อุ้มภาคอสังหาฯมองตลาดพ้นจุดต่ำสุด ‘ลดค่าโอน-จดจำนอง’ หนุน
Finance ธอส.อุ้มภาคอสังหาฯมองตลาดพ้นจุดต่ำสุด ‘ลดค่าโอน-จดจำนอง’ หนุน
TG x Bath & Bloom ชวนสูด ‘กลิ่นไทย’ บนเครื่องบิน
Business TG x Bath & Bloom ชวนสูด ‘กลิ่นไทย’ บนเครื่องบิน
ไพรเวตเจ็ต ตั้งเข็ม มุ่ง ‘เวียดนาม’ รับดีมานด์พุ่ง
Business ไพรเวตเจ็ต ตั้งเข็ม มุ่ง ‘เวียดนาม’ รับดีมานด์พุ่ง
ขับเคลื่อนท่องเที่ยวคุณภาพ ต้องไม่ใช่แค่นโยบาย…รัฐต้องลงทุน “อินฟราสตรักเจอร์” หนุน
Columns ขับเคลื่อนท่องเที่ยวคุณภาพ ต้องไม่ใช่แค่นโยบาย…รัฐต้องลงทุน “อินฟราสตรักเจอร์” หนุน
50 ปี ‘วงษ์สยามก่อสร้าง’ มือหนึ่งประมูลงานราชการ
50th Impact 50 ปี ‘วงษ์สยามก่อสร้าง’ มือหนึ่งประมูลงานราชการ
เอกนิติ มองย้อน 30 ปีเศรษฐกิจไทย จับตาเงินเฟ้อ-ดุลบัญชีเดินสะพัด เร่งเครื่องยนต์ลงทุน
Finance เอกนิติ มองย้อน 30 ปีเศรษฐกิจไทย จับตาเงินเฟ้อ-ดุลบัญชีเดินสะพัด เร่งเครื่องยนต์ลงทุน
ทุกภาคส่วนร่วมตักบาตรทางเรือ “สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี สืบสานวิถีรัตนโกสินทร์”
News ทุกภาคส่วนร่วมตักบาตรทางเรือ “สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี สืบสานวิถีรัตนโกสินทร์”
รัฐบาล เล็ง “ยุบหน่วยงาน ซ้ำซ้อน” ธนาคารที่ดิน ก.ย.นี้ ต่อด้วย ป.ย.ป. – 5 องค์การมหาชน
Politics รัฐบาล เล็ง “ยุบหน่วยงาน ซ้ำซ้อน” ธนาคารที่ดิน ก.ย.นี้ ต่อด้วย ป.ย.ป. – 5 องค์การมหาชน
จีนสั่งปรับ Trip.com กว่า 770 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ข้อหาผูกขาดตลาดจองโรงแรม
World จีนสั่งปรับ Trip.com กว่า 770 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ข้อหาผูกขาดตลาดจองโรงแรม
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (26 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 0.62% อยู่ที่ 64,431 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (26 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 0.62% อยู่ที่ 64,431 เหรียญสหรัฐ
ดูทั้งหมด

วัดพลังกิจการอวกาศไทย จากไทยคม ถึง THEOS 2

11 ต.ค. 2566 | 18:42น.

ย้อนสำรวจกิจการอวกาศไทย หลังประสบความสำเร็จส่ง THEOS-2 ทดแทนดวงเดิมในภาระกิจสำรวจทรัพยากร พร้อมโจทย์ใหญ่สิทธิเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมค้างฟ้าไทย ไม่มีใครสนใจเข้าประมูลเพื่อทำธุรกิจ

วันที่ 11 ตุลาคม 2566 การส่งดาวเทียม THEOS-2 (Thailand Earth Observation Satellite-2) โดย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ดูเหมือนจะเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่อีกครั้งในกิจการอวกาศไทย ที่แม้การครอบครองดาวเทียมสำรวจทรัพยากรบนผิวโลกจะไม่ใช่สิ่งใหม่ เพราะในปี 2551 เราก็เคยมี THEOS-1 มาแล้ว แต่เป็นการร่วมมือให้บริษัทต่างชาติที่มีองค์ความรู้จัดสร้างให้

แต่ในการพัฒนา THEOS 2 ครั้งนี้ วิศวกรชาวไทยจะได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อใช้ในการสร้างดาวเทียมเองในอนาคต

กิจการอวกาศ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบเศรษฐกิจในยุคถัดไป เพราะการสื่อสารโทรคมนาคมจะกลายเป็นกระดูกสันหลังของทุกอุตสาหกรรม และแนวโน้มของอุตสาหกรรมอวกาศมีแนวโน้มเปลี่ยนผ่านจากการผูกขาดโดยภาครัฐมาสู่การร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชนเพื่อสร้างประโยชน์เชิงพานิชอย่างกว้างขวาง เรียกว่า “New Space Economy” หรือ “เศรษฐกิจอวกาศใหม่” ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากทั้งจากภายในอุตสาหกรรมอวกาศเอง และอุตสาหกรรมอื่นที่เกี่ยวข้อง

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ได้ทำการศึกษาแนวโน้มอุตสาหกรรม โดยอ้างข้อมูลจากสำนักวิจัย Morgan Stanley ที่คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจอวกาศใหม่จะมีมูลค่ามากกว่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายใน พ.ศ. 2583 (ค.ศ. 2040)

ประเทศไทย มีการพัฒนากิจการดาวเทียมหรือกิจการอวกาศมายาวนานเกือบ 3 ทศวรรษแล้ว และถือว่ามีความโดดเด่นประเทศหนึ่งในภูมิภาค ในที่นี้เราจะชวนมาย้อนสำรวจพลังทางอวกาศของไทยว่าเป็นอย่างไรบ้าง

กิจการอวกาศ และวงโคจรดาวเทียม

ดาวเทียม จำเป็นที่จะต้องอาศัยวงโคจรซึ่งเป็นพื้นที่ “อวกาศ” ที่ตกอยู่ภายใต้ข้อกฎหมายระหว่างประเทศ 5 ฉบับ ดังนี้

  1. สนธิสัญญาว่าด้วยหลักเกณฑ์การทำกิจกรรมของรัฐในการสำรวจและใช้ประโยชน์จากอวกาศตอนนอก รวมทั้งดวงจันทร์และเทหะในท้องฟ้าอื่น ๆ ค.ศ.1967
  2. ข้อตกลงว่าด้วยการช่วยเหลือนักบินอวกาศ การส่งกลับนักบินอวกาศและวัตถุที่ถูกปล่อยสู่อวกาศตอนนอก ค.ศ. 1968)
  3. อนุสัญญาความรับผิดระหว่างประเทศต่อความเสียหายเนื่องจากวัตถุอวกาศ ค.ศ. 1972)
  4. อนุสัญญาการจดทะเบียนวัตถุที่ถูกปล่อยสู่อวกาศ
  5. ข้อตกลงควบคุมกิจกรรมของรัฐบนดวงจันทร์และเทหะในท้องฟ้าอื่น ๆ

พื้นที่อวกาศแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ 1. Suborbital หมายถึง การให้บริการในระดับความสูงไม่เกิน 100 กิโลเมตรจากระดับพื้นโลกแต่สูงกว่าเพดานบินของเครื่องบินพาณิชย์ และไม่มีการให้บริการในลักษณะเคลื่อนที่ไปข้างหน้า เช่น ธุรกิจการท่องเที่ยวที่จะนำผู้คนเดินทางออกไปในชั้นขอบของอวกาศ การศึกษาวิจัยเพื่อเข้าถึงสภาพจำลองของอวกาศและนำไปใช้เป็นข้อมูลเพื่อพัฒนานวัตกรรมขั้นต่อไป

2. Deep Space หมายถึง กิจกรรมที่เกิดนอกวงโคจรรอบโลก เพื่อสำรวจเข้าไปในอวกาศ
ดวงจันทร์ ดาวเคราะห์น้อย หรือแม้กระทั่งดาวอังคาร

3. Orbital พื้นที่วงโคจร ซึ่งกิจการดาวเทียมจะใช้พื้นที่นี้ ในระดับความสูงตั้งแต่ระดับวงโคจรต่ำ (Low Earth Orbit: LEO) ที่ ระยะ 180-3,000 กิโลเมตร ไปจนถึงระดับวงโคจรประจำที่ (Geostationary Earth Orbit: GEO) ที่ระยะ 35,768 กิโลเมตรจากพื้นโลก

ที่มีดาวเทียมจำนวนมากโคจรอยู่นั้น อาจทำให้เกิดปัญหาการพุ่งชน และการส่งคลื่นสัญญาณรบกวนกัน แต่ตามหลักการและข้อตกลงร่วมกัน “การใช้ประโยชน์จากอวกาศ” เป็นไปตามหลักการ First Come First Serve ใครมาถึงก่อนได้สิทธิใช้ประโยชน์ก่อนเรียงตามลำดับกันไป ดังนั้นจึงให้สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ ITU เป็นตัวกลางในการจัดสรรสิทธิเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมให้แก่ประเทศสมาชิกที่แสดงความพร้อมในการใช้วงโคจร โดยเฉพาะดาวเทียมสื่อสาร ที่จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาโทรคมนาคม

การประชุมสภาสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ 2023
ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ในการประชุมสภาสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ 2023

ภูมินทร์ บุตรอินทร์ ได้ระบุในงานศึกษาวิจัย ว่า วงโคจรดาวเทียม จึงแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ตามความสูงที่เหมาะสมกับดาวเทียมแต่ละประเภท ได้แก่

1.วงโคจรดาวเทียมค้างฟ้า หรือวงโคจรประจำที่ (Geostationary Earth Orbit หรือ GEO)

เป็นดาวเทียมที่มีวงโคจรอยู่ในระนาบของเส้นศูนย์สูตรของโลก (Equatorial Orbit) ซึ่งอยู่ห่างจากพื้นโลกประมาณ 35,786 กม.ซึ่งดาวเทียมที่โคจรในวงโคจรนี้จะหมุนรอบโลกด้วยระยะเวลาเท่ากับโลกหมุนรอบตัวเอง รอบละ 23 ชั่วโมงและ 56 นาที ใช้ดาวเทียมเพียงไม่กี่ดวงก็สามารถให้บริการได้ความครอบคลุมทั่วโลกซึ่งส่วนใหญ่ของดาวเทียมที่อยู่ในวงโคจรนี้จะถูกนำมาใช้งานทางด้านอุตุนิยมวิทยาและดาวเทียมสื่อสาร

2.วงโคจรระยะปานกลาง (Medium Earth Orbit หรือ MEO)

วงโคจรในระยะปานกลาง อยู่ที่ระยะความสูงตั้งแต่ 1,200 กิโลเมตร จนถึง 35,790 กิโลเมตร จากพื้นโลก แต่หากต้องการสัญญาณให้ครอบคลุมทั้งโลกจะต้องใช้ดาวเทียมหลายดวง (ประมาณ 10 ถึง 15 ดวง) เพื่อเป็นเครือข่าย และมีทิศทางของวงโคจรรอบโลกทำมุมเฉียงหลาย ๆ ทิศทาง โดยปกติแล้วอายุการใช้งานดาวเทียมในวงโคจรระยะปานกลางจะมีอายุการใช้งานสั้นกว่าดาวเทียมที่ GEO โดยส่วนใหญ่ของดาวเทียมที่อยู่ในวงโคจรนี้จะถูกนำมาใช้งานทางการติดตามยานพาหนะในเทคโนโลยี GPS

3. วงโคจรระยะต่ำ (Low Earth Orbit หรือ LEO)
อยู่สูงจากพื้นโลกประมาณ 200-1,200 กม. เท่านั้น ใกล้พื้นผิวโลกมาก การใช้งานจึงเหมาะสมกับการถ่ายภาพที่มีรายละเอียดสูงและมักใช้ในการติดตามผลอย่างใกล้ชิด เช่น พื้นที่ความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ เป็นต้น แต่ข้อเสียของดาวเทียมประเภทนี้มักจะไม่อาจครอบคลุมพื้นที่ได้นาน เนื่องจากดาวเทียมต้องเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงมาก

4. วงโคจรรูปวงรีมาก (Highly Elliptical Orbit หรือ HEO) เส้นการเดินทางตามวงโคจรนี้ จะมีจุดใกล้โลกที่สุด (perigee) สูงจากพื้นโลกน้อยกว่า3,000 กม. และมีจุดไกลโลกที่สุด (apogee) สูงจากพื้นโลกมากกว่า 30,000 กม. มีความเร็วในวงโคจรไม่คงที่ กล่าวคือเมื่ออยู่ใกล้โลกดาวเทียมจะเคลื่อนที่ใกล้โลกมาก และเคลื่อนที่ช้าลงเมื่อออกห่างจากโลก

ซึ่งลักษณะเฉพาะของวงโคจรดาวเทียมนี้ ถูกออกแบบสำหรับดาวเทียมที่ปฏิบัติภารกิจเฉพาะ เช่น การปฏิบัติงานทางด้านวิทยาศาสตร์ เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบันวงโคจรรูปวงรีมากนี้ ไม่ได้รับความนิยมในการใช้งาน

ดาวเทียม LEO – GEO ของไทย

ประเทศไทย ได้เริ่มกิจการดาวเทียมโดยการส่งดาวเทียมค้างฟ้า (GEO) ซึ่งเป็นระบบสัปทานมีบริษัทเอกชน คือ บริษัท ชินแซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) ได้รับสัมปทานจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ซึ่งเน้นกิจการด้านการสื่อสาร โดยได้ใช้วิธีการจัดหาดาวเทียมดวงแรกรุ่น HS-376 สร้างโดย Huges Space Aircraft (บริษัทลูกของโบอิ้ง) ในชือ “ไทยคม1” ในปี 2536

ต่อมาเกิดปัญหาเกี่ยวกับการถือครองหุ้นจึงมีการเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) และสามารถจัดหาดาวเทียมสื่อสารทดแทนตำแหน่งวงโคจรต่างๆ เรื่องมา ได้แก่ ไทยคม2, 3, 4(ไอพีสตาร์), 5, 6, 7, และล่าสุด คือ ไทยคม 8 ที่ส่งเมื่อปี 2559

ปัจจุบัน ประเทศไทย มีดาวเทียมที่ประจำการอยู่ 4 ดวง ได้แก่ ไทยคม4 (ไอพีสตาร์) ไทยคม6, ไทยคม7 และไทยคม8

ไฮไลต์ของกิจการดาวเทียมสื่อสารอยู่ที่ ไทยคม4 ซึ่งถือว่าเป็นดาวเทียมดวงแรกของไทยที่สามารถปลดสัญญาณอินเทอร์เน็ตบรอดแบรนด์ได้ และเคยเป็นดาวเทียมสื่อสารเชิงพาณิชย์ที่ใหญ่และมีน้ำหนักมากที่สุดในโลก ณ วันที่ถูกส่งขึ้นสู่วงโคจร ในปี 2548 และกำลังจะหมดอายุวิศวกรรมลงในปี 2567 นี้

ดังนั้นก่อนที่ ไทยคม4 จะหมดอายุลง จะต้องมีการส่งดาวเทียมทดแทน ไม่ว่าจะเป็นการยิงขึ้นใหม่ หรือลากจากวงโคจรข้างเคียงเพื่อให้บริการการสื่อสารแก่ลูกค้าต่อไป เพราะหากมีเหตุสะดุดและไม่สามารถทดแทนได้จะเป็นหตุให้ไทยสูญเสียสิทธิการเข้าใช้วงโคจรจาก ITU หากมีประเทศอื่นพร้อมขอใช้แทนตามหลัก First Come First Serve

ดาวเทียมไทยคม
ภาพจำลองดาวเทียมไทยคมแต่ละดวง

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้รายงานก่อนหน้านี้ว่า ไทยคม กำลังจัดทำรายละเอียดเรื่องการส่งดาวเทียมค้างฟ้าขึ้นสู่วงโคจรเพื่อทดแทนดาวเทียมไทยคม 4 จำนวน 3 ดวง แบ่งเป็นดาวเทียมขนาดเล็ก 2 ดวง (ราคาตลาดอยู่ที่ราว 2พันล้านบาท) ภายในปี 2567-2568 และขนาดใหญ่ 1 ดวง (ราคาตลาดราว 8พันล้านบาท) ภายในปี 2570 ซึ่งทั้งหมดจะมี Capacity มากกว่า ไทยคม4 ถึง 3 เท่า

ในส่วนของดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO) ประเทศไทยมีการส่งดาวเทียมสำรวจทรัพยากร ไทยโชต หรือ THEOS ในปี 2551 ซึ่งใช้ในกิจการที่เฉพาะเจาะจงเพื่อบริารจัดการทรัพยากรที่อยู่ในบริเวณที่ดาวเทียมถ่ายภาพได้ และดาวเทียม LEO มีอายุการใช้งานสั้นกว่า GEO จึงต้องมีการพัฒนาทดแทนดังที่ได้กล่าวข้างต้นว่า THEOS 2 คือความก้าวหน้าสำคัญในการพัฒนาและสร้างดาวเทียมเองทุกขั้นตอนของวิศวกรไทย (ยกเว้นการขนส่งโดยจรวด)

นอกจากนี้ ในกิจการดาวเทียมวงโคจรต่ำที่น่าสนใจ ยังมีธุรกิจดาวเทียมบริดแบรนด์ หรือ ดาวเทียมอินเทอร์เน็ตจากฟากฟ้า ซึ่งมีผู้เล่นรายใหญ่ของโลก เช่น โครงการ Starlink ของ SpaceX โดยมหาเศรษฐี “อีลอน มัสก์” หรือ โครงการ One Web บริษัทในเครือของ Eutelsat เป็นต้น

ดังที่กล่าวไปว่าดาวเทียมวงโคจรต่ำจำเป็นต้องใช้หลายดวงเพื่อสร้างเครือข่ายสัญญาณ รวมถึงเกตเวย์รับสัญญาณในพื้นที่ที่ให้บริการด้วย ซึ่งประเทศไทยเองก็มีการเตรียมการสำหรับโครงการเหล่านี้ เช่น บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ (NT) ได้ลงทุนสร้างสถานีเกตเวย์สำหรับดาวเทียมวงโคจรต่ำ OneWeb เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายดาวเทียมบรอดแบรนด์ ในพื้นที่สถานีดาวเทียมสิรินธร อุบลราชธานี ในช่วงปี 2565 ที่ผ่านมา

Russian Space Agency Roscosmos shows a Soyuz-2.1b rocket booster with a Fregat upper stage and satellites of British firm OneWeb blasting off from a launchpad at the Baikonur Cosmodrome. (IVAN TIM / Russian Space Agency Roscosmos / AFP)

ปัญหาเรื่องสิทธิเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมของไทยที่อาจสูญเสียไป

ระบบสัมปทานดาวเทียมของไทยหมดอายุในช่วงปี 2564 ที่ผ่านมา ทำให้ต้องมีการเปลี่ยนผ่านระบบจากสัมปทานไปสู่การให้ใบอนุญาต ซึ่งผู้ประกอบการต้องทำการ “ประมูล” เพื่อให้ได้สิทธิจากรัฐ ในการใช้งานวงโคจรดาวเทียม ซึ่งรัฐเป็นผู้ดำเนินการขอใช้กับ “สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ” หรือ ITU

ผู้ดำเนินการกำกับดูแลในเรื่องนี้ คือ สำนักงาน กสทช. ที่มีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตร 60 ในการพิทักษ์รักษาสิทธิเข้าใช้วงโคจร แต่ต้องเน้นย้ำอีกครั้งในทีนี้ว่า สิทธิเข้าใช้วงโคจรไม่ใช่สมบัติของชาติ แต่เป็นของนานาชาติ และประเทศอื่นก็มีสิทธิเข้าใช้หากมีความพร้อมและขอใช้สิทธิในตำแหน่งที่ว่าง

ปัญหาคือข้อจำกัดในอุตสาหกรรมดาวเทียมที่หาผู้เล่นที่เชี่ยวชาญมาแข่งขันกันประมูลได้ยากมาก จึงเป็นโจทย์ให้ กสทช. ต้องหาวิธีผลักดันให้เกิดการแข่งขันและเกิดผู้เล่นรายใหม่ๆ มาแข่งขันการพัฒนาอุตสาหกรรมอวกาศของไทย

ประเทศไทย ได้ประสานงานโครงข่ายดาวเทียม และได้รับสิทธิเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมค้างฟ้า (LEO) จาก ITU มา 7 ตำแหน่งวงโคจร และได้นำมาแบ่งเป็นชุดเพื่อให้แต่ละตำแหน่งอยู่ใกล้เคียงกันให้ง่ายต่การส่งต่อสิทธิ์เข้าใช้ให้เอกชน ได้แก่

ชุดที่ 1 ตำแหน่งวงโคจร (ตามเส้นแวง) 50.5E ประกอบด้วยข่ายงาน Thaicom-C1 และ Thaicom-N1 ซึ่งเป็นข่ายงานดาวเทียมที่มีสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมขั้นสมบูรณ์ประสานความถี่แล้ว พร้อมปล่อยดาวเทียม และวงโคจร 51E ข่ายงาน Thaicom-51 ที่ยังอยู่ระหว่างประสานความถี่ของวงโคจรกับประเทศใกล้เคียง

ชุดที่ 2 ตำแหน่งวงโคจร (ตามเส้นแวง) 78.5E ข่ายงาน Thaisat-A2B ประสานความถี่สมบูรณ์แล้วพร้อมยิงดาวเทียม และ Thaisat-78.5E ระหว่างประสานความถี่ วงโคจรนี้มีดาวเทียมบรอดแคสต์ดั้งเดิมโคจรอยู่แล้ว 2 ดวงคือ ไทยคม 6 และ 8 จึงมีลูกค้าครอบคลุมในไทยและเพื่อนบ้านทั้งหมด จนถึงอินเดียและตะวันออกกลางบางส่วน

นอกจากนี้ยังเป็นวงโคจรเดิมของไทยคม 5 ซึ่งหมดอายุหลุดวงโคจรไปแล้ว ทำให้สามารถนำดาวเทียมขึ้นมาทดแทนได้ง่าย ผู้ที่ได้สิทธิในการใช้งานชุดข่ายดาวเทียมนี้ คือ บริษัท ไทยคม

ชุดที่ 3 ตำแหน่งวงโคจร (ตามเส้นแวง) 119.5E ข่ายงาน Thaisat-IP1, P3 พร้อมยิงดาวเทียม และ Thaisat-119.5E ระหว่างประสานงานโคจร และวงโคจร 120E ข่ายงาน Thaisat-120E ระหว่างประสานความถี่ ป็นข่ายงานเดิมของดาวเทียมไทยคม 4 มีการประสานงานแล้ว และเป็นข่ายงานที่ออกแบบมาเพื่ออินเทอร์เน็ตดาวเทียมแต่แรก เป็นดาวเทียมบรอดแบรนด์โดยเฉพาะข่ายงานเดียวที่ไทยมี ทำให้มีโอกาสทางธุรกิจสูง

ชุดที่ 4 ตำแหน่งวงโคจร (ตามเส้นแวง) 126E ข่ายงาน Thaisat-126E อยู่ระหว่างประสานความถี่ เหลือเวลาการประสานความถี่อีกประมาณ 5 ปี ครอบคลุมพื้นที่ เอเชีย แปซิฟิก ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ถ้าประสานงานความถี่ได้อย่างดีจะสามารถปลดปล่อยสัญญาณบรอดแบรนด์ หรือ อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมได้เหมือนกับข่ายงานดาวเทียมไทยคม 4 จึงมีโอกาสทางธุรกิจสูง แต่ยังไม่สามารถปล่อยดาวเทียมได้ทันทีต้องประสานงานกับ ITU ก่อน ผู้ที่ได้สิทธิ์เข้าใช้ คือ บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ NT ยังไม่มีกำหนดปล่อยดาวเทียม

ชุดที่ 5 ตำแหน่งวงโคจร (ตามเส้นแวง)142E ข่ายงาน Thaicom-G3K พร้อมยิงดาวเทียม และข่ายงาน Thaicom-142E อยู่ระหว่างประสานความถี่ สถานะของกิจการดาวเทียมในขณะนี้ จึงมีสิทธิวงโคจรเหลืออยู่ 2 ชุด หรือ 3 ตำแหน่งวงโคจรได้แก่ ตำแหน่ง วงโคจร 50.5E, วงโคจร 51E และ วงโคจร 142E

ซึ่งตำแหน่งวงโคจรดังกล่าว หาผู้สนใจยากเพราะไม่มี Footprint ในพื้นที่ประเทศไทย หากเอกชนทำดาวเทียมแล้วจะต้องไปหาลูกค้าจากต่างประเทศ และแพ็กเกจดาวเทียมชุดที่ 1 กำลังหมดอายุใบอนุญาตในปีนี้ หากไม่มีดาวเทียมทดแทนบนวงโคจรตำแหน่ง 50 และ 50.5 องศาตะวันออก จะถูกสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) ยึดสิทธิดังกล่าวจากประเทศไทย จะส่งผลให้ กสทช.ไม่สามารถรักษาสิทธิการเข้าใช้วงโคจร ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ กสทช. ตามมาตรา 60 แห่งรัฐธรรมนูญ ปี 2560

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กสทช. ดาวเทียม ไทยคม