เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
Columns เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
Finance หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ข่าวในพระราชสำนัก สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
Politics ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
Business ‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
Politics นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
Finance คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 ส.ค. 2569
ไฮไลท์ประชาชาติ ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 ส.ค. 2569
สมอ. ลงสำเพ็งยึด “สกุชชี่” ไร้ มอก. เกือบ 2 หมื่นชิ้น เตือนภัยแฝงสารก่อมะเร็ง-โลหะหนัก
Economic สมอ. ลงสำเพ็งยึด “สกุชชี่” ไร้ มอก. เกือบ 2 หมื่นชิ้น เตือนภัยแฝงสารก่อมะเร็ง-โลหะหนัก
รถไฟฟ้าจุดเปลี่ยน ‘ย่านสะพานควาย’ บิ๊กอสังหาฯ ทุบ 4 โรงหนังแห่ผุดคอนโดฯ
Real Estate รถไฟฟ้าจุดเปลี่ยน ‘ย่านสะพานควาย’ บิ๊กอสังหาฯ ทุบ 4 โรงหนังแห่ผุดคอนโดฯ
ดูทั้งหมด

เศรษฐาปิดจุดเสี่ยง “เงินดิจิทัล” แก้เกม สตง.-กกต. ป.ป.ช. รุมกินโต๊ะ

14 ต.ค. 2566 | 07:47น.
เศรษฐา ทวีสิน
คอลัมน์ : Politics policy people forum

กลายเป็นว่ารัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ต้องต่อสู้ทางความคิดเรื่องโปรเจ็กต์ยักษ์ 5.6 แสนล้าน เงินดิจิทัลวอลเลตที่จะแจกให้กับคนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป

หลัง 99 นักวิชาการ นักเศรษฐศาสตร์ ร่อนจดหมายเปิดผนึกคัดค้านโครงการ

คีย์เมสเสจของ 99 นักวิชาการคือ “ประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับ (จากโครงการดิจิทัลวอลเลต) นั้นน้อยกว่าต้นทุนที่เสียไปอย่างมาก นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างบรรทัดฐานให้มีการแจกเงิน เพื่อกระตุ้นให้คนจับจ่ายใช้สอยในระยะสั้น ๆ โดยไม่คำนึงถึงวินัยและเสถียรภาพทางการคลังในระยะยาว”

เวลานี้คนสำคัญในรัฐบาล ตั้งแต่ตึกไทยคู่ฟ้า นายกรัฐมนตรี เลขาธิการนายกฯ ที่ปรึกษานายกฯ ยันกระทรวงการคลัง ตั้งแต่รัฐมนตรีช่วยว่าการ ปลัดกระทรวง ฯลฯ ต่างต้องเปิดฟลอร์ชี้แจง

พร้อมกับยืนยันว่า โครงการดิจิทัลวอลเลต “คิดครบ-คิดรอบคอบ” ไม่ทำลายวินัยการเงินการคลัง

จำนำข้าว บทเรียนเจ็บปวด

รัฐบาลพรรคเพื่อไทยมีบทเรียนอันเจ็บปวดกับโครงการประชานิยม-เรือธง ของรัฐบาล ตั้งแต่พรรคไทยรักไทย ยันพรรคเพื่อไทย

โครงการที่สังคมจำกันได้ มีรัฐมนตรีติดคุกถึง 2 คนคือ โครงการรับจำนำข้าวทุกเมล็ด เป็นผลให้ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศ ด้วยข้อหาไม่ระงับยับยั้ง ปล่อยให้มีการทุจริต

แม้ฟากรัฐบาลจะพยายามอธิบายว่า การทุจริตเกิดขึ้นในปลายห่วงโซ่ อยู่ในขั้นตอนการ “ระบายข้าว” ไม่ใช่ตัวโครงการที่ทุจริต แต่คำอธิบายไม่เป็นผล

มาถึงโครงการเงินดิจิทัลวอลเลต ที่ใช้งบฯ-เงินกว่า 5.6 แสนล้านบาท รัฐบาลเศรษฐาจึงต้อง “ระมัดระวัง”

ปิดจุดอ่อนดิจิทัลวอลเลต

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2566 จึงมีคำสั่งตั้งคณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน digital wallet มีนายกฯ เป็นประธาน องค์ประกอบ มีรัฐมนตรีหลายกระทรวง ทั้งภาคเศรษฐกิจ และภาคความมั่นคง

และยังมีคณะอนุกรรมการย่อยอีก 3 ชุด ประกอบด้วย 1.คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการ มี “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” รมช.คลัง เป็นประธาน โดยเป็นคณะที่รวบรวมประเด็น เช่น เกณฑ์โครงการ แหล่งเงินงบประมาณ จากนั้น จึงจะเสนอต่อชุดใหญ่

2.คณะทำงานด้านตรวจสอบการกระทำที่อาจเข้าข่ายผิดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขโครงการ เป็นคณะที่จะเริ่มต้นทำงานหลังจากโครงการเดินหน้าไปแล้ว เพื่อป้องกันข้อหา “ปล่อยปละละเลย-ไม่ระงับยับยั้ง ปล่อยให้มีการทุจริต” ซ้ำรอยโครงการจำนำข้าว และ 4.คณะทำงานด้านบริหารฐานข้อมูลโครงการ

แหล่งข่าวจากทีมนโยบายพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า เราเห็นบทเรียนจากนโยบายจำนำข้าว โดยศึกษาคำวินิจฉัยจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

กรณีจำนำข้าว ที่ตั้งข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลไม่ระงับยับยั้ง ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต ดังนั้น โครงการดิจิทัลวอลเลต จึงต้องมีคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ ตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ เพื่อไม่ให้มีข้อบกพร่อง หรือช่องโหว่การทุจริต

ตาราง ปิดจุดเสี่ยง ‘เงินดิจิทัล’

ถูกองค์กรอิสระล้อมคอก

อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทันที่โครงการเงินดิจิทัลคิกออฟ โดยจะเริ่ม 1 กุมภาพันธ์ 2567 แต่ปรากฏว่าองค์กรอิสระคิกออฟ ตั้งคณะกรรมการติดตาม-จับตา แล้ว

11 ตุลาคม ที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติให้สำนักงาน ป.ป.ช.ตั้งคณะกรรมการพิจารณาศึกษาโครงการดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท

เพื่อศึกษารายละเอียดโครงการดังกล่าว ว่ามีข้อน่าห่วงใย หรือความสุ่มเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดปัญหาการทุจริต หรือผลกระทบด้านเศรษฐกิจในระยะยาว ตามที่มีนักวิชาการและอดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ท้วงติงมาหรือไม่

12 ตุลาคม ผู้ตรวจการแผ่นดิน มีมติรับคำร้อง เพื่อแสวงหาข้อเท็จจริง กรณี นางวิรังรอง ทัพพะรังสี ประธานเครือข่ายมหาวิทยาลัยเพื่อการปฏิรูปประเทศ ยื่นเรื่องวินิจฉัยพร้อมส่งความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ หรือศาลปกครอง

เนื่องจากเห็นว่าอาจจะขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายวินัยการเงินการคลัง

รธน.ปราบโกงแผลงฤทธิ์

หนึ่งใน “จุดเปลี่ยน” ของนโยบายจำนำข้าว และ “จุดตาย” ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน คือการที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินส่งหนังสือถึงรัฐบาล 4 ฉบับ เรื่อง ปัญหาและความเสี่ยงสำคัญที่จะส่งผลกระทบให้เกิดความเสียหายต่อการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเปลือกคือ ฉบับปี 2554 ฉบับปี 2555 จำนวน 2 ฉบับ และฉบับปี 2557 อีก 1 ฉบับ กลายเป็นหลักฐานสำคัญที่ ป.ป.ช.หยิบไปพิจารณากรณีปล่อยให้มีการทุจริต

หลังจากรัฐประหาร 2557 ยิ่งลักษณ์ต้องตกเป็นจำเลย “จำนำข้าว” และกรณีดังกล่าวถูกนำมาเป็น “ตุ๊กตา” ในการร่างรัฐธรรมนูญ 2560 ฉบับ “ปราบโกง”

สุดท้ายตกผลึกมาอยู่ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 245 เพื่อล้อมคอกโครงการ “ประชานิยม” ที่ไม่รักษา “วินัยการเงินการคลัง”

“เพื่อประโยชน์ในการระงับหรือยับยั้งความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นแก่การเงินการคลังของรัฐ ให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินเสนอผลการตรวจสอบการกระทําที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐและอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่การเงินการคลังของรัฐอย่างร้ายแรง ต่อคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) เพื่อพิจารณา”

ในกรณีที่คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินเห็นพ้องด้วยกับผลการตรวจสอบดังกล่าว ให้ปรึกษาหารือร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้งและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หากที่ประชุมร่วมเห็นพ้องกับผลการตรวจสอบนั้น ให้ร่วมกันมีหนังสือแจ้งสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และคณะรัฐมนตรี เพื่อทราบโดยไม่ชักช้า และให้เปิดเผยผลการตรวจสอบดังกล่าวต่อประชาชนเพื่อทราบด้วย

คำขยายบทบัญญัติมาตรานี้คือ มาตรการยับยั้งความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นแก่การเงินการคลังของรัฐอย่างร้ายแรง โดยให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบ ถ้าเห็นว่าก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง ก็เสนอให้ คตง.ชุดใหญ่ 7 คนพิจารณา

ถ้า คตง.เห็นด้วยกับผลสอบ ก็ให้ปรึกษาหารือร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และ ป.ป.ช. และให้ทั้ง 3 องค์กรมีหนังสือแจ้งไปยังรัฐบาล สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภารับทราบ พร้อมกับให้เปิดเผยผลสอบต่อประชาชน

เพื่อให้เกิดแรงผลักดันจากสาธารณชนให้รัฐต้องพิจารณา เรื่องการใช้จ่ายเงินให้รอบคอบ

ถ้ารัฐบาลเพิกเฉย อาจมีจุดลงเอยแบบ “จำนำข้าว” เพราะองค์กรอิสระล้อมกรอบไว้หมดแล้ว