เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
แสนสิริ x SCB แนะ SMEs เร่งขับเคลื่อนยั่งยืนจากเรื่องเล็ก ๆ
SD แสนสิริ x SCB แนะ SMEs เร่งขับเคลื่อนยั่งยืนจากเรื่องเล็ก ๆ
ซีเอ็ดจับมือ 4 ศิลปินไทย เปิดพื้นที่หนังสือ-ศิลปะ ในงานมหกรรมหนังสือฯ ครั้งที่ 31
Biz Movement ซีเอ็ดจับมือ 4 ศิลปินไทย เปิดพื้นที่หนังสือ-ศิลปะ ในงานมหกรรมหนังสือฯ ครั้งที่ 31
‘แสนสิริ’ จุดพลุทำเล ‘หัวหิน’ จากเมืองมาเยือน สู่ ‘บ้านหลังที่สอง’ 
Real Estate ‘แสนสิริ’ จุดพลุทำเล ‘หัวหิน’ จากเมืองมาเยือน สู่ ‘บ้านหลังที่สอง’ 
จัดระเบียบแพลตฟอร์ม เบรกขึ้น GP-ตั้งกติกา ‘ตลาดดิจิทัล’
Economic จัดระเบียบแพลตฟอร์ม เบรกขึ้น GP-ตั้งกติกา ‘ตลาดดิจิทัล’
สมาคมโฆษณาย้ำปีนี้อุตฯ ฟื้น ธุรกิจแห่ทุ่มเม็ดเงินแตะ 8.3 หมื่นล้าน
Business สมาคมโฆษณาย้ำปีนี้อุตฯ ฟื้น ธุรกิจแห่ทุ่มเม็ดเงินแตะ 8.3 หมื่นล้าน
คุม ‘BNPL’ ก่อนเกิดปัญหา
Finance คุม ‘BNPL’ ก่อนเกิดปัญหา
DE ผนึก Meta ยืนยันตัวตนผู้ลงแอด No ID, No Ads
Tech DE ผนึก Meta ยืนยันตัวตนผู้ลงแอด No ID, No Ads
ศูนย์การค้า แห่ผุดบ้านผีสิงทั่วประเทศ รับกระแสฮาโลวีน
Business ศูนย์การค้า แห่ผุดบ้านผีสิงทั่วประเทศ รับกระแสฮาโลวีน
หงส์เลือกคนไม่ผิด
คุยกับเอกราช หงส์เลือกคนไม่ผิด
จุดพลุ ‘นิวฟรอนเทียร์เทค’ ทรู-ซี.พี. ย้ำแนวคิด ‘ทำสิ่งใหม่-ใช้จริง-โตพร้อมพันธมิตร’
Tech จุดพลุ ‘นิวฟรอนเทียร์เทค’ ทรู-ซี.พี. ย้ำแนวคิด ‘ทำสิ่งใหม่-ใช้จริง-โตพร้อมพันธมิตร’
ดูทั้งหมด

เงินติดล้อโชว์งบฯ Q3/66 กำไรทะลุ 1 พันล้าน อานิสงส์นายหน้าประกัน-สินเชื่อโต

07 พ.ย. 2566 | 12:05น.
เงินติดล้อ

บริษัท เงินติดล้อ หรือ TIDLOR เผยกำไรสุทธิไตรมาส 3/66 จำนวน 1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.7% และในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2566 มีกำไรสุทธิจำนวน 2.88 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3% อานิสงส์ธุรกิจสินเชื่อ-นายหน้าประกัน เพิ่มขึ้น 27.6% ด้านหนี้เสียอยู่ที่ระดับ 1.51%

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2566 บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR เปิดเผย ผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/66 ยังคงเติบโตตามแผนงานที่วางไว้ บริษัทมีรายได้รวม 4,834 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.0% YOY ในขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมจำนวน 3,574 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ซึ่งเป็นผลจากการขยายตัวของธุรกิจ และต้นทุนทางการเงินที่ปรับเพิ่มขึ้นตามการเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

ด้านกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 3/66 จำนวน 1,007 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.7% YOY และสำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทมีกำไรสุทธิจำนวน 2,889 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3% YOY

ณ สิ้นไตรมาสที่ 3 ปี 2566 บริษัทมีพอร์ตสินเชื่อคงค้าง อยู่ที่ 91,888 ล้านบาท ขยายตัว 21.1% YOY โดยบัตรติดล้อยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักสนับสนุนการเติบโตธุรกิจสินเชื่อ ซึ่งปริมาณการใช้งานบัตรยังคงขยายตัวต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังคงรักษาคุณภาพพอร์ตสินเชื่อได้เป็นอย่างดี

สำหรับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL อยู่ที่ระดับ 1.51% ลดลงจาก 1.54% ในไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม และยังคง NPL Coverage Ratio ในระดับสูงที่ 264% เพื่อรองรับการขยายตัวทางธุรกิจและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ส่วนของ Credit Cost ในปีนี้ ยังคงอยู่ในกรอบที่ตั้งไว้

นอกจากธุรกิจสินเชื่อ อีกธุรกิจหลักซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนให้ผลการดำเนินงานของบริษัท แข็งแกร่ง คือธุรกิจนายหน้าประกันภัย โดยดำเนินธุรกิจภายใต้ แบรนด์ “ประกันติดล้อ” ซึ่งเป็นแบรนด์นายหน้าประกันภัยที่มุ่งเน้นลูกค้ารายย่อยอันดับ 1 ที่มีจุดเด่นด้านการให้คำปรึกษาและเสนอขายประกันภัยอย่างใกล้ชิด (Face-to-Face Marketing)

โดยในไตรมาส 3 ปี 2566 เบี้ยประกันวินาศภัยขยายตัวต่อเนื่อง ใน 9 เดือน ปี 2566 มียอดเบี้ยประกันวินาศภัยรวม 6,052 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.6% YOY โดยเติบโตได้ดีทั้งช่องทางออฟไลน์ ช่องทางดิจิทัล และแพลตฟอร์มอารีเกเตอร์

นายปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่กล่าวว่า ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาในปี 2566 เรายังคงสามารถสร้างผลประกอบการที่ดี ถึงแม้ภาคอุตสาหกรรมการเงินจะได้รับแรงกดดันจากภาวะอัตราดอกเบี้ยสูง และปัจจัยด้านเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศที่มีความไม่แน่นอน แต่ บมจ.เงินติดล้อ ยังคงสามารถเดินหน้าสร้างการเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ได้

โดยทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษัท ยังคงมุ่งเน้นการใช้พื้นฐานด้านเทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง เพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทั้งด้านธุรกิจสินเชื่อและธุรกิจนายหน้าประกันภัยอย่างต่อเนื่อง ขณะที่พอร์ตสินเชื่อรวมและธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) และต้นทุนด้านเครดิต (Credit Cost) อยู่ในทิศทางตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ และปรับลดเป้า NPL ในปีนี้ลงจากไม่เกิน 1.8% มาที่ไม่เกิน 1.65% ขณะที่บริษัทยังมีการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่ง การจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการบริหารคุณภาพสินเชื่ออย่างรัดกุม รวมถึงมีการตั้งสำรองในระดับที่เหมาะสมและเพียงพอเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจและความเสี่ยงจากเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์

โดยบริษัทยังคงมุ่งเน้นการเติบโตพอร์ตอย่างมีคุณภาพภายใต้การควบคุมคุณภาพสินเชื่อที่เข้มงวด และนโยบายการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บริษัทสามารถสร้างผลกำไรได้ตามเป้าหมาย ในขณะที่ยังคงรักษาสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งเอาไว้ได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ ณ เดือนตุลาคมปี 2566 TIDLOR ยังคงได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กรและอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน ที่ระดับ “A” แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” จากทริสเรทติ้ง ซึ่งถือว่าเป็นอันดับสูงสุดในผู้เล่นอุตสาหกรรมเดียวกัน และได้รับการจัดอันดับบริษัทจดทะเบียนที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดีในระดับ 5 ดาว หรือ “ดีเลิศ” (Excellent CG Scoring) เป็นครั้งแรก สำหรับท่านนักลงทุนและผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารของ TIDLOR