เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
Columns ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
คุยกับเศรษฐา : แก้วิกฤตข้อมูลน้ำได้ ก็แก้ปัญหาน้ำได้
Columns คุยกับเศรษฐา : แก้วิกฤตข้อมูลน้ำได้ ก็แก้ปัญหาน้ำได้
แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
Finance แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
ประคับประคองเศรษฐกิจ
Columns ประคับประคองเศรษฐกิจ
COM7-SPVI-CPW-ADVANC-TRUE รับอานิสงส์ iPhone 18 จับตาแรงซื้อรอบเปลี่ยนเครื่อง
Finance COM7-SPVI-CPW-ADVANC-TRUE รับอานิสงส์ iPhone 18 จับตาแรงซื้อรอบเปลี่ยนเครื่อง
ราคาทองวันนี้ (12 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,050 บาท
ททท.คาดเทศกาลวันหยุด Golden Week ปีนี้จีนเที่ยวไทย 2.5 แสนคน สร้างรายได้กว่า 1.1 หมื่นล้าน
Economic ททท.คาดเทศกาลวันหยุด Golden Week ปีนี้จีนเที่ยวไทย 2.5 แสนคน สร้างรายได้กว่า 1.1 หมื่นล้าน
รัฐบาลเร่งเข้า OECD เป้าปี 2571 ยกเครื่องเศรษฐกิจ–ราชการ–การศึกษา เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันไทย
Politics รัฐบาลเร่งเข้า OECD เป้าปี 2571 ยกเครื่องเศรษฐกิจ–ราชการ–การศึกษา เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันไทย
เอกชนหนุนแผนสมดุล PDP 2026 ไฟฟ้าสีเขียว 73%-ส่ง “เอกนัฏ” เคาะ
Economic เอกชนหนุนแผนสมดุล PDP 2026 ไฟฟ้าสีเขียว 73%-ส่ง “เอกนัฏ” เคาะ
อนุทิน ฝ่าวงล้อม 2 ม็อบ กู้วิกฤตขาลง รัฐบาล 5 เดือน
Politics อนุทิน ฝ่าวงล้อม 2 ม็อบ กู้วิกฤตขาลง รัฐบาล 5 เดือน
ดูทั้งหมด

อีสท์วอเตอร์ จับมือ วงษ์สยาม จับตา 60 วันแก้ปัญหาน้ำอีอีซี

08 พ.ย. 2566 | 13:16น.

การลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหลเพื่อติดตามระบบการบริหารจัดการน้ำของอ่างเก็บน้ำให้รองรับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้สร้างความหวังให้กับผู้ใช้น้ำในพื้นที่ทั้งน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและน้ำภาคอุตสาหกรรม

เมื่อปรากฏภาพการจับมือระหว่าง นายเชิดชาย ปิติวัชรากุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรืออีสท์วอเตอร์ ผู้บริหารและดำเนินการระบบท่อส่งน้ำรายเก่า กับ นายอนุฤทธิ์ เกิดสินธ์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง จำกัด ตัวแทนจากบริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง ซึ่งเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการบริหารและดำเนินการระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก

โดยนายเศรษฐากล่าวว่า ปัญหาที่มีในอดีตก็มีการตกลงกันเรียบร้อยทั้งภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม และมั่นใจได้ว่าต่อไปนี้ ปัญหาจะไม่เกิดขึ้นอีก และรู้สึกดีใจที่ทุกภาคส่วนมาร่วมมือกัน ซึ่งเรื่องน้ำก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญที่ได้มีการหยิบยกมาพูดคุยกัน

พร้อมกล่าวว่า “จะกลับมาที่นี่อีกใน 60 วันข้างหน้า เพื่อมาดูเรื่องการแก้ไขเรื่องความขัดแย้งที่ยังไม่ถูกบริหารจัดการไป” พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้และจะทำงานอย่างรวดเร็วฉับไว และตอบโจทย์ประชาชนและนักลงทุนต่างชาติที่จะมาลงทุนในประเทศด้วย

สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนในข้อที่ว่า ตั้งแต่กรมธนารักษ์เปิดประมูลเพื่อหาผู้ชนะในโครงการบริหารและดำเนินการระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออกรายใหม่ ก็เกิดปัญหาในการจัดการท่อส่งน้ำและแหล่งน้ำ ในเมื่อฝ่ายหนึ่งยังส่งมอบท่อส่งน้ำไม่ครบถ้วน

ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งไม่สามารถเข้าไปใช้ท่อของกรมธนารักษ์ที่ชนะการประมูลมาได้ ตลอดจนการไม่สามารถเข้าถึงแหล่งน้ำในอ่างเก็บน้ำหลักของกรมชลประทาน เข้าทำนอง “มีท่อแต่ไม่มีน้ำ” ซึ่งได้สร้างความกังวลให้กับภาคอุตสาหกรรมใน EEC ทั้งหมด

ผู้ให้บริการน้ำ 2 ราย

คณะกรรมการที่ราชพัสดุได้เปิดประมูลโครงการบริหารและดำเนินการระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออกมาตั้งแต่ปี 2565 โดยมีบริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง เป็นผู้ชนะประมูล ขณะที่บริษัท อีสท์วอเตอร์ ผู้บริหารโครงการและระบบท่อรายเดิมจะต้องส่งมอบสินทรัพย์ส่งคืนให้กับกรมธนารักษ์ ประกอบไปด้วย

1) โครงการท่อส่งน้ำดอกกราย มูลค่าโครงการ 772.09 ล้านบาท 2) โครงการท่อส่งน้ำหนองปลาไหล-หนองค้อ มูลค่าโครงการ 2,205.05 ล้านบาท และ 3) โครงการท่อส่งน้ำหนองค้อ-แหลมฉบัง (ระยะที่ 2) มูลค่าโครงการ 254.87 ล้านบาท

โดยท่อส่งน้ำดิบเหล่านี้ได้เชื่อมต่อกับอ่างเก็บน้ำของกรมชลประทาน ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบที่สำคัญที่สุดในภาคตะวันออก ได้แก่ อ่างเก็บน้ำดอกกราย มีปริมาตรความจุอ่าง 71.40 ล้าน ลบ.ม., อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล มีปริมาตรความจุอ่าง 163.75 ล้าน ลบ.ม. และอ่างเก็บน้ำหนองค้อ มีปริมาตรความจุอ่าง 21.40 ล้าน ลบ.ม. ครอบคลุมลุ่มน้ำระยองและชลบุรีบางส่วน ด้วยปริมาตรความจุน้ำรวมกัน 256.58 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นปริมาณน้ำดิบในอ่างทั้ง 3 “เกินกว่า” ครึ่งหนึ่งของปริมาณน้ำดิบในอ่างทั้งหมดของจังหวัดระยองกับชลบุรีรวมกัน

ทว่าการเข้ามาบริหารและดำเนินการระบบท่อส่งน้ำสายหลักทั้ง 3 เส้นท่อ ของบริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง ตามที่เป็นผู้ชนะการประมูลที่ผ่านมา “ก็ไม่ได้ราบรื่น และเต็มไปด้วยข้อจำกัด” จากข้อเท็จจริงที่ว่า ยังมีท่อและทรัพย์สินบางส่วนของกรมธนารักษ์ ที่ทางอีสท์วอเตอร์ ยังไม่ได้ส่งมอบให้อย่างครบถ้วน

ประกอบกับแม้บริษัท อีสท์วอเตอร์ จะเป็นผู้พ่ายแพ้ในการประมูล ไม่สามารถเข้ามาบริหารจัดการท่อส่งน้ำสายหลักทั้ง 3 เส้นต่อไปได้ แต่อีสท์วอเตอร์ก็ยังเป็น 1 ในผู้ให้บริการส่งจ่ายน้ำในภาคตะวันออกให้กับลูกค้าทั้งรายเก่าและรายใหม่ในพื้นที่ EEC ต่อไป

พร้อมกันนี้ก็ได้ลงทุนก่อสร้างระบบโครงข่ายท่อส่งน้ำสายใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็น หนองปลาไหล-หนองค้อ-แหลมฉบัง และท่อส่งน้ำมาบตาพุด-สัตหีบ เพิ่มเติมอีกประมาณ 120 กิโลเมตร มูลค่าโครงการ 4,200 ล้านบาท โดยเป็นระบบโครงข่ายท่อส่งน้ำขนาดใหญ่ หรือ Water Grid คู่ขนานไปกับท่อน้ำสายหลักของกรมธนารักษ์ ที่เชื่อมโยงแหล่งน้ำสำคัญในภาคตะวันออกเกือบทั้งหมดอีกด้วย

ปมปัญหาโควตาน้ำ

นอกจากนี้ในช่วงฤดูแล้งของปีที่ผ่านมา แม้บริษัท วงษ์สยามก่อสร้างจะเริ่มเข้ามาบริหารท่อส่งน้ำสายหลักเป็นบางส่วน ประกอบกับเกิดสถานการณ์ภัยแล้งจากปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” ขึ้นในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคตะวันออก ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำของกรมชลประทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอ่างหนองปลาไหล ลดต่ำลงอย่างมาก

โดยในขณะนั้น อีสท์วอเตอร์เป็นผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตให้ใช้น้ำ หรือเรียกง่าย ๆ ว่า ได้รับ “โควตาน้ำ” จากกรมชลประทาน ในปริมาณ 120 ล้าน ลบ.ม./ปี โดยโควตาน้ำดังกล่าวได้ผูกติดมากับการเป็นผู้บริหารและจัดการโครงการและระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออกของกรมธนารักษ์

ขณะที่บริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง แม้จะเป็นผู้ชนะการประมูลและเข้ามาบริหารโครงการและระบบท่อส่งน้ำสายหลักรายใหม่ ยังไม่สามารถ “เข้าถึง” น้ำในอ่างเก็บน้ำของกรมชลประทานได้ จนเกิดปรากฏการณ์การใช้น้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต เกี่ยวกับเรื่องนี้ทางกรมชลประทานยืนยันว่า บริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง ได้ทำเรื่องมาถึง กรมชลประทาน

เพื่อขออนุญาตใช้น้ำในปริมาณ 120 ล้าน ลบ.ม./ปี หรือเท่ากับปริมาณน้ำที่อนุญาตให้อีสท์วอเตอร์ใช้อยู่ในปัจจุบัน แต่เนื่องจาก อีสท์วอเตอร์ ยังไม่ขอ “ยกเลิก” การใช้น้ำในปริมาณดังกล่าว ส่งผลให้กรมชลประทานก็ยังไม่สามารถอนุญาตให้ทางผู้บริหารเส้นท่อรายใหม่ คือ “วงษ์สยามฯ” เข้ามาใช้น้ำได้ เพราะ “มันไปทับซ้อนกับผู้ใช้น้ำรายเดิม”

ดังนั้น เอกชนไม่ว่าจะเป็นรายใดสามารถขอโควตาน้ำได้เหมือนกันทุกราย กรมชลประทานมีหน้าที่จัดสรรให้ แต่จะต้องเป็นไปตามเงื่อนไข 3 ประการ คือ 1) ต้องแจ้งวัตถุประสงค์ในการขออนุญาตใช้น้ำ 2) มีเครื่องมือที่จะนำน้ำขึ้นมา และ 3) ปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่เพียงพอที่จะจัดสรรได้หรือไม่

โดยกรมชลประทานมีหน้าที่ให้ความเห็นชอบในการจัดสรร ส่วนการ “อนุญาต” นั้นเป็นหน้าที่ของกรมธนารักษ์ หรือเท่ากับย้อนกลับไปที่ต้นทางของโครงการนั่นเอง ขณะที่อีสท์วอเตอร์ มี “โควตาน้ำ” ตามใบอนุญาตจะสิ้นสุดลงในปี 2571 หรือในอีก 5 ปีข้างหน้า

ล่าสุดจากการติดตามพบว่าบริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง ได้รับการจัดสรรน้ำ ซึ่งถือเป็น “ปริมาณน้ำส่วนเกิน” จากปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างจัดสรรให้ 30 ล้าน ลบ.ม./ปี ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยการจัดสรรน้ำจำนวนนี้เป็นผลมาจาก “คำร้อง” ผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรม 6 ราย ที่แจ้งปริมาณน้ำที่ต้องการใช้ผ่านท่อส่งน้ำของบริษัท วงษ์สยามก่อสร้าง

นั้นหมายความว่า ปัญหาการจัดสรรน้ำจะปรากฏเด่นชัดในช่วงทุกฤดูแล้งที่แหล่งน้ำหลัก ๆ ในภาคตะวันออก ลดปริมาณลง “ต่ำกว่า” ปริมาณน้ำต้นทุนที่กำหนดไว้ นับเป็นปมปัญหาสำคัญในการบริหารจัดการน้ำในภาคตะวันออก ไม่เพียงแต่จะต้องมีท่อส่งน้ำเท่านั้น แต่ผู้ให้บริการจะต้องได้รับการจัดสรร “โควตาน้ำ” ในอ่างเก็บน้ำของกรมชลประทานด้วย

แล้งหน้า EEC รอด

สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำในโครงข่ายน้ำในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) นั้น นายสุริยพล นุชอนงค์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ในการลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล 1 ใน 11 อ่างเก็บน้ำ ในโครงข่ายรองรับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ปัจจุบันมีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 624 ล้าน ลบ.ม. เพียงพอต่อการบริหารจัดการน้ำเพื่อใช้ในช่วงฤดูแล้งนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับพื้นที่ EEC

โดยกรมชลประทานได้มีการผันน้ำมาเติมในอ่างเก็บน้ำเพิ่มเติม รวม 130 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันมีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 624 ล้าน ลบ.ม. หรือเพียงพอต่อการบริหารจัดการน้ำเพื่อใช้ในช่วงฤดูแล้งนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยกรมชลประทานได้มีการผันน้ำมาเติมในอ่างเก็บน้ำเพิ่มเติม รวม 130 ล้าน ลบ.ม. ได้แก่

1) การสูบผันน้ำจากคลองวังโตนด มาเติมอ่างเก็บน้ำประแสร์ ปริมาณน้ำ 5.66 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 100% ของแผน 2) การสูบกลับจากคลองสะพาน มาเติมอ่างเก็บน้ำประแสร์ ปริมาณน้ำ 7.95 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 100% ของแผน 3) การสูบผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์ มาเติมอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ และอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล ปริมาณน้ำ 44.23 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 79% ของแผน

4) การสูบผันน้ำจากคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต มาเติมอ่างเก็บน้ำบางพระ ปริมาณน้ำ 43.60 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 75% ของแผน 5) การสูบผันน้ำจากคลองพานทองมาเติมอ่างเก็บน้ำบางพระ ปริมาณน้ำ 2.45 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 75% ของแผน

6) การสูบผันน้ำจากแม่น้ำบางปะกง มาเติมอ่างเก็บน้ำบางพระ (EW) ปริมาณน้ำ 24.45 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 83% ของแผน และ 7) การสูบผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์ มาเติมอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล (EW) ปริมาณน้ำ 4.04 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 34% ของแผน