เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
Real Estate สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
Business ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
Economic ‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
Economic พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
World สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
Economic เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
อดีตทูตรัศม์  ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
Politics อดีตทูตรัศม์ ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
จับตา ‘ไต้ฝุ่นดอลฟิน’ แรงสุดระดับ 5 ถล่มญี่ปุ่น-จีน แต่ไม่กระทบไทย ฝนยังตกหนักถึง 1 ส.ค.
Economic จับตา ‘ไต้ฝุ่นดอลฟิน’ แรงสุดระดับ 5 ถล่มญี่ปุ่น-จีน แต่ไม่กระทบไทย ฝนยังตกหนักถึง 1 ส.ค.
ราคาทองวันนี้ (29 ก.ค. 69) ปรับลง 100 บาท รูปพรรณขายออก 64,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (29 ก.ค. 69) ปรับลง 100 บาท รูปพรรณขายออก 64,850 บาท
เจาะลึก ‘คุมาโมโตะ’ ศูนย์กลางเซมิคอนดักเตอร์ญี่ปุ่น เผชิญแผ่นดินไหว 7.1 แมกนิจูด
World เจาะลึก ‘คุมาโมโตะ’ ศูนย์กลางเซมิคอนดักเตอร์ญี่ปุ่น เผชิญแผ่นดินไหว 7.1 แมกนิจูด
ดูทั้งหมด

ฟันธงไตรมาสแรกกำไรบจ.ดิ่ง กลุ่มธนาคาร-พลังงาน-ปิโตรฯรายได้ทรุด

15 เม.ย. 2561 | 09:49น.

บล.ทิสโก้ฟันธงกำไร บจ.ไตรมาสแรกไม่โต เหตุ 3 อุตสาหกรรมใหญ่ “ธนาคาร-พลังงาน-ปิโตรเคมี” ผลประกอบการไม่สดใส ขณะที่ “บล.เอเซีย พลัส-บล.เคทีบี (ประเทศไทย)” ปรับลดประมาณการกำไร บจ. ทั้งปีลงเหลือโตปริ่ม 1 ล้านล้าน หลังแนวโน้มหลายธุรกิจส่อแววกำไรฮวบ

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ประเมินภาพรวมผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในงวดไตรมาส 1/2561 คาดการณ์ว่ากำไรสุทธิโดยรวมจะไม่เติบโต ซึ่งเป็นผลมาจาก 2 ปัจจัยหลัก ๆ ได้แก่ 1.ฐานกำไรของปีก่อนที่ค่อนข้างสูง เพราะกำไรสุทธิของ บจ.ในงวดไตรมาส 1/2560 อยู่ถึงระดับ 271,000 ล้านบาท ถือเป็นกำไรรายไตรมาสที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และ 2.คาดว่าตลาดน่าจะมีแรงกดดันจากกำไรสุทธิของ 3 กลุ่มหลัก ๆ อย่างกลุ่มธนาคาร, พลังงาน และกลุ่มปิโตรเคมี ที่คาดว่าจะไม่เติบโต เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY)

โดยสำหรับกลุ่มแบงก์ประเมินว่า จะมีกำไรงวดไตรมาส 1/2561 อยู่ที่ระดับ 49,800 ล้านบาท ซึ่งแม้ปรับตัวเพิ่มขึ้น 27% จากไตรมาส 4/2560 แต่กลับทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เป็นผลมาจากการตั้งสำรองหนี้ตามมาตรฐานบัญชีใหม่ (IFRS9) และกระบวนการเปลี่ยนแปลงการบริการสู่ระบบดิจิทัล ขณะที่กลุ่มพลังงานและกลุ่มปิโตรเคมี แม้กำไรโดยรวมคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นมาก เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ตามทิศทางราคาน้ำมัน แต่น่าจะลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากไม่มีการบันทึกรายการพิเศษจำนวนมาก อาทิ กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX) และการประกันความเสี่ยงจากราคาน้ำมันเหมือนปีที่แล้ว เป็นต้น

“กำไรของ บจ.งวดไตรมาส 1/2561 โดยรวมคาดว่าจะไม่เติบโตจากช่วงไตรมาส 1/2560 ที่ทำได้ 270,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากฐานที่ค่อนข้างสูงในปีก่อน ประกอบกับยังมีแรงกดดันจากผลการดำเนินงานของกลุ่มธนาคาร, พลังงานและกลุ่มปิโตรเคมี ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราว 55-60% ของกำไรโดยรวมของตลาด ที่คาดว่าจะไม่เติบโตเช่นกัน ทั้งนี้ เราอาจมีการทบทวนประมาณการกำไร บจ.ทั้งปีลงหากผลการดำเนินงานจริงออกมาไม่โตหรือต่ำกว่าที่คาดไว้” นายอภิชาติกล่าว

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส กล่าวว่า ประเมินว่าไตรมาส 1/2561 กำไรสุทธิรวมของ บจ.จะอยู่ประมาณ 220,000-230,000 ล้านบาท ซึ่งอาจปรับตัวลดลง เมื่อเทียบกับจากช่วงไตรมาส 4/2560 ที่ทำได้ 244,674 ล้านบาท และจากไตรมาส 1/2560 ที่อยู่ระดับ 271,134 ล้านบาท ส่วนกำไร บจ.ในช่วงไตรมาส 2/2561 ยังต้องรอดูทิศทางของราคาน้ำมันก่อน เนื่องจากน้ำหนักกำไรของ บจ.มากกว่า 1 ใน 3 ของกำไรสุทธิ รวมอยู่ในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับสินค้าโภคภัณฑ์” นายเทิดศักดิ์กล่าว

นอกจากนี้ ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส ยังได้ปรับประมาณการกำไร บจ.ปี 2561 ลดลงราว 2% จากเดิมที่คาดไว้ระดับ 1.12 ล้านล้านบาท มาอยู่ที่ระดับ 1.09 ล้านล้านบาท หลังมีปรับลดคาดการณ์กำไรสุทธิของรายกลุ่มต่าง ๆ ลง อาทิ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ ลดลง 10,300 ล้านบาท หรือราว 5% จากผลกระทบการยกเว้นค่าธรรมเนียมของแบงก์, กลุ่มไอซีทีลดลงราว 13% (ผลจาก JAS ที่เลื่อนการรับรู้กำไรจากการขายทรัพย์สินไปอยู่ในปี 2562 แทน

เดิมที่คาดบันทึกในปี 2561) และกลุ่มเหล็กลดลงราว 2.9% (จากทิศทางของ MCS ย่ำแย่ลง) รวมถึงทำให้กำไรสุทธิตลาดต่อหุ้น (EPS) ลดลงจาก 112.39 บาทต่อหุ้น เป็น 110 บาทต่อหุ้น

นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานกรรมการบริหาร บล.เคทีบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า บริษัทได้ปรับลดการเติบโตของกำไรสุทธิตลาดรวมปี 2561 ลงเหลือ 5-6% จากเดิมที่คาดไว้เติบโต 9% หรือมาอยู่ที่ระดับ 1 ล้านล้านบาท จากเดิมคาดที่ 1.07 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการทบทวนกำไรของ 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มแบงก์ ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการยกเลิกค่าธรรมเนียมบริการทางดิจิทัลและมาตรฐานบัญชีใหม่ ซึ่งคาดว่าจะมีผลต่อกำไรรวมลดลงประมาณ 1-1.5%

2.การเงิน-กลุ่มเช่าซื้อ ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากประกาศว่าด้วยเรื่องสัญญาเช่าซื้อต้องแสดงอัตราการคิดดอกเบี้ย effective rate และคิดดอกเบี้ยไม่เกิน 15% ที่จะทำให้กำไรรวมลดลงราว 1% และ 3.กลุ่มปิโตรเคมี ซึ่งคาดว่าจะได้รับผลกระทบจากส่วนต่างของราคาน้ำมันและปิโตรเคมีที่ปรับตัวลดลง โดยอาจส่งผลต่อกำไรกลุ่มราว 0.5 -1%