เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อนุทิน ยันไม่มีทุนจีนกว้านซื้อที่ EEC ทำนิคมฯเถื่อน ลั่นถ้าพบหวดเต็มที่
Politics อนุทิน ยันไม่มีทุนจีนกว้านซื้อที่ EEC ทำนิคมฯเถื่อน ลั่นถ้าพบหวดเต็มที่
นายกฯ แจงตั้ง ปกรณ์ สอบทุจริต สถ. สร้างความมั่นใจไร้วิ่งเต้น
Politics นายกฯ แจงตั้ง ปกรณ์ สอบทุจริต สถ. สร้างความมั่นใจไร้วิ่งเต้น
ราคาทองวันนี้ (6 ก.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณ 66,250 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (6 ก.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณ 66,250 บาท
เอกชนเชียร์ปิดดีล FTA ไทย-EU ดันส่งออก-ลงทุน รับเกมการค้าโลก
Economic เอกชนเชียร์ปิดดีล FTA ไทย-EU ดันส่งออก-ลงทุน รับเกมการค้าโลก
พาณิชย์เรียกถกด่วนผู้ค้าไข่ ย้ำไม่ขึ้นราคาเพิ่ม คาดเดือนหน้าปรับลด
Economic พาณิชย์เรียกถกด่วนผู้ค้าไข่ ย้ำไม่ขึ้นราคาเพิ่ม คาดเดือนหน้าปรับลด
ฮาริสัน สบช่องอสังหาฯระบายสต๊อก เหมาซื้อบิ๊กล็อตคอนโดพร้อมพงษ์ พระราม9 ห้วยขวาง
Real Estate ฮาริสัน สบช่องอสังหาฯระบายสต๊อก เหมาซื้อบิ๊กล็อตคอนโดพร้อมพงษ์ พระราม9 ห้วยขวาง
กรมศุลกากร ยกระดับคุมเข้มขาออก มองไทยเป็นทางผ่านยาเสพติด เหตุโครงสร้างพื้นฐานพร้อม
Finance กรมศุลกากร ยกระดับคุมเข้มขาออก มองไทยเป็นทางผ่านยาเสพติด เหตุโครงสร้างพื้นฐานพร้อม
อุตสาหกรรมโฆษณา เวียดนามโต 1.16 แสนล้านบาท ไทยสูสีที่ 1.14 แสนล้านบาท
Economic อุตสาหกรรมโฆษณา เวียดนามโต 1.16 แสนล้านบาท ไทยสูสีที่ 1.14 แสนล้านบาท
‘วราวุธ’ สั่งสอบลานโฟมถล่มชลบุรี ลั่นหากเข้าข่ายโรงงาน ฟันผิด พ.ร.บ.โรงงานทันที
Economic ‘วราวุธ’ สั่งสอบลานโฟมถล่มชลบุรี ลั่นหากเข้าข่ายโรงงาน ฟันผิด พ.ร.บ.โรงงานทันที
ไทย-EU FTA คืบหน้า 2 ใน 3 ปิดดีลเพิ่ม 8 ประเด็น ลุ้นเร่งสรุปโค้งสุดท้ายปี 2570
Economic ไทย-EU FTA คืบหน้า 2 ใน 3 ปิดดีลเพิ่ม 8 ประเด็น ลุ้นเร่งสรุปโค้งสุดท้ายปี 2570
ดูทั้งหมด

จัดตั้งธุรกิจใหม่ตุลาคม 2566 จำนวน 6,647 ราย เพิ่มขึ้น 12.45%

23 พ.ย. 2566 | 11:39น.
ธุรกิจ

ธุรกิจ

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่เดือนตุลาคม 2566 มีจำนวน 6,647 รายเพิ่มขึ้น 12.45% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ธุรกิจ 3 อันดับจัดตั้งใหม่ อาทิ อสังหาฯ-ก่อสร้าง-ร้านอาหาร

วันที่ 23 พฤศจิกายน 2566 นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยการจดทะเบียนธุรกิจจัดตั้งใหม่เดือนตุลาคม 2566 พบว่ามีผู้ประกอบธุรกิจยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัทใหม่ทั่วประเทศในเดือนตุลาคม 2566 จำนวน 6,647 ราย เพิ่มขึ้น 12.45% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และหดตัว 6.47% เมื่อเทียบเดือนที่ผ่านมา สำหรับมีมูลค่าทุนจดทะเบียนเดือนตุลาคม 2566 มีจำนวน 27,210.97 ล้านบาท

ประเภทธุรกิจจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 567 ราย คิดเป็น 8.53% ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 498 ราย คิดเป็น 7.49% รองลงมา และอันดับ 3 คือ ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร จำนวน 331 ราย คิดเป็น 4.98%

อรมน ทรัพย์ทวีธรรม
อรมน ทรัพย์ทวีธรรม

ธุรกิจเลิกประกอบกิจการเดือนตุลาคม 2566 มีจำนวน 2,240 ราย เพิ่มขึ้น 13.53% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 9.86% เมื่อเทียบเดือนที่ผ่านมาโดยมีมูลค่าทุนจดทะเบียนจำนวน 8,954.24 ล้านบาท ประเภทธุรกิจเลิกประกอบกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 185 ราย คิดเป็น 8.27% รองลงมา คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จำนวน 136 ราย คิดเป็น 6.08% และธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร จำนวน 69 ราย คิดเป็น 3.08%

วิเคราะห์การจดทะเบียนธุรกิจ

การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจเดือนตุลาคม 2566 มีการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่จำนวน 6,647 ราย เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาคิดเป็น 12.45% (ตุลาคม 2565) แต่ลดลงจากเดือนที่ผ่านมาคิดเป็น 6.47% (กันยายน 2566) ในขณะที่การจดทะเบียนเลิกธุรกิจในเดือนตุลาคม 2566 มีจำนวน 2,240 ราย เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (ตุลาคม 2565) คิดเป็น 13.53% และเพิ่มขึ้น จากเดือนที่ผ่านมา (กันยายน 2566) คิดเป็น 9.86%

ภาพรวมการจัดตั้งธุรกิจในเดือนตุลาคม 2566 มีจำนวนการจัดตั้งธุรกิจใหม่ลดลงเพียงเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้า (กันยายน 2566) แต่มีมูลค่าทุนจดทะเบียนปรับตัว เพิ่มขึ้น 13% กว่าเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลจาก ธุรกิจผลิตส่วนประกอบแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า และธุรกิจผลิตอาหารแช่แข็งเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจในตลาดโลก

และมีจำนวนจัดตั้งธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้นถึง 12.45% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน (ตุลาคม 2566) สอดคล้องกับสถิติการจัดตั้งธุรกิจ 10 เดือนของปี 2566 มีจำนวน 75,312 ราย เพิ่มขึ้น จากปี 2565 ถึง 12.90% โดยการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจในเดือนตุลาคม 2566 ยังคงเป็นไปตามช่วงเวลาของการจดทะเบียนจัดตั้งที่จะมีแนวโน้มการจดจัดตั้งสูงในช่วงต้นปีและลดลงในช่วงปลายปี

ทั้งนี้ พบว่ามูลค่าทุนจดทะเบียนจัดตั้งใหม่ใน 10 เดือนของปี 2566 เพิ่มขึ้น จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ถึง 34.24% (10 เดือนแรกปี 2565) เนื่องจากในเดือนมีนาคม 2566 มีการควบรวมกิจการในธุรกิจสื่อสาร โทรคมนาคมและธุรกิจประกันวินาศภัย รวมทั้งมีการแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัดในกลุ่มธุรกิจโฮลดิ้งและ โรงแรม

ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนจำนวนการจดทะเบียนธุรกิจให้เติบโตสูงขึ้นยังคงมาจากภาคการท่องเที่ยวเป็นหลักสะท้อนจากธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยใน 10 เดือนแรก ปี 2566 มีจำนวนการจดจัดตั้งเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาถึง 50.98% (ธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เติบโต 1.72 เท่า ธุรกิจตัวแทนการเดินทาง เติบโต 1.04 เท่า ธุรกิจจัดนำเที่ยว เติบโต 75.87% ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร เติบโต 39.55% และธุรกิจโรงแรม รีสอร์ตและห้องชุด เติบโต 37.57%) มีสัดส่วนคิดเป็น 8.16% ของจำนวนธุรกิจที่จัดตั้งทั้งหมดใน 10 เดือนแรกปี 2566

นอกจากนี้ยังมีธุรกิจน่าจับตามอง ที่เติบโตกว่า 1.55 เท่า จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา (10 เดือนแรกปี 2565) ได้แก่ ธุรกิจขายส่งข้าวเปลือกและธัญพืช เติบโต 1.73 เท่า (เพิ่มขึ้น 123 ราย) คาดว่าเป็นผลมาจากนโยบายการส่งเสริม BCG Model เช่น การสนับสนุนต้นทุนการผลิตข้าวรักษ์โลก และธุรกิจกิจกรรมบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์โดยได้รับค่าตอบแทนหรือตามสัญญาจ้าง เติบโต 1.5 เท่า (เพิ่มขึ้น 364 ราย) คาดว่าเป็นผลมาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่กลับมาเติบโต

จากปัจจัยดังกล่าวข้างต้น กรมพัฒนาธุรกิจการค้าคาดการณ์การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ในช่วงครึ่งปีหลัง ของปี 2566 อยู่ที่ประมาณ 32,000-39,000 ราย และตลอดทั้งปี 2566 อยู่ที่ประมาณ 79,000-86,000 ราย

ต่างด้าวประกอบธุรกิจในไทย

การลงทุนประกอบธุรกิจในไทยภายใต้กฎหมายต่างด้าวเดือนตุลาคม 2566 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจทั้งสิ้น มีจำนวน 63 ราย แบ่งเป็นใบอนุญาตประกอบธุรกิจ จำนวน 23 ราย และหนังสือรับรองประกอบธุรกิจ จำนวน 40 ราย โดยมีเม็ดเงินลงทุนทั้งสิ้น 10,953 ล้านบาท ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนกันยายน 2566 จำนวนธุรกิจที่คนต่างชาติเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้น 7% (เพิ่มขึ้น 4 ราย) ในขณะที่เงินลงทุนลดลง 40% (ลดลง 7,276 ล้านบาท)

นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทยมากที่สุด ได้แก่ ญี่ปุ่น จำนวน 12 ราย เงินลงทุน 5,901 ล้านบาท รองลงมา ได้แก่ จีน จำนวน 9 ราย เงินลงทุน 2,159 ล้านบาท และสิงคโปร์ จำนวน 9 ราย เงินลงทุน 798 ล้านบาท

ทั้งนี้ ปี 2566 (มกราคม-ตุลาคม) คนต่างชาติได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจ จำนวน 556 ราย มีเงินลงทุนทั้งสิ้น 94,966 ล้านบาท