เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘พท.’ ประกบ พ.ร.บ.หลักของพรรคการเมือง หลังพบเนื้อหายังไม่ใช่
News ‘ภาวิช’ ชงร่าง กม.ศึกษาฯ ภาค ปชช.ให้ ‘พท.’ ประกบ พ.ร.บ.หลักของพรรคการเมือง หลังพบเนื้อหายังไม่ใช่
SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
Biz Movement SIRI CAMPUS ออฟฟิศไม่ใช่แค่พื้นที่ทำงาน
คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
Business คุยกับ ‘กระทิง-เรืองโรจน์’ How To รับมือวิกฤตยุค ‘โลกปั่นป่วน’
SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
Automotive SUZUKI eVITARA รถอีวีที่ไม่ต้องปรับตัวเยอะ
กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
News กองทัพภาคที่ 1 ซ้อมย่อยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศฯ แนะประชาชนเลี่ยงเส้นทาง
นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
Politics นายกฯ ลงนาม ‘ไทย–ภูฏาน’ ร่วมมือด้าน พลังงานสะอาด-การเงินภาคเกษตร
‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
สามัญสำนึก ‘ความหวัง’ คือสิ่งที่ต้องลงมือ ‘สร้าง’
ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
Finance ออมสิน ปลุกกระแสการออมยุคใหม่ “วัน(อวด)ออมแห่งชาติ” คึกคัก
จัดใหญ่กอล์ฟ 50 ปี ประชาชาติ 23 พ.ย.
ข่าวหน้า 1 จัดใหญ่กอล์ฟ 50 ปี ประชาชาติ 23 พ.ย.
SC ผนึก Rosewood ผุดเรสซิเดนซ์อัลตราลักเซอรี่ ทำเลพระราม 4 สร้างเสร็จปี‘73
Real Estate SC ผนึก Rosewood ผุดเรสซิเดนซ์อัลตราลักเซอรี่ ทำเลพระราม 4 สร้างเสร็จปี‘73
ดูทั้งหมด

อินโดนีเซีย เริ่มไต่สวน Safeguard ปกป้องอุตสาหกรรมสิ่งทอในประเทศ

22 พ.ย. 2566 | 14:13น.

กรมการค้าต่างประเทศ เผย หน่วยงานผู้รับผิดชอบการใช้มาตรการปกป้องจากการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น (Safeguard Measures) ของอินโดนีเซีย หรือ KPPI (Indonesian Trade Safeguard Committee) ประกาศเริ่มการไต่สวนมาตรการ Safeguard สำหรับสินค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอจำนวน 4 รายการ

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2566 นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2566 KPPI ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการด้านมาตรการปกป้องจากการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น หรือ Safeguard ภายใต้สังกัดกระทรวงพาณิชย์ของอินโดนีเซีย

ได้ประกาศเปิดการไต่สวนการใช้มาตรการ ตามความตกลงว่าด้วยมาตรการ Safeguard ขององค์การการค้าโลก หรือ WTO กับสินค้าจำนวน 4 รายการ ได้แก่ (1) ด้ายฝ้าย (Cotton Yarn) (2) ผ้าฝ้าย (Cotton Fabrics) (3) ผ้าทอทำด้วยเส้นใยสังเคราะห์ (Woven Fabrics of Artificial Filament Yarn) และ (4) เส้นใยสังเคราะห์ (Artificial Filament Yarn)

โดยมาตรการ Safeguard เป็นการดำเนินการเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศจากสินค้านำเข้าที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นจนมีแนวโน้มที่จะสร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายในประเทศ ด้วยการเก็บอากร Safeguard กับสินค้าดังกล่าวจากทุกประเทศ ซึ่งกรณีอุตสาหกรรมสิ่งทอนับเป็นอุตสาหกรรมที่รัฐบาลอินโดนีเซียให้ความสำคัญ

นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์
นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์

โดยประเมินจากส่วนแบ่งตลาดในประเทศและจำนวนแรงงานในภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอของอินโดนีเซียที่มีสัดส่วนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ ข้อมูลของรัฐบาลอินโดนีเซียระบุว่า ปริมาณการนำเข้าสินค้าดังกล่าวเพิ่มขึ้นจาก 14,843 ตันในปี 2562 เป็น 29,908 ตันภายในระยะเวลาเพียง 4 ปี

อย่างไรก็ดี จากการตรวจสอบสถิติการนำเข้าสินค้าทั้ง 4 รายการจากไทย พบว่าในปีที่ผ่านมา อินโดนีเซียมีสัดส่วนการนำเข้าสินค้าผ้าฝ้าย ผ้าทอทำด้วยเส้นใยสังเคราะห์ และเส้นใยสังเคราะห์จากไทยต่ำกว่าร้อยละ 3 ของปริมาณสินค้านำเข้าทั้งหมด กรมในฐานะผู้แทนหน่วยงานภาครัฐของไทยจึงได้มีหนังสือแจ้งให้ไทยได้รับยกเว้นจากการใช้มาตรการ กับสินค้า 3 รายการดังกล่าว ซึ่งเป็นไปตามความตกลงข้อ 9.1 ของ WTO ที่กำหนดไม่ให้ใช้มาตรการกับประเทศกำลังพัฒนาที่มีสัดส่วนปริมาณการนำเข้าไม่เกินร้อยละ 3

สำหรับกรณีสินค้าด้ายฝ้าย ซึ่งอินโดนีเซียมีการนำเข้าจากไทยในสัดส่วนที่เกินกว่าร้อยละ 3 เพียงเล็กน้อย กรมจึงได้แสดงตนเข้าร่วมในกระบวนการไต่สวน พร้อมทั้งเน้นย้ำให้อินโดนีเซียปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในความตกลง WTO อย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาสิทธิและผลประโยชน์ทางการค้าของไทย ทั้งนี้ กรมจะติดตามผลการไต่สวนการใช้มาตรการฯอย่างเป็นทางการของสินค้าทั้ง 4 รายการต่อไป

ปัจจุบันอินโดนีเซียมีการใช้มาตรการ Safeguard กับสินค้า 20 รายการจากทั่วโลก ซึ่งไทยได้รับการยกเว้น 14 รายการ โดยอีก 6 รายการที่ไม่ได้รับการยกเว้นจากการใช้มาตรการ ได้แก่ คอยล์เย็น (Evaporators) น้ำเชื่อม (Fructose Syrup) พรมและสิ่งปูพื้น (Carpets and Other Textile Floor Coverings) ด้ายจากเส้นใยสังเคราะห์ (Yarn [Other than sewing thread] of Synthetic and Artificial Staple Fibre) โฟม EPS (Expansible Polystyrene: EPS) และอุปกรณ์เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย (Articles of Apparel and Clothing Accessories) เนื่องจากมีสัดส่วนการนำเข้าเกินร้อยละ 3 โดยที่ผ่านมา

สิ่งทอ

กรมได้เข้าร่วมกระบวนการไต่สวนและดำเนินการแก้ต่างให้กับผู้ส่งออกไทยมาโดยตลอด อีกทั้งยังมีการยื่นข้อโต้แย้งเป็นลายลักษณ์อักษรต่อหน่วยงานของอินโดนีเซียเพื่อขอให้ยุติการใช้มาตรการกับไทย ในกรณีที่สินค้านำเข้าจากไทยมีสัดส่วนเกินกว่าร้อยละ 3 เพียงเล็กน้อย และไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่อุตสาหกรรมภายในของอินโดนีเซีย

ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมกรณีเปิดการไต่สวนของสินค้าทั้ง 4 รายการ ได้ตาม QR Code ที่ปรากฏด้านล่าง และหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้มาตรการ สามารถศึกษาข้อมูลเบื้องต้นได้จากเว็บไซต์มาตรการปกป้องและตอบโต้ทางการค้า https://thaitr.dft.go.th/th/measure_info/sg/info หรือโทร.สายด่วน 13