เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เกษตรฯ สั่งคุมเข้มฟาร์มจระเข้ช่วงน้ำท่วม กรมประมงเปิด War Room เฝ้าระวัง
Economic เกษตรฯ สั่งคุมเข้มฟาร์มจระเข้ช่วงน้ำท่วม กรมประมงเปิด War Room เฝ้าระวัง
ระบายน้ำเก่า รับฝนใหม่ ชลประทานตรึงเจ้าพระยา-เฝ้าระวังใต้
Economic ระบายน้ำเก่า รับฝนใหม่ ชลประทานตรึงเจ้าพระยา-เฝ้าระวังใต้
สยามพิวรรธน์ ปั้น “ไอคอนภูเก็ต” หมื่นล้าน จิ๊กซอว์สมาร์ทซิตี้ เปิดปี’72 
Biz Movement สยามพิวรรธน์ ปั้น “ไอคอนภูเก็ต” หมื่นล้าน จิ๊กซอว์สมาร์ทซิตี้ เปิดปี’72 
TIPAK เข้าเทรดวันแรกต่ำจอง 6.49%ระดมทุน 266 ล้าน
Finance TIPAK เข้าเทรดวันแรกต่ำจอง 6.49%ระดมทุน 266 ล้าน
“ศุภจี” จับตาคาร์โก้สุวรรณภูมิ ห่วงกระทบส่งออก-ความเชื่อมั่น พร้อมรับฝนหนัก 4-10 ต.ค.
Economic “ศุภจี” จับตาคาร์โก้สุวรรณภูมิ ห่วงกระทบส่งออก-ความเชื่อมั่น พร้อมรับฝนหนัก 4-10 ต.ค.
ราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) คงที่ ทองรูปพรรณ 66,750 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 ต.ค. 69) คงที่ ทองรูปพรรณ 66,750 บาท
พาณิชย์ เร่งเติมผักรับกินเจ หลังน้ำท่วมดันราคาพุ่ง ย้ำหลายรายการเริ่มลด-จัดโปรลดสูงสุด 50%
Economic พาณิชย์ เร่งเติมผักรับกินเจ หลังน้ำท่วมดันราคาพุ่ง ย้ำหลายรายการเริ่มลด-จัดโปรลดสูงสุด 50%
กลุ่มธนบุรี เปิดตัวรถอีวี ‘smart’ 3 รุ่น เจาะกลุ่มพรีเมี่ยม 20 ต.ค. 2569
EV กลุ่มธนบุรี เปิดตัวรถอีวี ‘smart’ 3 รุ่น เจาะกลุ่มพรีเมี่ยม 20 ต.ค. 2569
อนุทิน ไฟเขียว ปภ.ของบ ‘เยียวยาน้ำท่วม’ เพิ่มได้ รับ 4.7 พันล้านก้อนแรกไม่น่าพอ
Politics อนุทิน ไฟเขียว ปภ.ของบ ‘เยียวยาน้ำท่วม’ เพิ่มได้ รับ 4.7 พันล้านก้อนแรกไม่น่าพอ
วีซ่า LTR บีโอไอดึงต่างชาติคุณภาพสูง 1.2 หมื่นคน ดันมูลค่าเศรษฐกิจ 4 หมื่นล้าน
Economic วีซ่า LTR บีโอไอดึงต่างชาติคุณภาพสูง 1.2 หมื่นคน ดันมูลค่าเศรษฐกิจ 4 หมื่นล้าน
ดูทั้งหมด

วิจัยกรุงศรีมองจีดีพีปี’67 โต 3.4% นักท่องเที่ยว-ใช้จ่ายภาครัฐหนุน

15 ธ.ค. 2566 | 14:57น.
นักท่องเที่ยว

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา โดยวิจัยกรุงศรี ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2567 ขยายตัว 3.4% จากปี 2566 เติบโต 2.5% อานิสงส์ท่องเที่ยว-การใช้จ่ายภาครัฐ หลัง พ.ร.บ.งบประมาณผ่านเพิ่มขึ้น 9.3% ย้ำการเติบโตยังกระจุกตัว และมีความไม่แน่นอนสูง

วันที่ 15 ธันวาคม 2566 ดร.พิมพ์นารา หิรัญกสิ หัวหน้าทีมวิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (จำกัด) มหาชน กล่าวว่า วิจัยกรุงศรีคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2567 จะขยายตัวที่ 3.4% ซึ่งตัวเลขนี้ไม่นับรวมผลของนโยบายดิจิทัลวอลเลต โดยมีปัจจัยภายในประเทศเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญ

ได้แก่ 1.การฟื้นตัวต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว จากมาตรการสนับสนุนของภาครัฐและความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวที่ปรับดีขึ้น โดยประมาณการว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเพิ่มขึ้นจาก 27.7 ล้านคน ในปี 2566 เป็น 35.6 ล้านคน ในปี 2567 แม้จะยังไม่กลับสู่ระดับก่อนเกิดการระบาดของโควิดที่ 40 ล้านคนก็ตาม

ดร.พิมพ์นารา หิรัญกสิ
ดร.พิมพ์นารา หิรัญกสิ

2.การบริโภคภาคเอกชนยังคงเติบโตต่อเนื่องที่ 3.3% โดยมีแรงหนุนจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น กอปรกับยังมีผลเชิงบวกจากนโยบายของภาครัฐที่ช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพและมาตรการกระตุ้นการใช้จ่าย

3.การใช้จ่ายภาครัฐจะมีบทบาทมากขึ้นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปี 2567 ภายหลังจากการอนุมัติ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี วงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท (เพิ่มขึ้น 9.3% จากงบประมาณในปีงบฯ ก่อน) ส่งผลให้การบริโภคและการลงทุนภาครัฐในปี 2567 คาดว่าจะกลับมาขยายตัวที่ 1.5% และ 3.0% ตามลำดับ จากที่คาดว่าจะหดตัวในปี 2566

และ 4.การลงทุนภาคเอกชนคาดว่าจะเติบโตดีขึ้นที่ 3.5% ตามการเติบโตของภาคบริการและกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งนโยบายภาครัฐในการส่งเสริมอุตสาหกรรมสำคัญ ๆ

อย่างไรก็ตาม ภาคส่งออกยังคงมีแนวโน้มเติบโตต่ำ เนื่องจากยังเผชิญแรงกดดันจากความอ่อนแอของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า โดยคาดว่าการส่งออกของไทยจะขยายตัว 2.5% ในปี 2567 จากที่คาดว่าจะหดตัว -1.5% ในปี 2566 อันเป็นผลจากปัจจัยเฉพาะ เช่น วัฏจักรการฟื้นตัวของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ อานิสงส์จากการรักษาความมั่นคงทางด้านอาหาร และความร่วมมือทางเศรษฐกิจภายในภูมิภาค (Regionalization) เป็นต้น

การทยอยฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นคาดว่าจะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อปรับเพิ่มจาก 1.3% ในปี 2566 เป็น 2.0%

สำหรับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปี 2567 วิจัยกรุงศรีคาดการณ์ว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงไว้ที่ 2.50% ตลอดทั้งปี 2567 เพื่อดูแลเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นให้อยู่ภายในกรอบเป้าหมายและเอื้อให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจของไทยฟื้นตัวกลับเข้าสู่แนวโน้มระยะยาว ขณะเดียวกัน ยังเป็นการรักษาขีดความสามารถในการดำเนินนโยบาย (Policy space) เพื่อรองรับความเสี่ยงที่มีอยู่มากในอนาคต

“แม้เศรษฐกิจไทยในปี 2567 จะมีแนวโน้มปรับดีขึ้น แต่อัตราการเติบโตยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาคเดียวกัน โดย IMF คาดว่า GDP ของกลุ่มประเทศอาเซียน-5 จะเติบโตที่ 4.5% ในปี 2567 เร่งขึ้นเล็กน้อยจาก 4.2% ในปี 2566

สำหรับปัจจัยภายในประเทศที่อาจกดดันการเติบโตของเศรษฐกิจไทย ได้แก่ ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ท่ามกลางต้นทุนการกู้ยืมที่ปรับเพิ่ม ผลกระทบจากภัยแล้งที่อาจรุนแรงขึ้น รวมทั้งปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น ประชากรสูงวัย การขาดแคลนแรงงาน และความสามารถในการแข่งขันที่ลดลงในหลายอุตสาหกรรม

ส่วนปัจจัยภายนอกประเทศที่อาจสร้างความเสี่ยงในปี 2567 ได้แก่ ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยในหลายประเทศที่สูงสุดในรอบกว่าสองทศวรรษ ที่อาจกดดันเศรษฐกิจและภาคการเงินในประเทศแกนหลักของโลก การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนท่ามกลางความเปราะบางในภาคอสังหาริมทรัพย์ การแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐและจีน รวมถึงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจขยายวงกว้างในระยะต่อไป” ดร.พิมพ์นารากล่าวเพิ่มเติม