จุลพันธ์ รมช.คลัง อภิปรายชี้แจงปมนโยบายดิจิทัลวอลเลตไม่ถูกบรรจุในงบประมาณ 2567 เพราะใช้งบฯ จากการกู้
วันที่ 3 มกราคม 2567 ที่รัฐสภา ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 วงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง อภิปรายชี้แจงตอนหนึ่งว่า งบประมาณเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อน ซึ่งต้องทำความเข้าใจว่า ถ้าท่านจะหานโยบายรัฐบาลแล้ว พยายามไปอ่านในเล่มงบประมาณสีขาวคาดแดงแต่ละเล่ม แล้วมาหาว่างบประมาณในส่วนแก้หนี้อยู่ตรงไหน การสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว การลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน บางครั้งมันมองไม่เห็น และไม่มีรายการที่เป็นชื่อเช่นนั้นปรากฏอยู่
แต่กลไกเรื่องของการใช้งบฯ ต้องเข้าใจว่างบฯเหมือนกับเป็นค่าใช้จ่ายของแอดมิน ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการของรัฐบาลในการที่จะแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน และต้องเข้าใจด้วยว่างบประมาณแผ่นดินเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ถ้าคิดเป็นสัดส่วนแล้วก็แค่ 1 ใน 6 ของตัวเลขจีดีพี เป็นกลไกที่สำคัญของรัฐบาลในการแก้ปัญหา แต่มีกลไกในการผลักดันนโยบายที่มากกว่างบฯ
เราใช้งบฯ ในการขับเคลื่อนนโยบายเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่มีนโยบายอีกมากมายที่ไม่จำเป็นจะต้องใช้เงินจากภาครัฐ เช่น การลดราคาพลังงาน เป็นกลไกที่เราสามารถบริหารจัดการได้ รวมถึงการทำประชามติ ถ้าจะมาหาในเล่มงบฯ ก็ไม่ปรากฏ ดังนั้น เข้าใจกลไกการทำงบฯด้วย ยืนยันว่าหากมีการเดินหน้าทำประชามติ รัฐบาลมีงบฯเพียงพอรองรับกลไกที่จำเป็นต้องเกิดขึ้น เช่นใช้งบฯ กลาง
ส่วนที่ระบุว่างบประมาณฉบับนี้ไม่แตกต่างไปจากงบฯ ของรัฐบาลก่อนหน้า เป็นการรับมรดกของรัฐบาลชุดก่อนหน้า แต่มันเป็นเช่นนั้นจริง ๆ มีการส่งมอบภารกิจบางอย่าง ซึ่งมันต่อเนื่องมา โดยเฉพาะในเรื่องงบประมาณผูกพัน เราไม่สามารถไปปรับลดได้
แต่ในการจัดทำงบฯ 2567 รัฐบาลมีการปรับแก้ให้เหมาะสม และสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลชุดปัจจุบันให้มากที่สุด และสามารถขับเคลื่อนประเทศได้ ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหายาเสพติด การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม แก้ไขฝุ่น PM 2.5 การพัฒนาระบบสาธารณสุข 30 บาทรักษาทุกโรค
ส่วนงบฯกลางเพื่อกรณีฉุกเฉินและจำเป็น สอดคล้องกับนโยบายการเงินการคลังของรัฐที่กำหนดสัดส่วนงบฯกลางอยู่ในระดับ 2% แต่ไม่เกิน 3.5% ตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งในปีก่อนหน้าตั้งงบฯกลางไว้ 9.24 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 2.9% ของสัดส่วนงบฯ แต่ปีนี้เนื่องด้วยกรอบของงบฯ ปรับเพิ่มขึ้นมาเป็น 3.48 ล้านล้านบาท งบฯ กลางจึงขยับเพิ่มมาเป็น 9.85 ล้านบาท
คิดเป็นสัดส่วนน้อยลง 2.83% เพื่อนำไปแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ประชาชน ขณะที่โครงการดิจิทัลวอลเลตที่ไม่ปรากฏอยู่ในงบฯ 2567 นั้น เนื่องจากปรับเปลี่ยนเรื่องแหล่งที่มาของเงิน เพื่อสร้างความโปร่งใส ใช้แหล่งเงินจากภายนอกเข้ามา เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไทย จึงไม่เห็นงบฯ ส่วนนี้ในงบฯรายจ่ายปี 2567 เพราะเราใช้งบฯจากการกู้เงิน