เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

เส้นทางคดีถือหุ้นไอทีวีของพิธา สู่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญ คืนเก้าอี้ สส.

24 ม.ค. 2567 | 14:43น.
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์

ย้อนไทม์ไลน์คดีหุ้นไอทีวี สู่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้พิธากลับเข้าสภา ไม่พ้น สส. เจ้าตัวยันจะทำงานเพื่อประชาชนต่อไป

วันที่ 24 มกราคม 2567 ที่ศาลรัฐธรรมนูญ องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้นัดแถลงด้วยวาจา ประชุมปรึกษาหารือ ลงมติในคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งคำร้องขอให้พิจารณาวินิจฉัยกรณีที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน)

ซึ่งประกอบกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อสารมวลชนใด ๆ อยู่ในวันที่สมัครรับเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ เป็นเหตุให้สมาชิกภาพ สส.ของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) หรือไม่

ต่อมาเวลา 14.00 น. องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยตอนหนึ่ง ถึงประเด็นการถือหุ้นสื่อว่า รัฐธรรมนูญห้ามการเข้าถือหุ้นในบริษัทที่ต้องห้ามโดยไม่ได้ระบุว่าจะต้องถือหุ้นจำนวนเท่าใด และไม่ได้ระบุว่าจะต้องมีอำนาจบริหารงานหรือครอบงำกิจการหรือไม่

“ฉะนั้น การถือหุ้นเพียงหุ้นเดียวก็ย่อมเป็นการถือหุ้นตามความหมายตามรัฐธรรมนูญแล้ว แม้ว่าผู้ถือหุ้นจะไม่มีอำนาจบริหารหรือครอบงำกิจการก็ตาม การที่รัฐธรรมนูญบัญญัติห้ามการถือหุ้นไว้ชัดเจน ก็เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รวมทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา มีช่องทางที่จะใช้หรือถูกใช้ตำแหน่งหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบในทางใดทางหนึ่ง”

ดังนั้น รัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) จึงห้าม สส.เป็นเจ้าของ หรือถือหุ้น หรือผู้ถือหุ้น ในกิจการหนังสือพิมพ์ หรือสื่อมวลชน โดยไม่ได้ระบุว่าจะต้องถือหุ้นในจำนวนเท่าใด และไม่ได้ระบุว่าจะต้องมีอำนาจบริหารงาน หรือครอบงำกิจการหรือไม่

ขณะที่การถือหุ้นของนายพิธานั้น ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า นายพิธาถือหุ้นในบริษัทไอทีวี ในวันที่พรรคก้าวไกลยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ ต่อ กกต.

ส่วนประเด็นไอทีวีมีความเป็นสื่อหรือไม่ โดยศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า นายพิธา เป็นผู้ถือหุ้นไอทีวี ขณะที่ไอทีวีไม่มีสิทธิประกอบกิจการสื่อมวลชนแล้ว ทั้งยังไม่มีรายได้จากการประกอบกิจการสื่อมวลชน

ศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสิน พิธา พ้นผิดคดีหุ้นไอทีวี

ศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสิน พิธา พ้นผิดคดีหุ้นไอทีวี

ไทม์ไลน์คดีหุ้นไอทีวี

โดยเริ่มจากช่วงก่อนเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม 2566 ในขณะนั้นมีรายงานว่า บริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) ได้ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2566 และโดยหนึ่งในผู้ที่ได้รับหนังสือการประชุมผู้ถือหุ้นคือ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ โดยการประชุมมีขึ้นเมื่อวันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา

ต่อมาวันที่ 10 พฤษภาคม 2566 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยื่นคำร้องให้ กกต.ตรวจสอบว่า นายพิธามีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) จำนวน 42,000 หุ้น

14 พฤษภาคม 2566 พรรคก้าวไกลชนะการเลือกตั้ง พร้อมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พิธาชี้แจงว่า โอนหุ้นไอทีวีให้กับญาติไปก่อนหน้านี้แล้ว

9 มิถุนายน 2566 ที่ประชุม กกต.มีมติไม่รับคำร้องขอให้ตรวจสอบกรณีถือหุ้นไอทีวีของนายพิธาไว้พิจารณา เนื่องจากเป็นการยื่นเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด แต่รับเรื่องไว้พิจารณาตามมาตรา 151 เหตุรู้อยู่แล้วว่าไม่มีสิทธิ แต่ยังลงสมัครรับเลือกตั้ง

11-12 กรกฎาคม 2566 ที่ประชุม กกต.พิจารณารายงานของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีนายพิธาถือครองหุ้นไอทีวีอันเป็นลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 82 วรรคสี่หรือไม่ ต่อมาที่ประชุม กกต.เห็นว่าสมาชิกภาพของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ มีเหตุสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) จึงส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัย

19 กรกฎาคม ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้อง และมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย

20 ธันวาคม 2566 ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการนัดไต่สวนพยาน จำนวน 3 ปาก ประกอบด้วย พยานฝั่งผู้ถูกร้อง 2 คน คือ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล กับนายคิมห์ สิริทวีชัย ผู้ทำหน้าที่ประธานในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นไอทีวี เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 2566 และยังเป็นผู้เซ็นรับรองในรายงานบันทึกการประชุม ส่วนพยานอีก 1 คน เป็นฝั่งผู้ร้อง (กกต.) คือ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์

จะทำงานเพื่อประชาชนต่อไป

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พร้อมนายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไล ได้มารับฟังผลวินิจฉัยที่ศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมเปิดเผยว่า รู้สึกมั่นใจมาตลอด หลังจากนี้ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ตนก็ได้เตรียมตารางและแผนการดำเนินงานไว้ตลอดทั้งปีแล้ว ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นคุณ หรือเป็นโทษ ก็จะทำงานเพื่อประชาชนต่อไป