เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

เปิด 10 ธุรกิจต่างชาติสนใจลงทุนในไทย “รับจ้างผลิตมากสุด”

27 ม.ค. 2567 | 10:10น.
ต่างชาติลงทุน

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเปิด 10 ประเภทธุรกิจ ที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจลงทุนในประเทศไทย พร้อมเผยปัจจัยเศรษฐกิจปี 2567 และกระแสนิยม คาดนักลงทุนต่างชาตินำเงินเข้าไทยไม่ต่ำกว่า 1.4 แสนล้านบาท

วันที่ 27 มกราคม 2567 นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า แม้เศรษฐกิจไทยรวมถึงทั่วโลกจะประสบปัญหาจากภูมิรัฐศาสตร์ สภาพแวดล้อม กฎข้อระเบียบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น แต่ในปี 2566 การลงทุนประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มีจำนวน 667 ราย เงินลงทุนรวม 127,532 ล้านบาท จ้างงานคนไทยรวม 6,845 คน โดยจะมีประเภทธุรกิจที่นักลงทุนต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจในไทย ซึ่งเป็นที่นิยมที่นักลงทุนเข้ามามากที่สุด ได้แก่

อรมน ทรัพย์ทวีธรรม
อรมน ทรัพย์ทวีธรรม

10 ประเภทธุรกิจต่างชาติสนใจ

  • อันดับที่ 1 บริการรับจ้างผลิต จำนวน 136 ราย (20.4%) ทุน 42,644 ล้านบาท (33.4%)
  • อันดับที่ 2 บริการด้านคอมพิวเตอร์ จำนวน 68 ราย (10.2%) ทุน 1,434 ล้านบาท (1.1%)
    (ให้ใช้สิทธิ์โปรแกรม แอปพลิเคชัน/พัฒนาซอฟต์แวร์ / e-Commerce)
  • อันดับที่ 3 บริการให้คำปรึกษา จำนวน 62 ราย (9.3%) ทุน 7,803 ล้านบาท (6.1%)
    แนะนำ และบริหารจัดการ
  • อันดับที่ 4 ค้าส่งสินค้า จำนวน 58 ราย (8.7%) ทุน 7,873 ล้านบาท (6.2%)
  • อันดับที่ 5 บริการทางวิศวกรรม จำนวน 46 ราย (6.9%) ทุน 2,756 ล้านบาท (2.2%)
  • อันดับที่ 6 บริการให้เช่า จำนวน 45 ราย (6.8%) ทุน 16,096 ล้านบาท (12.6%)
    (สินค้า/ที่ดิน/อาคาร)
  • อันดับที่ 7 ค้าปลีกสินค้า จำนวน 41 ราย (6.2%) ทุน 1,635 ล้านบาท (1.3%)
  • อันดับที่ 8 บริการทางการเงิน จำนวน 23 ราย (3.5%) ทุน 6,805 ล้านบาท (5.3%)
    (สินเชื่อ/ให้กู้/รับค้ำประกันหนี้)
  • อันดับที่ 9 คู่สัญญาเอกชน จำนวน 22 ราย (3.3%) ทุน 689 ล้านบาท (0.5%)
    (ขุดเจาะปิโตรเลียม/ก่อสร้างโครงการ)
  • อันดับที่ 10 นายหน้า จำนวน 20 ราย (3.0%) ทุน 1,697 ล้านบาท (1.3%)

ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2565 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย เพิ่มขึ้น 84 ราย (14%) (ปี 2566 อนุญาต 667 ราย / ปี 2565 อนุญาต 583 ราย) แม้มูลค่าการลงทุนจะลดลง 1,242 ล้านบาท (1%) (ปี 2566 ลงทุน 127,532 ล้านบาท / ปี 2565 ลงทุน 128,774 ล้านบาท) แต่มีการจ้างงานคนไทยเพิ่มขึ้น 1,592 ราย (30%) (ปี 2566 จ้างงาน 6,845 คน / ปี 2565 จ้างงาน 5,253 คน)

10 ประเทศที่ลงทุนในประเทศไทย

  • อันดับ 1 ญี่ปุ่น มีนักลงทุนจำนวน 137 ราย (20.5 %) เงินลงทุนรวม 32,148 ล้านบาท (25.2%)
  • อันดับที่ 2 สิงคโปร์ นักลงทุน 102 ราย (15.3%) ทุน 25,405 ล้านบาท (19.9%)
  • อันดับที่ 3 สหรัฐอเมริกา นักลงทุน 101 ราย (15.1%) ทุน 4,291 ล้านบาท (3.4%)
  • อันดับที่ 4 จีน นักลงทุน 59 ราย (8.9%) ทุน 16,059 ล้านบาท (12.6%)
  • อันดับที่ 5 ฮ่องกง นักลงทุน 34 ราย (5.1%) ทุน 17,325 ล้านบาท (13.6%)
  • อันดับที่ 6 เยอรมนี นักลงทุน 26 ราย (3.9%) ทุน 6,087 ล้านบาท (4.8%)
  • อันดับที่ 7 สวิตเซอร์แลนด์ นักลงทุน 23 ราย (3.5%) ทุน 2,960 ล้านบาท (2.3%)
  • อันดับที่ 8 เนเธอร์แลนด์ นักลงทุน 20 ราย (3.0%) ทุน 911 ล้านบาท (0.7%)
  • อันดับที่ 9 สหราชอาณาจักร นักลงทุน 19 ราย (2.9%) ทุน 433 ล้านบาท (0.3%)
  • อันดับที่ 10 ไต้หวัน นักลงทุน 18 ราย (2.7%) ทุน 1,125 ล้านบาท (0.9%)

ภาพรวมเศรษฐกิจไทย ปี 2567

นอกจากนี้ กรมมองภาพรวมธุรกิจในปี 2567 คาดว่าจะได้รับปัจจัยบวกจากเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มฟื้นตัวตามคาดการณ์ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่ได้คาดการณ์ไว้ที่ 2.7-3.7% และการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกไว้ที่ 2.7% สอดคล้องกับกระทรวงการคลังที่คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 3.2% ต่อปี จากปัจจัยสนับสนุนของการบริโภคภาคเอกชน การส่งออก และภาคการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลดีต่อธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้อง

รวมทั้งมาตรการภาครัฐด้านต่าง ๆ ที่จะช่วยส่งเสริมการบริโภคของภาคเอกชน เช่น โครงการ อี-รีฟันด์ (e-Refund) มาตรการลดหย่อนภาษี (Easy E-receipt) มาตรการแก้หนี้นอกระบบ และนโยบายสนับสนุนการสร้างพลังสร้างสรรค์ หรือ Soft Power ที่จะช่วยสร้างกระแสหรือความนิยมและมูลค่าเพิ่มให้กับเรื่องต่างๆ เป็นต้น

สำหรับปัจจัยลบหรือความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อการประกอบธุรกิจในปี 2567 ที่ควรจับตามอง ได้แก่ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลกที่อาจส่งผลต่อการค้าและการลงทุนโลก ความผันผวนของตลาดการเงินโลก สถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าสำคัญ

เช่น จีน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการส่งออกของไทย รวมทั้ง ปรากฎการณ์ทางธรรมชาติและสภาพอากาศที่แปรปรวนอาจส่งผลต่อสถานการณ์แล้งและต้นทุนราคาอาหาร นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ภาระหนี้สินต่อครัวเรือนที่สูง ความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ เป็นอีกปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจในปี 2567 ได้

กระแสความนิยม 2567

ปี 2567 มีกระแสความนิยมหรือเทรนด์ (Trend) ต่าง ๆ ที่คาดว่าจะเข้ามาเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้รูปแบบการดำเนินธุรกิจเปลี่ยนแปลงไป ได้แก่

1.เทรนด์สินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมและเทคโนโลยี สินค้าและบริการที่มีเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่สามารถตอบสนองความสะดวกสบายให้กับผู้คนในยุคปัจจุบัน ซึ่งมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนเข้ามามีบทบาทในการดำรงชีวิตแทบทุกด้าน เห็นได้จากสินค้าและบริการเหล่านี้มีอยู่ในเกือบทุกบ้าน ซึ่งการผลิตสินค้าและบริการด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ ยังคงเป็นที่สนใจของผู้บริโภคอยู่เสมอ

2.เทรนด์การใส่ใจสังคมและการรักษาสิ่งแวดล้อม ที่ผู้บริโภคในปัจจุบันให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรต่างๆ ตั้งแต่กระบวนการผลิต การใช้งานซ้ำ หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ล้วนเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญมากขึ้น การที่ผู้ดำเนินธุรกิจให้ความใส่ใจในกระบวนการดังกล่าว ถือเป็นสิ่งที่สร้างความยั่งยืนในการประกอบธุรกิจ

3.เทรนด์สังคมผู้สูงอายุ ปัจจุบันธุรกิจไม่อาจมองข้ามกลุ่มผู้สูงอายุ ที่ปัจจุบันถือว่าเป็นกลุ่มที่มีขนาดใหญ่ และขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งกลุ่มดังกล่าวเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ และมีอิทธิพลต่อคนในครอบครัว หากธุรกิจสามารถตอบสนองความต้องการของสินค้าและบริการกลุ่มนี้ได้ จึงถือเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจในการขยายกลุ่มลูกค้าและเพิ่มสัดส่วนแบ่งตลาดของธุรกิจได้

อย่างไรก็ดี จากปัจจัยนี้ คาดว่าจะมีนักลงทุนชาวต่างชาตินำเงินเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเพิ่มขึ้นเป็น 1.3-1.4 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 5-10%

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ต่างชาติลงทุนไทย