เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘วราวุธ’ เร่ง พ.ร.บ.กำจัดกากฯ เพิ่มโทษปรับ-ทำผิดซ้ำถึงขั้นยึดทรัพย์
Economic ‘วราวุธ’ เร่ง พ.ร.บ.กำจัดกากฯ เพิ่มโทษปรับ-ทำผิดซ้ำถึงขั้นยึดทรัพย์
อุตุฯ เตือน ‘ภาคใต้’ ฝนตกหนักต่อเนื่องระวังน้ำป่าหลาก ไทยตอนบนเจอฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง
News อุตุฯ เตือน ‘ภาคใต้’ ฝนตกหนักต่อเนื่องระวังน้ำป่าหลาก ไทยตอนบนเจอฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง
ค่าเงินบาทวันนี้ (21 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.63 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (21 ต.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.63 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ลวรณ ยัน ‘ไทย’ ไม่ซ้ำรอย ‘ฝรั่งเศส’ ม็อบเดือดหนี้ท่วม ชี้กันชนการคลังยังสูง
Uncategorized ลวรณ ยัน ‘ไทย’ ไม่ซ้ำรอย ‘ฝรั่งเศส’ ม็อบเดือดหนี้ท่วม ชี้กันชนการคลังยังสูง
‘โรงเรียนนานาชาติ’ บูมไม่หยุด เศรษฐีเมียนมา-เอเชียแห่เรียน
Business ‘โรงเรียนนานาชาติ’ บูมไม่หยุด เศรษฐีเมียนมา-เอเชียแห่เรียน
พระราชินี เสด็จฯจากเมืองซัปโปโร ไปยังกรุงโตเกียว ญี่ปุ่น
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี เสด็จฯจากเมืองซัปโปโร ไปยังกรุงโตเกียว ญี่ปุ่น
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (21 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 1.79% อยู่ที่ 83,093 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (21 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 1.79% อยู่ที่ 83,093 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (21 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (21 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
แสนสิริxไทยพาณิชย์หนุน SMEs สร้างแรงฮึดคู่ค้าสู่ธุรกิจโลกใหม่
Business แสนสิริxไทยพาณิชย์หนุน SMEs สร้างแรงฮึดคู่ค้าสู่ธุรกิจโลกใหม่
‘เจ้าสัวธนินท์’ ปักธงธุรกิจอนาคต ‘อาหารแทนยา’ อายุยืน 120 ปี
50 ประชาชาติธุรกิจ ‘เจ้าสัวธนินท์’ ปักธงธุรกิจอนาคต ‘อาหารแทนยา’ อายุยืน 120 ปี
ดูทั้งหมด

จับตาการประชุม 2 สภา กับทางเลือกของรัฐบาลจีน

06 มี.ค. 2567 | 10:02น.
จีน ประชุมสองสภา
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษรฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

การประชุม 2 สภาประจำปี 2024 ของจีน เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา ท่ามกลางสารพัดปัญหารุมเร้าทางเศรษฐกิจ จนเชื่อกันว่า วาระสำคัญที่สุดในการประชุมปีนี้ ก็คือการวางแนวทางแก้ไขและกำหนดการฟื้นฟูทางเศรษฐกิจ

บางส่วนถึงกับลุ้นด้วยซ้ำไปว่า จะมีการประกาศนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ออกมา เพื่อนำเศรษฐกิจจีนกลับเข้าร่องเข้ารอย มีอัตราการเติบโตสูงเหมือนเช่นเมื่อ 30-40 ปีที่ผ่านมาอีกครั้ง

ปัญหาก็คือ นักสังเกตการณ์และนักวิเคราะห์จำนวนหนึ่ง กลับไม่เชื่อว่าจะเป็นเช่นนั้น เหตุผลสำคัญเป็นเพราะที่ผ่านมา นับตั้งแต่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งในปี 2012 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ไม่เคยให้ความสำคัญของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ เหนือกว่าความมั่นคงของพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐบาลจีนมาก่อน

“สี จิ้นผิง” ให้ความสำคัญต่อความมั่นคงเป็นอันดับแรกมาตั้งแต่แรกเริ่ม และยิ่งทวีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้นเมื่อครองตำแหน่งเป็นสมัยที่ 3 มีอำนาจสูงสุดทั้งในพรรคและรัฐในเวลาต่อมา

ที่สำคัญมากขึ้นไปอีกก็คือ ความมั่นคงในทรรศนะของ สี จิ้นผิง ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ในแง่มุมทางการเมืองเพียงอย่างเดียว แต่ยังครอบคลุมกว้างขวางไปถึงเศรษฐกิจโดยรวม โครงสร้างพื้นฐานและระบบการเงินของประเทศด้วยอีกต่างหาก

เป้าหมายถึงที่สุดของวิสัยทัศน์นี้ก็คือ การทำให้แน่ใจว่า “จีน” จะเป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจโลก ในเวลาเดียวกับที่พรรคคอมมิวนิสต์ยังคงครองอำนาจเหนือจีนทั้งประเทศอยู่อย่างมั่นคงในอนาคต

สี จิ้นผิง ประชุมสองสภา
สี จิ้นผิง ในระหว่างการประชุมสองสภา วันที่ 4 มีนาคม 2024 (ภาพโดย Florence Lo/ REUTERS)

การให้ความสำคัญสูงสุดกับ “ความมั่นคง” ในแบบฉบับของสี จิ้นผิง ส่งผลกระทบในทางลบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจจีนในหลาย ๆ ด้าน และหากทางการจีนยังคงเลือกทางเลือกเดิมเช่นนี้ต่อไป ก็จะยังกลายเป็นตัวถ่วงกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่อไปในปีนี้ ไม่ว่าจะมีการประกาศนโยบายกระตุ้นหรือแนวทางการผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโตออกมาหรือไม่ก็ตาม

ที่ผ่านมา เพราะแนวคิดด้านความมั่นคงทำนองนี้ ทำให้บริษัทยักษ์ใหญ่ของจีนตกอยู่ภายใต้การตรวจสอบและกำกับดูแลอย่างหนัก และยิ่งนับวันยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่โลกตะวันตกเริ่มจำกัดการเข้าถึงตลาดและองค์ความรู้ของตนเอง ซึ่งยิ่งนับวันยิ่งเข้มข้นมากขึ้น ที่ในที่สุดก็ลงเอยด้วยการที่นักลงทุนต่างชาติพากันถอนตัวหนีออกมาจากจีน

ภายในจีนเกิดปัจจัยหลายอย่างที่ฉุดรั้งเศรษฐกิจให้ชะลอตัวลงอย่างหนัก ตั้งแต่ปัญหาหนี้เสียที่คาราคาซัง หาทางออกเบ็ดเสร็จไม่ได้ ทั้งในแวดวงธุรกิจ โดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์ และในส่วนของรัฐบาลท้องถิ่น ในขณะที่ภาคการผลิตเกิดภาวะผลิตล้นเกินกว่าความต้องการ เช่นเดียวกับในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานที่เกินความจำเป็น ผลลัพธ์ก็คือ การลงทุนเพิ่มเติมที่ควรมีกลับหดหายไป

อุปสงค์ภายในประเทศหดหายไปไม่น้อยเช่นเดียวกัน ส่วนหนึ่งเป็นผลสะท้อนมาจากสภาพการ “ล็อกดาวน์” ในช่วงวิกฤตโควิด อีกส่วนหนึ่งเกิดจากปัญหารายได้และความมั่งคั่งที่หายไปเพราะนโยบาย “กระจายรายได้” เพื่อไปสู่ความรุ่งโรจน์ร่วมกันของสี จิ้นผิงอีกเช่นกัน

แนวคิดในเรื่องความมั่นคงทางการเงินที่ส่งผลให้เกิดการตรวจสอบเข้มงวด นำไปสู่การล่มจมของ “ธนาคารเงา” และการกู้นอกระบบก็จริง แต่ในเวลาเดียวกันการเข้มงวดที่ว่านั้นก็กลายเป็นการจำกัดการไหลเวียนของเงินทุนไปยังภาคส่วนธุรกิจที่มีพลวัตสูงด้วยเช่นกัน

นอกจากนั้น ยังทำให้พัฒนาการใด ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับระบบการเงินของประเทศจำเป็นต้องมี “ธรรมชาติที่เป็นจีน” อยู่อย่างมั่นคง และอะไรก็ตามที่เป็น “ต่างชาติ” ล้วนต้องสงสัยไว้ก่อนทั้งหมดอีกต่างหาก

นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่า แนวคิดเรื่องความมั่นคงของ สี จิ้นผิง นำไปสู่ความพยายามเพื่อ “พึ่งตนเอง” ให้ได้ภายใต้สมมุติฐานของการกลายเป็นประเทศที่ปิดตายจากโลกภายนอกอีกครั้ง ไม่ใช่จีนที่เคยเปิดกว้าง ปล่อยให้มีการไหลเวียนสินค้าและเงินทุนกับทั่วโลก ซึ่งเคยทำให้เศรษฐกิจจีน “บูม” มาต่อเนื่องถึง 40 ปีแต่อย่างใด

การประชุม 2 สภาครั้งนี้ อาจเป็นโอกาสอีกครั้งสำหรับทางการจีนในการเลือกชั่งน้ำหนักให้ถูกต้องระหว่าง “ความมั่นคง” กับ “เศรษฐกิจ”

ไม่ยึดถือว่าการเปิดกว้างเพื่อการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คือภัยคุกคาม หากแต่เป็น “โอกาส” ที่ควรต้อนรับด้วยความยินดีต่างหาก