เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,650 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,650 บาท
แฮกครั้งใหญ่ เขย่าคริปโตฯ โลก Binance โดนกว่า 1.8 แสนล้าน
Tech แฮกครั้งใหญ่ เขย่าคริปโตฯ โลก Binance โดนกว่า 1.8 แสนล้าน
หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
Finance หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
Columns เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดคาดหวังการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดคาดหวังการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน
UHG รุก ‘ไฮบริดโฮเทล’ โมเดลเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์
Business UHG รุก ‘ไฮบริดโฮเทล’ โมเดลเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์
COP17 วันสุดท้าย ทบทวนครั้งแรก-โลกยังห่างเป้าปี 2030
SD COP17 วันสุดท้าย ทบทวนครั้งแรก-โลกยังห่างเป้าปี 2030
ค่าเงินบาทวันนี้ (30 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.73 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (30 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.73 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ค้าปลีกญี่ปุ่นลุ้น Tax Refund หนุนดีมานด์นักช็อปต่างชาติพุ่ง
Business ค้าปลีกญี่ปุ่นลุ้น Tax Refund หนุนดีมานด์นักช็อปต่างชาติพุ่ง
ดูทั้งหมด

ดร.นิเวศน์ เปิดแผนโยกเงินในพอร์ต หนีตลาดหุ้นไทย

14 มี.ค. 2567 | 14:22น.
ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร นักลงทุนรายใหญ่ที่มีพอร์ตลงทุนเกือบหมื่นล้าน เปิดแผนโยกเงินในพอร์ตหนีตลาดหุ้นไทย

วันที่ 14 มีนาคม 2567 ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ต้นแบบนักลงทุนเน้นคุณค่า (Value Investor) ที่มีพอร์ตลงทุนเกือบหมื่นล้านบาท เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ผมก็ได้ปรับพอร์ตโดยการขายหุ้นเวียดนามที่ถือในนามส่วนตัวออก และให้บริษัท ตีแตก จำกัด เข้าไปซื้อหุ้นแทน

โดยต่อไปจะใช้บริษัทนี้ลงทุนตรงในต่างประเทศทั่วโลก แต่นาทีนี้ “เป้าแรก” จะเน้นลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนามเป็นหลักก่อน ซึ่งก็จะเน้นซื้อหุ้น Super Stock และถือระยะยาวแบบเดียวกับที่ลงทุนในหุ้นไทย เดิมทีหุ้นเวียดนามจะมีเยอะเป็น 100 ตัว เพราะตอนที่เข้าไปยังไม่รู้จัก ผ่านมาหลายปีก็เริ่มรู้ว่า Super Stock ควรเป็นตัวไหนก็จะซื้อเฉพาะหุ้นพวกนี้

“จริง ๆ หลักการลงทุนยังเหมือนเดิม เพียงแต่เปลี่ยนตัวหุ้น เปลี่ยนสถานที่ แต่คอนเซ็ปต์การลงทุนเหมือนเดิม เน้นลงทุนแบบ Value Investing คือดูคุณภาพเปรียบเทียบกับราคา ถ้ามันคุ้มค่าเราก็ซื้อ ถ้าไม่คุ้มค่าเราก็ขาย” ดร.นิเวศน์กล่าว

ปัจจุบันพอร์ตหุ้นเวียดนามมีสัดส่วนเกือบ 30% ของพอร์ตรวม ที่เหลืออีกเกือบ 70% เป็นพอร์ตหุ้นไทย และมีเงินสดอีกประมาณ 5-6%

สำหรับพอร์ตหุ้นไทยตอนนี้ยังถือในนามส่วนตัว เพราะยังไม่ต้องเสียภาษี แต่มองว่าอนาคตอาจจะดึงเงินบางส่วนออกไปลงทุนต่างประเทศเพิ่มขึ้น เพราะพอร์ตเกือบ 70% ได้ผลตอบแทนนิดเดียว ไม่คุ้ม ถ้าปล่อยไปเรื่อย ๆ พอร์ตก็ไม่ไปไหน อย่างปีที่ผ่านมาได้ผลตอบแทน 0% เทียบกับที่ไปลงทุนหุ้นเวียดนาม นับจากต้นปีถึงปัจจุบันได้ผลตอบแทนมาแล้วกว่า 10%

สำหรับแผนดึงเงินไปลงทุนต่างประเทศเพิ่มนั้น จะไม่ได้เป็นการไปซื้อหุ้นรายตัวเหมือนที่ลงทุนในไทย หรือเวียดนาม แต่จะไปใน 2 รูปแบบคือ 1.กองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ (Foreign Investment Fund : FIF) ซึ่งไม่ต้องเสียภาษี แต่มีข้อด้อยคือเราเลือกหุ้นไม่ได้ และ 2.ลงทุนผ่าน DR (Depositary Receipt) ซึ่งเป็นตราสารแสดงสิทธิในหุ้นต่างประเทศที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้นไทย ซื้อขายด้วยสกุลเงินบาท ซึ่งมีแต่ตัวใหญ่ ๆ ราคาหุ้นจะขึ้นลงตามหุ้นแม่ในต่างประเทศ เช่น DR ของอาลีบาบา, เน็ตฟลิกซ์ เป็นต้น

“จริง ๆ ก็ยังหวั่น ๆ อยู่เหมือนกัน เพราะการลงทุนในหุ้นต่างประเทศถือเป็นอีกเกม ซึ่งเราอาจจะยังไม่ค่อยเข้าใจมาก จึงต้องใช้เวลาเลือกมากหน่อย ซึ่งตอนนี้ก็สนใจตลาดหุ้นอินเดียและจีน”

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่ได้เริ่มลงทุน กำลังอยู่ในช่วงศึกษาอยู่ แต่ยอมรับว่าไปลงทุนต่างประเทศนาทีนี้ไม่สามารถจะเป็น Stock Picker ได้ 100% จะต้องเป็นแบบ Semiactive คือเป็นการลงทุนผ่านกองทุน ก็เลือกว่าจะเอากองทุนแบบไหน ไม่สามารถเลือกทุกอย่างในตลาดต่างประเทศได้ ผลตอบแทนก็น่าจะพอใช้ได้

คิดว่าประมาณ 1-2 ปีนี้ จะเห็นการปรับพอร์ตทุกอย่างลงตัวมากขึ้น ซึ่งช่วงแรกวางแผนปรับสัดส่วนลงทุนหุ้นต่างประเทศ 50% และหุ้นไทย 50% หรือถึงจุดหนึ่งเพิ่มพอร์ตหุ้นต่างประเทศเป็น 75% และลดพอร์ตหุ้นไทยเหลือ 25% เพราะต้องยอมรับว่าหุ้นไทยผ่านจุด S-curve ที่เป็นขาขึ้นไปแล้ว ช่วงที่อิ่มตัวไม่มีทางได้ดีมาก

“ตอนนี้เหนื่อยหน่อย เพราะเปลี่ยนใหม่หมด จากที่เคยสบาย ๆ ก็ต้องมานั่งดูบัญชีว่าเป็นอย่างไร ต้องจ่ายภาษีเท่าไหร่ ก็ปวดหัวอยู่เหมือนกัน ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วจะเสียภาษีกี่ล้านต่อปี เพราะตอนนี้ก็ยังไม่รู้ก็ต้องรอครบปี ซึ่งถ้ารูปแบบใหม่แล้วกลายเป็นเสียภาษีเยอะก็อาจจะต้องชะลอลงทุน เพราะไม่คุ้ม ซึ่งคงต้องผ่านไปสักระยะหนึ่ง เพื่อให้รู้ว่าตกลงทำแบบนี้คุ้มหรือไม่คุ้มกันแน่”

อย่างไรก็ดี ตั้งใจว่าพอร์ตหุ้นไทยสัดส่วนคงไม่ต่ำกว่า 25% แม้ว่าตลาดหุ้นไทยจะไม่ดี แต่จำเป็นต้องมีไว้ เหตุผลเพราะเราอยู่ในประเทศไทย เป็นที่ที่เรากิน เราใช้เงินเป็นหลัก ไปต่างประเทศหมดบางทีค่าเงินล่มสลาย วันดีคืนดีเกิดสู้รบกัน ปิดประเทศไม่ให้เอาเงินออกนอกประเทศ ฉะนั้น ไปลงทุนอาจเจ็บตัวหมดก็ได้

สำหรับพอร์ตหุ้นไทยคงจะเหลือเฉพาะหุ้นปันผลดี มีความมั่นคง คือจะเก็บตัวที่มั่นใจที่สุดไว้ พูดง่าย ๆ ไม่เจ๊ง คือไม่มีใครทำร้ายได้ เทคโนโลยีใหม่ก็ทำร้ายไม่ได้ เพราะอย่างน้อยได้ปันผล 6-7% ต่อปี และถ้าหุ้นขึ้นสัก 3-4% ก็ได้ผลตอบแทน 10%