Skip to content

ไชยา ปิ๊งไอเดีย “จุดบั้งไฟทำฝนเทียม” นำร่องที่ยโสธร เดือนมิถุนายนนี้

01 เม.ย. 2567 | 17:58น.
ไชยา ปิ๊งไอเดีย “จุดบั้งไฟทำฝนเทียม” นำร่องที่ยโสธร เดือนมิถุนายนนี้

ไชยา รมช.กระทรวงเกษตรฯ เผยไอเดีย ทำฝนเทียมจากภูมิปัญญาของภาคอีสาน “จุดบั้งไฟทำฝนเทียม” ชี้มีผลวิจัยรองรับ ไม่เป็นอัตราย พร้อมยกให้เป็น Soft Power นำร่องที่จังหวัดยโสธร ในกิจกรรมบุญบั้งไฟพญานาค มิถุนายน 2567 นี้

วันที่ 1 เมษายน 2567 นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยในงานสถาปนากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครบรอบ 132 ปี ว่า ผมได้สั่งการให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เตรียมรับมือสถานการณ์เอลนีโญ การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ โดยเฉพาะปัญหาภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำ และใกล้ฤดูการเพาะลูกจึงต้องวางแผนรับมือเพื่อให้เกษตรกรมีน้ำใช้ โดยใช้เทคโนโลยีใหม่เข้ามาช่วยในการจัดทำฝนเทียม โดยอาศัยกิจกรรมจุดบั้งไฟพญานาค ซึ่งเป็นประเพณีขอฝนของคนอีสาน ติดอุปกรณ์ทำฝนเทียม และโปรยสารเคมีทำฝนหลวง

ทั้งนี้ จะเริ่มนำร่องโครงการที่จังหวัดยโสธร พื้นที่ภาคอีสาน เริ่มจุดครั้งแรกในเดือนมิถุนามิถุนายน 2567 นี้ซึ่งเป็นช่วงกิจกรรมขอฝนของคนอีสาน ปัจจุบันบั้งไฟมีความสูงใกล้เคียงกับเครื่องบินสำหรับทำฝนหลวง

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมฝนหลวงฯ ได้ศึกษางานวิจัยการใช้จรวดทำฝนเทียมอย่างต่อเนื่อง จึงขอให้นำงานวิจัยมาปรับใช้ร่วมกับภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น การสร้างบั้งไฟบรรจุสารก่อฝนเทียม โดยประเพณีบุญบั้งไฟเดือนหก จะมีการจัดทำบั้งไฟและจุดบั้งไฟขึ้นสู่ฟ้า เพื่อขอฝนกับพญาแถนตามความเชื่อของคนภาคอีสาน และจากภูมิปัญญาของชาวบ้านในปัจจุบันสามารถทำระดับความสูงของบั้งไฟได้เกือบ 20,00 ฟุต เทียบเท่าเครื่องบินที่ทำฝนหลวง

ดังนั้น จะอาศัยประเพณีดังกล่าว จัดทำฝนเทียมขึ้น ซึ่งจะติดอุปกรณ์ สารเคมีไปกับบั้งไฟ เพื่อให้ไประเบิดในชั้นบรรยากาศ กระจายตัว เพราะปัจจุบันบั้งไฟมีความสูงใกล้เคียงกับเครื่องบินสำหรับโปรยสารเคมีทำฝนหลวง และมีการพัฒนาบั้งไฟฝนเทียมสำเร็จแล้ว ซึ่งสามารถลดต้นทุนได้มากกว่าการใช้เครื่องบิน โดยการนำจรวดที่มีสารก่อฝนเที่ยมติดกับตัวบั้งไฟ

“เรามีของดีซึ่งสามารถผลักดันเป็น ซอฟต์พาวเวอร์ ได้ ดีกว่าที่จะให้ชาวบ้านจุดบั้งไฟอย่างเดียว แต่นำสารเคมีที่เรามีไให้ชาวบ้าน ไปทำฝนเทียมโดยไปติดกับอุปกรณ์บั้งไฟ และให้ไปกระจายบนชั้นบรรยากาศ เพื่อจะทำให้ภาคอีสานเกิดฝน”

นายไชยากล่าวอีกว่า การทำฝนหลวงปกติจะดำเนินการในช่วงฤดูฝน แต่การดำเนินการครั้งนี้ เมื่อดูสถิติการจัดกิจกรรมบั้งไฟของคนอีสาน จะมีฝนตก จึงอาศัยการผสมผสานนำวิทยาศาสตร์เข้ามาเพื่อให้เกิดปฏิกิริยากับสารเคมี ก่อให้เกิดเมฆมากขึ้น และเกิดฝนตก และเหตุที่เลือกจังหวัดยโสธรเพราะเป็นจังหวัดที่ดำเนินการและขึ้นชื่อบุญบั้งไฟพญานาค

ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นช่วงทดลองจึงใช้ปริมาณสารเคมีจำนวนมาก เพื่อทำฝนเทียม ซึ่งศึกษาวิจัยมาแล้วโดยเบื้องต้นทำเป็นจรวดขนาด 2 เมตร เพื่อยิงขึ้นไปบนชั้นบรรยากาศ และจากการศึกษาแล้วว่าไม่มีอันตราย นอกจากนี้จะทำหน้าที่ประสานงานและสนับสนุนในการขอใช้พื้นที่สนามบินอยู่ในการกำกับดูแลของกระทรวงคมนาคมให้กับกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป