เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
เศรษฐกิจภูมิภาค CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
“พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
Real Estate “พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
Real Estate ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
ดูทั้งหมด

เงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 6 เดือน จับตา 4 ปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า

06 เม.ย. 2567 | 15:01น.
แบงก์ชาติ

ค่าเงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 6 เดือน ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยย่อตัวลงต่อจากสัปดาห์ก่อน จับตาปัจจัยสำคัญสัปดาห์หน้า ผลการประชุม กนง. และสัญญาณแนวโน้มดอกเบี้ยไทย (10 เม.ย. 67) ทิศทางเงินทุนต่างชาติ และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด

วันที่ 6 เมษายน 2567 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 6 เดือน ที่ 36.84 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนจะฟื้นตัวกลับมาบางส่วนปลายสัปดาห์

เงินบาทอ่อนค่าลงในช่วงต้น-กลางสัปดาห์ตามทิศทางสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาค และแรงขายสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ ขณะที่ตลาดมุ่งความสนใจไปที่ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. ของไทยในวันที่ 10 เม.ย.นี้

ด้านเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นตามทิศทางบอนด์ยีลด์สหรัฐ โดยมีแรงหนุนจากดัชนี ISM ภาคการผลิตเดือน มี.ค.ของสหรัฐที่เพิ่มขึ้นมากกว่าที่ตลาดคาด ซึ่งกระตุ้นการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไม่น่าจะรีบส่งสัญญาณเตรียมปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระยะใกล้ ๆ นี้

อย่างไรก็ดี เงินบาทฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนตามจังหวะการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก ขณะที่เงินดอลลาร์ลดช่วงบวกลงบางส่วนช่วงปลายสัปดาห์ หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ (อาทิ ดัชนี ISM ภาคบริการเดือน มี.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน) ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด และอาจมีแรงขายเงินดอลลาร์ เพื่อปรับโพซิชั่นก่อนการรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ

กราฟค่าเงินบาท

ในวันศุกร์ที่ 5 เม.ย. 2567 เงินบาทเคลื่อนไหวอย่างผันผวน โดยแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 6 เดือนที่ 36.84 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนจะกลับมาปิดตลาดที่ระดับ 36.65 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับระดับ 36.39 บาทต่อดอลลาร์ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (29 มี.ค. 67)

สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 1-5 เม.ย. 2567 นั้น นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 1,846 ล้านบาท แต่มีสถานะเป็น Net Outflows ออกจากตลาดพันธบัตรไทย 9,550 ล้านบาท (ขายสุทธิพันธบัตรไทย 9,363 ล้านบาท และตราสารหนี้หมดอายุ 187 ล้านบาท)

ส่วนสัปดาห์ถัดไป (8-12 เม.ย.) ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 36.20-37.20 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการประชุม กนง. และสัญญาณแนวโน้มดอกเบี้ยไทย (10 เม.ย.) ทิศทางเงินทุนต่างชาติ และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อของผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือน มี.ค. บันทึกการประชุมเฟดเมื่อวันที่ 19-20 มี.ค. ข้อมูลจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (เบื้องต้น) เดือน เม.ย. นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามผลการประชุม ECB และตัวเลขเศรษฐกิจเดือน มี.ค.ของจีน อาทิ ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต และยอดปล่อยกู้สกุลเงินหยวน

กราฟตลาดหุ้นไทย

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย แม้ดัชนีตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในกรอบแคบ แต่ยังคงย่อตัวลงต่อจากสัปดาห์ก่อน

โดยภาพรวมหุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบแคบแต่อิงไปทางขาลง โดยนอกจากจะไร้ปัจจัยใหม่ ๆ เข้ามาหนุนแล้ว ยังมีแรงกดดันจากการปรับลดตัวเลขคาดการณ์จีดีพีไทยปี 2567 ของธนาคารโลก รวมถึงแนวโน้มการยืนอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับสูงเป็นเวลานานของเฟด หลังจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐออกมาค่อนข้างดี ซึ่งปัจจัยลบดังกล่าวกระตุ้นแรงขายหุ้นในหลายกลุ่ม นำโดยกลุ่มแบงก์ เทคโนโลยี และไฟแนนซ์

อย่างไรก็ดี หุ้นไทยฟื้นตัวกลับมาได้เล็กน้อยช่วงปลายสัปดาห์ (แม้ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ในภูมิภาคจะปรับตัวลง) โดยมีแรงซื้อคืนหุ้นกลุ่มแบงก์ วัสดุก่อสร้างและพลังงานเข้ามาหนุน อนึ่งสัปดาห์นี้หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นสวนทางภาพรวมตลาด รับอานิสงส์ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวขึ้นท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง

ในวันศุกร์ที่ 5 เม.ย. 2567 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,375.58 จุด ลดลง 0.17% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 33,040.65 ล้านบาท ลดลง 5.15% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai ลดลง 4.12% มาปิดที่ระดับ 394.75 จุด

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (8-12 เม.ย.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,365 และ 1,350 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,385 และ 1,400 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุม กนง. (10 เม.ย.) ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดและทิศทางเงินทุนต่างชาติ

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือน มี.ค. บันทึกประชุมเฟด รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ การประชุม ECB ตัวเลขผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ก.พ.ของญี่ปุ่น ตลอดจนข้อมูลเศรษฐกิจเดือน มี.ค. ของจีน อาทิ ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต และตัวเลขการส่งออก