เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เปิดมหกรรมชายแดนสระแก้ว 2026 ดัน 200 คูหา เชื่อมผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก
Economic เปิดมหกรรมชายแดนสระแก้ว 2026 ดัน 200 คูหา เชื่อมผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก
อิเล็กทรอนิกส์ไทยโตแรง 41% แต่เครื่องใช้ไฟฟ้ายังสะดุด จับตานำเข้าพุ่งทะลุเท่าตัว
Economic อิเล็กทรอนิกส์ไทยโตแรง 41% แต่เครื่องใช้ไฟฟ้ายังสะดุด จับตานำเข้าพุ่งทะลุเท่าตัว
อุตุฯ เตือน 30 จังหวัด รับมือฝนตกหนัก-ท่วมฉับพลัน อันดามันคลื่นสูง 4 เมตร เรือเล็กงดออกจากฝั่ง
News อุตุฯ เตือน 30 จังหวัด รับมือฝนตกหนัก-ท่วมฉับพลัน อันดามันคลื่นสูง 4 เมตร เรือเล็กงดออกจากฝั่ง
ราคาน้ำมันวันนี้ (12 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (12 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
พาณิชย์ผนึกตำรวจ-ช้อปปี้ ปราบสินค้าปลอมออนไลน์ ครึ่งปีจับ 456 คดี ยึดของกลาง 1.65 ล้านชิ้น
Economic พาณิชย์ผนึกตำรวจ-ช้อปปี้ ปราบสินค้าปลอมออนไลน์ ครึ่งปีจับ 456 คดี ยึดของกลาง 1.65 ล้านชิ้น
น้ำมันลง แต่ข้าวแกงไม่ลง “ศุภจี” เปิดแผนจานละ 40 บาท ช่วยมนุษย์เงินเดือน
Economic น้ำมันลง แต่ข้าวแกงไม่ลง “ศุภจี” เปิดแผนจานละ 40 บาท ช่วยมนุษย์เงินเดือน
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (12 ก.ค. 69) ปรับลง 0.36% อยู่ที่ 63,793 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (12 ก.ค. 69) ปรับลง 0.36% อยู่ที่ 63,793 เหรียญสหรัฐ
IMF จัดไทยติด 1 ใน 4 ผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ AI โลก ประเมิน GDP จะขยายตัวกว่าที่คาด
Politics IMF จัดไทยติด 1 ใน 4 ผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ AI โลก ประเมิน GDP จะขยายตัวกว่าที่คาด
ABC-Mart เล็งบุกไทย-อินโดนีเซีย
Business ABC-Mart เล็งบุกไทย-อินโดนีเซีย
ตร.สอบ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ปมหุ้น TRUE ยันแค่เคยซื้อกองทุน 10 ปีก่อน
Finance ตร.สอบ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ปมหุ้น TRUE ยันแค่เคยซื้อกองทุน 10 ปีก่อน
ดูทั้งหมด

ค่าเงินบาทแข็งค่า ขานรับ GDP ไตรมาส 1/67 สูงเกินคาด

20 พ.ค. 2567 | 19:00น.
เงินบาท

ค่าเงินบาทแข็งค่า ขานรับ GDP ไตรมาส 1/67 สูงเกินคาด

วันที่ 20 พฤษภาคม 2567 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 20 พฤษภาคม 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (20/5) ที่ระดับ 36.08/09 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (17/5) ที่ระดับ 36.20/22 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

โดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ หลังตัวเลขเศราฐกิจสหรัฐที่ประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่งสัญญาณว่าเงินเฟ้อเริ่มชะลอตัวและตลาดแรงงานสหรัฐอ่อนแอลง ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้

โดยครั้งแรกจะเกิดขึ้นในเดือน ก.ย. และครั้งต่อไปในเดือน ธ.ค. สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐเมื่อวันศุกร์ (17/5) Conference Board เปิดเผยว่า ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ Leading Economic Index (LEI) ปรับตัวลง 0.6% ในเดือน เม.ย. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าลดลงเพียง 0.3% โดยดัชนีได้รับผลกระทบจากการลดลงของคำสั่งซื้อใหม่ และการปรับตัวลงของตลาดหุ้น

สำหรับปัจจัยในภูมิภภาค ค่าเงินบาทปรับตัวแข็งค่า หลุดแนวรับ 36.00 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ หลังสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) แถลงภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาส 1/267 เติบโต 1.5% สูงกว่าที่ตลาดคาดว่าจะเติบโตเพียง 0.7-0.8% โดยตัวเลข GDP ได้แรงหนุนจากการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวดี รวมทั้งการส่งออกและการท่องเที่ยวที่ยังเติบโตได้ดี

อย่างไรก็ตาม สภาพัฒน์ได้ปรับคาดการณ์ GDP ในปี 2567 ลงเหลือเติบโต 2-3% หรือช่วงกลางของคาดการณ์ที่ 2.5% จากเดิมที่เคยคาดว่าจะเติบโต 2.2-3.2% เนื่องจากการส่งออกฟื้นตัวช้ากว่าคาด การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวต่ำกว่าที่เคยคาด และการลงทุนภาครัฐยังหดตัว

นอกจากนี้แล้ววันนี้ (20/5) ธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ประเภท 1 ปีไว้ที่ระดับ 3.4% และคงอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 5 ปีไว้ที่ระดับ 3.95% การประกาศคงอัตราดอกเบี้ย LPR มีขึ้นหลังจากที่ธนาคารกลางจีนมีคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะกลาง (MLF) ระยะ 1 ปี ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของจีนไว้ที่ระดับ 2.50% เมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่

ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่า ธนาคารกลางจีนมีความตั้งใจจะพยุงเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวโดยไม่สร้างแรงกดดันต่อสกุลเงินหยวน โดยในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 35.85-36.14 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 36.98/99 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (20/5) ที่ระดับ 1.0873/77 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (17/5) ที่ระดับ 1.0841/45 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร สอดคล้องกับการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐ แม้ว่าเมื่อวันศุกร์ (17/5) ที่ผ่านมา มีการประกาศอัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนอยู่ที่ 2.4% เมื่อเทียบรายปีในเดือน เม.ย. ซึ่งสอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดไว้

และนายลูอิส เดอ กวินโดส รองประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กล่าวว่า ผู้กำหนดนโยบายของยูโรโซน มีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่าอัตราเงินเฟ้อจะลดลงกลับมาที่เป้าหมายในปีหน้าจากแรงกดดันด้านราคาที่ลดลง ทั้งนี้ในระหว่างวันยูโรเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 1.0862-1.0886 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0871/74 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (20/5) ที่ระดับ 155.85/88 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (17/5) ที่ระดับ 155.86/88 ข้อมูลเบื้องต้นของสหพันธ์ธุรกิจเคดันเรนพบว่า บริษัทชั้นนำของญี่ปุ่นเห็นด้วยกับการขึ้นค่าจ้าง 5.58% โดยเฉลี่ยในการเจรจาแรงงานประจำปีที่สิ้นสุดในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นการขึ้นค่าจ้างครั้งใหญ่สุดในรอบ 33 ปี และอัตราการขึ้นค่าจ้างดังกล่าวก็สูงกว่าอัตราการขึ้นค่าจ้าง 3.9% ในปีที่แล้ว และใกล้เคียงอัตรา 5.6% ในปี 1991 ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 155.47-155.95 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 155.68/69 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดขายบ้านมือสองเดือน เม.ย. (22/5), สต๊อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (22/5), รายงานการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐวันที่ 30 เม.ย.-1 พ.ค. (22/5), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (23/5), ดัชนีกิจกรรมเศรษฐกิจทั่วประเทศเดือน เม.ย.จากเฟดชิคาโก (23/5),

ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นต้นเดือน พ.ค. (23/5), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นต้นเดือน พ.ค. (23/5), ยอดขายบ้านใหม่เดือน เม.ย. (23/5), ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือน เม.ย. (24/5) และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน พ.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (24/5)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -9.3/-9.1 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -7.5/-6.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ