เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ม.นเรศวร ชู NU Wellness ยกระดับภาคเหนือตอนล่าง ฮับเศรษฐกิจสุขภาพ
Economic ม.นเรศวร ชู NU Wellness ยกระดับภาคเหนือตอนล่าง ฮับเศรษฐกิจสุขภาพ
ทองคำติดลบ…หลุด TOP 5 เงินทะลักหุ้นเทคฯ-สงครามวนลูป ‘กดราคา’
Finance ทองคำติดลบ…หลุด TOP 5 เงินทะลักหุ้นเทคฯ-สงครามวนลูป ‘กดราคา’
นายกฯ เผย 4 บิ๊กเอกชนจีน พร้อมลงทุนไทย 70,000 ล้าน เชื่อสร้างงานหลายหมื่น
Politics นายกฯ เผย 4 บิ๊กเอกชนจีน พร้อมลงทุนไทย 70,000 ล้าน เชื่อสร้างงานหลายหมื่น
“ศุภชัย เจียรวนนท์” ร่วมคณะนายกฯเยือนจีน ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษเปิดสำนักงาน BOI เฉิงตู
Economic “ศุภชัย เจียรวนนท์” ร่วมคณะนายกฯเยือนจีน ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษเปิดสำนักงาน BOI เฉิงตู
‘นาทีทอง’สปีดแก้คอร์รัปชั่น รัฐรับลูกตั้ง คตท.-กกร.อัดโพลรอบใหม่
Economic ‘นาทีทอง’สปีดแก้คอร์รัปชั่น รัฐรับลูกตั้ง คตท.-กกร.อัดโพลรอบใหม่
ส่องภูมิทัศน์ใหม่ “วัดเจดีย์หลวง” นับถอยหลัง 16 วัน พิสูจน์ “มรดกโลกที่มีชีวิต”
เศรษฐกิจภูมิภาค ส่องภูมิทัศน์ใหม่ “วัดเจดีย์หลวง” นับถอยหลัง 16 วัน พิสูจน์ “มรดกโลกที่มีชีวิต”
“ซาบีดา” ดันตั้งสภาชาติพันธุ์ ก.ย. นี้ จ่อคลอดแผนแม่บท 5 ปี
Politics “ซาบีดา” ดันตั้งสภาชาติพันธุ์ ก.ย. นี้ จ่อคลอดแผนแม่บท 5 ปี
อิหร่านชี้ MOU จบสิ้นแล้ว ปรามสายแข็งจวกการทูต-สงครามขยายวงโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน
World อิหร่านชี้ MOU จบสิ้นแล้ว ปรามสายแข็งจวกการทูต-สงครามขยายวงโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน
‘ศุภชัย‘ หนุน ‘อนุทิน’ โรดโชว์แดนมังกร แนะสร้างความไว้ใจ กุญแจสำคัญดึงทุนยักษ์จีน
Economic ‘ศุภชัย‘ หนุน ‘อนุทิน’ โรดโชว์แดนมังกร แนะสร้างความไว้ใจ กุญแจสำคัญดึงทุนยักษ์จีน
‘บังโต’ กุมบังเหียน ‘เนื้อแท้’ รุกแตกไลน์ธุรกิจท่องเที่ยว
Business ‘บังโต’ กุมบังเหียน ‘เนื้อแท้’ รุกแตกไลน์ธุรกิจท่องเที่ยว
ดูทั้งหมด

อสังหาเมินโอเวอร์ซัพพลาย แข่งสร้างบ้านหรู 100 ล้าน

30 พ.ค. 2567 | 10:20น.
บ้านหรู

บิ๊กแบรนด์อสังหาฯไม่หวั่นโอเวอร์ซัพพลาย มั่นใจเงินทุนหนา-สายป่านยาว เดินหน้าเติมพอร์ตบ้านลักเซอรี่-ซูเปอร์ลักเซอรี่ต่อเนื่องในปีนี้ “แสนสิริ” ฟอร์มใหญ่กางแผนเปิดคลุม 30-180 ล้าน “เอสซี” เล็งคลอดแบรนด์ใหม่ คอนนาเซอร์ 80-150 ล้าน เพอร์เฟคต่อยอดความสำเร็จเปิดแบรนด์ใหม่ เพนตัน อารีย์-สุทธิสาร 50-112 ล้าน “FPT-AP” รักษาฐานที่มั่นลูกค้าบ้านร้อยล้าน กลยุทธ์หลักทุ่มเม็ดเงินลงทุนเฟสแรก 20-30 หลัง เนรมิตส่วนกลางในฝัน เก็บสต๊อกไม่เกิน 4 เดือน

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า ผลสำรวจตลาดบ้านและคอนโดมิเนียม ประจำไตรมาส 1/67 โดย REIC-ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ซึ่งเป็นหน่วยงานศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติ นำเสนอข้อมูลแบบเหรียญสองด้าน ในภาพรวมตลาดลดต่ำลงทั้งด้านดีมานด์และซัพพลาย แต่มีจุดโฟกัสอยู่ที่ซัพพลายเปิดใหม่ที่ลดลงอย่างมาก ถึงแม้คอนโดฯจะร่วงแรงกว่า โดยการออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยทั่วประเทศ ณ ไตรมาส 1/67 ชะลอตัวลง มีจำนวน 8,878,435 ตารางเมตร ลดลงเทียบกับไตรมาส 1/66 ที่มีการออกใบอนุญาต 10 ล้านตารางเมตร

หลังยุคโควิด-บ้านหรูทะลัก

ขณะที่ซัพพลายเปิดโครงการใหม่ในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล จำนวน 13,312 หน่วย ในภาพรวมลดลง -38.5% เป็นสถิติเปิดตัวใหม่ของบ้านแนวราบ 7,214 หน่วย ลดลง -16.9% แต่ในด้านมูลค่าโครงการบ้านแนวราบในภาพรวมอยู่ที่ 75,280 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 46.8% สะท้อนว่าการเปิดตัวโครงการใหม่ย้ายสมรภูมิการแข่งขันไปอยู่ในเซ็กเมนต์บ้านแพงมากขึ้น เพราะไม่มีผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว หนี้ครัวเรือนระดับสูง ดอกเบี้ยแพง และปัญหากู้ไม่ผ่าน

โดยเฉพาะหลังสถานการณ์โควิด พฤติกรรมคนหวนกลับมาซื้อบ้านแนวราบมากขึ้น ทำให้มีการแข่งขันสูงทดแทนตลาดคอนโดมิเนียม จนทำให้ซัพพลายบ้านแนวราบตลาดบนมีการแข่งขันสูงตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ทำให้ต้องออกมาเตือนเป็นระยะ ๆ ว่าให้ดีเวลอปเปอร์ระมัดระวังปัญหาใหม่ ที่อาจเกิดโอเวอร์ซัพพลายในตลาดบ้านหรู อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการอสังหาฯรายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ กลับมองเป็นโอกาสในการลงทุน เพราะมีความได้เปรียบการแข่งขันในด้านเงินทุนและประสบการณ์ในการพัฒนาตลาดบ้านหรู

แสนสิริดันยอดขายพรีเมี่ยม 38%

นายภูมิภักดิ์ จุลมณีโชติ ประธานผู้บริหารสายงานกลยุทธ์ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว แสนสิริเล็งเห็นแนวโน้มตลาดแมสได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวอย่างชัดเจน ดังนั้นจึงปรับกลยุทธ์หันมาเน้นเซ็กเมนต์มีเดียม-พรีเมี่ยมมากขึ้น มีผลให้ปี 2567 แผนธุรกิจลดบทบาทตลาดแมสเหลือ 18% กลุ่มมีเดียม 44% และเพิ่มบทบาทตลาดพรีเมี่ยมมีสัดส่วน 38% โดยมีราคาตั้งแต่ 30-180 ล้านบาท/ยูนิต

ทั้งนี้ แผนธุรกิจแสนสิริที่ประกาศเมื่อต้นปี 2567 วางแผนเปิดตัว 46 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 61,000 ล้านบาท แบ่งเป็น คอนโดฯ 20 โครงการ 26,000 ล้านบาท บ้านแนวราบ 26 โครงการ 35,000 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขาย 52,000 ล้านบาท จากคอนโดฯ 40% 21,000 ล้านบาท บ้านแนวราบ 60% 31,000 ล้านบาท และตั้งเป้ายอดโอนหรือยอดรับรู้รายได้ 43,000 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเติบโต 10% มาจากคอนโดฯ 30% และบ้านแนวราบอีก 70%

ในจำนวนนี้ แผนเปิดตัวใหม่ 61,000 ล้านบาท เพิ่มบทบาทตลาดพรีเมี่ยม 38% เท่ากับจะมีการลงทุนใหม่ 23,000 กว่าล้านบาทในปีนี้

“ปีนี้กลยุทธ์หลักของแสนสิริยังเน้นพอร์ตบ้านแนวราบ ถ้าสินค้าเริ่มหมดก็ทยอยเติมได้เรื่อย ๆ ในแง่การบริหารจัดการต้นทุนก็มีความยืดหยุ่นกว่า เพราะบ้านแนวราบทยอยสร้างและโอนได้ทีละแปลง จึงไม่มีความจำเป็นต้องสร้างให้เสร็จทั้งโครงการเหมือนคอนโดฯ เงินลงทุนก็ไม่จม”

มองต่างมุม “โอเวอร์ซัพพลาย”

นายภูมิภักดิ์กล่าวต่อว่า ประเด็นตลาดบ้านหรูมีสัญญาณโอเวอร์ซัพพลายนั้น ณ ตอนนี้แสนสิริมองว่า ตลาดเซ็กเมนต์นี้ยังไปได้ดีอยู่ แต่คำว่าโอเวอร์ซัพพลายเพราะมีดีเวลอปเปอร์หลายรายเข้ามาแข่งขันในตลาดนี้มากขึ้น โดยการสำรวจตลาดจะใช้คำว่า “มูลค่าโครงการ” เช่น 1 โครงการมีบ้าน 300 หลัง ถ้าเปิด 100 โครงการเท่ากับมี 30,000 หลัง ถ้ามองในมุมนี้อาจมีโอเวอร์ซัพพลายเกิดขึ้น

แต่อยากชี้ให้เห็นว่าในชีวิตจริง เวลาที่ดีเวลอปเปอร์ประกาศแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 1 โครงการ 300 หลัง แต่การก่อสร้างจริง การขายและการโอนจริงไม่ได้ทำพร้อมกันทั้ง 300 หลัง แต่จะทยอยสร้างทีละเฟส 10-20 หลังเท่านั้น ถ้าเห็นสัญญาณไม่ดีก็สามารถหยุดการลงทุนได้ทันที เพราะฉะนั้น การเก็บข้อมูลตามมูลค่าโครงการที่เป็นแผนอยู่บนกระดาษ จึงไม่ได้สะท้อนว่ามีภาวะโอเวอร์ซัพพลายเกิดขึ้นจริง ๆ

โดยปี 2567 บ้านราคาแพงสุดเป็นของแบรนด์ “บูก้าน” ราคาไปถึง 180 ล้านบาท ในขณะที่แบรนด์เรือธงของแสนสิริยังคงเป็นมีเดียม-พรีเมี่ยม แบรนด์เศรษฐสิริ ราคา 10 ล้านปลาย-20 ล้านบาทขึ้นไป โดยโมเดลธุรกิจในการเปิดขายบ้านลักเซอรี่ จะประเมินศักยภาพการขายของบริษัท จากนั้นจะลงทุนก่อสร้างให้มีสต๊อกพอขาย 4 เดือน ซึ่งเป็นระดับการลงทุนที่พิสูจน์แล้วว่า มีความเหมาะสมกับการบริหารจัดการต้นทุนได้เหมาะสมและคล่องตัวมากที่สุด

อสังหา

เศรษฐีอายุน้อยลง 20-30 ปี

โฟกัสตลาดบ้านลักเซอรี่ นิยามของแสนสิริคือมีราคาขายตั้งแต่ 30 ล้านบาทขึ้นไป กลยุทธ์การพัฒนาโครงการจะเริ่มต้นจากก่อสร้างเฟสแรกก่อน 20-30 หลัง รวมทั้งพัฒนาพื้นที่ส่วนกลางแบบจัดเต็ม เพื่อดึงดูดความสนใจลูกค้าเวลาเข้ามาวิสิตไซต์ ได้เห็นบรรยากาศพื้นที่ส่วนกลางของจริง และมีจำนวนบ้านพร้อมอยู่มากเพียงพอที่มีการเข้าอยู่อาศัยเป็นชุมชนในโครงการ ทำให้การตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น จากนั้นจะทยอยพัฒนาเฟสที่เหลือจนกระทั่งปิดการขายทั้งโครงการ

ซึ่งกลยุทธ์นี้คนที่ทำได้ต้องมีสายป่านด้านเงินลงทุนพอสมควร เพราะต้องสร้างเฟสแรกให้เสร็จจริงเสียก่อน จึงเป็นตลาดที่ทำให้มีคู่แข่งขันถือว่าค่อนข้างจำกัด ไม่ใช่ทุกคนสามารถเข้ามาแข่งในตลาดนี้ได้ จุดน่าสนใจอยู่ที่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายซื้อบ้านลักเซอรี่ พบว่า เดิมเป็นกลุ่มอายุ 40-60 ปี เทรนด์ใหม่ที่เกิดขึ้นคือ เศรษฐีอายุน้อยลง อายุ 20-30 ปี อาชีพเป็นนักลงทุนบ้าง และกงสีเก่าบ้าง เป็นต้น

“พฤติกรรมผู้บริโภคบ้านลักเซอรี่ ความชอบก็ไม่เหมือนกัน ฟังก์ชั่น การตกแต่ง พื้นที่ส่วนกลาง ทุกคนจะมีความต้องการที่แตกต่างไป บ้านไฮเอนด์แต่ละทำเลก็แตกต่างกัน เช่น บางทำเลทาร์เก็ตอาจราคา 20-40 ล้าน แต่บางทำเลอาจต้อง 50 ล้านขึ้น เพราะเป็นครอบครัวใหญ่” นายภูมิภักดิ์กล่าว

AP เติมบ้านหรู 1.27 หมื่นล้าน

นายรัชต์ชยุตม์ นันทโชติโสภณ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานพัฒนาธุรกิจกลุ่มสินค้าบ้านเดี่ยว บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ AP กล่าวว่า กลุ่มธุรกิจบ้านเดี่ยวยังคงเดินหน้าเปิดตัวโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยมีทั้งสิ้น 5 แบรนด์ ได้แก่ บ้านกลางกรุง-The Palazzo-The City-Centro-Moden ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในแต่ละเซ็กเมนต์ ในจำนวนนี้ เซ็กเมนต์ลักเซอรี่ในปีนี้ AP โฟกัสที่แบรนด์ The City-เดอะ ซิตี้ ซึ่งมีบ้านโมเดลใหม่ บนที่ดิน 100-127 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 386-560 ตารางเมตร แบ่งเป็นแผนลงทุนครึ่งปีแรก 2567 เปิดตัว 5 โครงการใหม่ มูลค่า 8,850 ล้านบาท

ช่วงครึ่งปีหลังเตรียมเปิดตัวเพิ่มอีก 3,850 ล้านบาท รวมเป็น 12,700 ล้านบาท และมีแผนเพิ่มมาร์เก็ตแชร์ในตลาด Super Luxury ราคาหลังละ 100 ล้านบาท ภายใต้แบรนด์ The Palazzo ให้เป็นคฤหาสน์หรูในบริบทใหม่ เป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย แต่คืออาณาจักรที่คุณเลือกเองได้ พื้นที่ใช้สอยเกิน 1,000 ตารางเมตร ใน 2 ทำเลที่กรุงเทพกรีฑาและปิ่นเกล้า กับแบรนด์บ้านกลางกรุง บ้านเดี่ยวในเมืองทำเลสาธุประดิษฐ์

FPT ต่อยอดบ้านร้อยล้าน

นายสมบูรณ์ วศินชัชวาล รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ FPT กล่าวว่า มาตรการรัฐกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่รัฐบาลออกมาเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา ปลุกมู้ดความเชื่อมั่นผู้ซื้ออสังหาฯในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นผลดีต่อสินค้าราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท แต่ยังช่วยกระตุ้นการซื้อสินค้าในทุกเซ็กเมนต์อีกด้วย

สำหรับ FPT มีที่อยู่อาศัยหลากหลายประเภท ครอบคลุมทุกระดับราคาที่สอดรับกับความต้องการของลูกค้า ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม โดยครึ่งปีหลังของปีงบการเงิน 2567 (เมษายน-กันยายน 2567) บริษัทวางแผนเปิด 4 โครงการใหม่ ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด มูลค่ารวม 5,100 ล้านบาท ได้แก่ เดอะแกรนด์ ปิ่นเกล้า-วงแหวนกาญจนา, แกรนดิโอ เกษตร-นวมินทร์, นีโอ โฮม ระยอง-ทับมา และคอนโดฯแบรนด์ใหม่ “โคลส รัชดา 7”

ทั้งนี้ ปัจจุบัน FPT มี 3 แบรนด์บ้านลักเซอรี่ ได้แก่ The Royal Residence, The Grand และ Alpina ราคาเริ่มต้น 20-100 ล้านบาท

เพอร์เฟครุกทำเลอารีย์ 112 ล้าน

นายวงศกรณ์ ประสิทธิ์วิภาต กรรมการผู้จัดการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) เปิดเผยเพิ่มเติมว่า กลุ่มเพอร์เฟคประสบความสำเร็จในการเปิดขายโครงการร่วมทุนกับกลุ่มฮ่องกงแลนด์ เซ็กเมนต์บ้านอัลตราลักเซอรี่ แบรนด์ “เลค เลเจนด์” 2 ทำเลด้วยกัน ที่โครงการเลค เลเจนด์ บางนา-สุวรรณภูมิ ราคาเริ่มต้น 39-200 ล้านบาท กับเลค เลเจนด์ แจ้งวัฒนะ ราคา 34-125 ล้านบาท

โดยเลค เลเจนด์ บางนา-สุวรรณภูมิ เป็นโครงการร่วมทุนระหว่างเพอร์เฟคกับฮ่องกงแลนด์ ดีไซน์ได้รับแรงบันดาลใจจาก Lake Como เมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงระดับโลกของประเทศอิตาลี บรรยากาศอาณาจักรทะเลสาบ 100 ไร่ จำนวน 127 หลัง กับเลค เลเจนด์ แจ้งวัฒนะ แนวคิดบ้านหรูติดทะเลสาบ 25 ไร่ จำนวน 57 หลัง

อัพเดตล่าสุดในช่วงครึ่งปีหลัง 2567 เพอร์เฟควางแผนรุกตลาดลักเซอรี่ต่อเนื่อง วางแผนเปิดตัวแบรนด์ใหม่ “เพนตัน อารีย์-สุทธิสาร” โฮมออฟฟิศเพนต์เฮาส์สุดหรูแห่งใหม่ และบ้านเดี่ยวบรรยากาศส่วนตัว ย่านอารีย์-สุทธิสาร ราคา 50-112 ล้านบาท ออกแบบโดยคำนึงถึงความสมดุลและความลงตัว รองรับพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่สำนักงาน เติมเต็มความสำเร็จให้กับธุรกิจในทำเลใจกลางเมือง ถือเป็นสินค้าแรร์ไอเท็มที่คุ้มค่าและหายาก จึงมั่นใจว่าจะมีผลตอบรับที่ดีอย่างแน่นอน

SC ยังหรูได้อีก-จ่อเปิด 150 ล้าน

นายมงกุฎ เตโชฬาร หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านพัฒนาทรัพย์สินแนวราบ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC เปิดเผยว่า บริษัทครองความเป็นผู้นำตลาดบ้านราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งแนวโน้มยังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง เปรียบเทียบดีมานด์ไตรมาส 1/67 เทียบกับไตรมาส 1/66 เป็นเซ็กเมนต์ที่มีการเติบโต 17% แต่ภาวะการแข่งขันสูงมากเพราะมีคู่แข่งขันเติมซัพพลายเข้ามาในตลาดจำนวนมากตั้งแต่ปี 2565 หรือหลังสถานการณ์โควิด

สำหรับแผนลงทุนปี 2567 SC เตรียมเปิดพรีเซลบ้านแนวราบ 15 โครงการ มูลค่ารวม 25,000 ล้านบาท เริ่มตั้งแต่แบรนด์ เพฟ-Pave ราคา 4.99 ล้านบาท, แบรนด์บ้านหรูที่ประสบความสำเร็จอย่างมากทั้ง บางกอก บูเลอวาร์ด, บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์, แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ล่าสุดบริษัทต้องการตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดบ้านหรู เตรียมเปิดตัวแบรนด์ใหม่ล่าสุดในเซ็กเมนต์อัลตราลักเซอรี่ “คอนนาเซอร์-Connoisseur” ราคาเริ่มต้น 80-150 ล้านบาท ในช่วงครึ่งปีหลังนี้

“กลยุทธ์แข่งขันบ้านหรูของ SC เราทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้าในเซ็กเมนต์นี้เป็นอย่างดี มีการทำ Research กับกลุ่มลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำข้อมูลเทรนด์การอยู่อาศัย รวมถึงนวัตกรรมใหม่ ๆ มาพัฒนาสินค้า ให้ตรงต่อความต้องการของลูกค้า ทั้งเรื่องคุณภาพ และงานบริหารหลังการขาย ที่ SC ยืนหนึ่งมาตลอด” นายมงกุฎกล่าว