เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
News ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
Economic ART ชี้ชะตาส่งออกไทย สรท. ชง 4 โจทย์รัฐยกระดับรับค้าโลก
ดูทั้งหมด

“เปิด-ปิด” เรียนตามอาเซียน ถึงเวลาประเมิน “ข้อดี-ข้อเสีย” ??

14 พ.ค. 2561 | 16:14น.

คอลัมน์รายงานพิเศษ
ผู้เขียน เบญจมาศ เกกินะ

ถกเถียงกันมาตลอดเกี่ยวกับการ “เปิด-ปิด” ภาคเรียนตามกลุ่มประเทศอาเซียน หลังที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) มีมติเมื่อปี 2554 ให้เปิดภาคเรียนที่ 1 ช่วงเดือนสิงหาคม-ธันวาคม จากเดิม เดือนมิถุนายน-ตุลาคม และภาคเรียนที่ 2 ช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม จากเดิม เดือนพฤศจิกายน-เมษายน โดยเริ่มนำร่องตั้งแต่ปีการศึกษา 2557 เป็นต้นมา

เหตุผลหลักๆ ก็เพื่อให้สอดรับกับการเปิด-ปิดของมหาวิทยาลัยในอาเซียน เพื่อความสะดวกเรื่องการแลกเปลี่ยนนักศึกษา และอาจารย์ มหาวิทยาลัยไทยสามารถรับนักศึกษาต่างชาติได้มากขึ้น ส่วนผลพลอยได้ที่จะตามมาคือ มหาวิทยาลัยมีรายได้เพิ่ม และยังหวังลึกๆ ว่าจำนวนนักศึกษาต่างชาติจะเข้ามาช่วยทดแทนจำนวนนักศึกษาไทยที่ลดลง เพราะอัตราการเกิดลดลงเรื่อยๆ

แม้จะมีเสียงคัดค้านอย่างต่อเนื่องจากหลายสาย ไม่ว่าจะเป็นสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย (ส.ค.ศ.ท.) โดยยกเหตุผลเรื่องการฝึกปฏิบัติการสอนของนักศึกษาที่ไม่สอดคล้องกับการเปิดภาคเรียนของการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งทั้งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) คงยืนยันการเปิดภาคเรียนที่ 1 ระหว่างวันที่ 16 พฤษภาคม – 11 ตุลาคม และเปิดภาคเรียนที่ 2 วันที่ 1 พฤศจิกายน – 1 เมษายนของทุกปี

ขณะที่ที่ประชุมประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ปอมท.) ก็ออกมาต่อต้าน โดยให้เหตุผลว่าภาคเรียนที่ 2 ตรงกับช่วงฤดูร้อน ทำให้การสอนไม่มีประสิทธิภาพ อีกทั้งเดือนเมษายนมีวันหยุดมาก ทำให้ขาดความต่อเนื่องในการเรียน นักศึกษาจบไม่ทันฤดูรับสมัครงาน ขาดความต่อเนื่องระหว่างอุดมศึกษากับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เกิดปัญหาสุขภาพกายและจิต เนื่องจากต้องเรียนในสภาพอากาศร้อนจัด และเกิดปัญหาการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างอาจารย์ไทยกับต่างประเทศ เนื่องจากมีภาระการสอนตรงกัน

ไม่ต่างจากสภาคณบดีสาขาการเกษตรแห่งประเทศไทย ที่สะท้อนปัญหาว่าการสอน การวิจัย และบริการวิชาการต่างๆ โดยเฉพาะด้านการเกษตรจำเป็นต้องอาศัยทรัพยากรน้ำจำนวนมาก การเปิด-ปิดแบบอาเซียน ทำให้การจัดหลักสูตรด้านเกษตรลำบาก น้ำไม่พอ นักศึกษาเกษตรเจอปัญหาการทำกิจกรรมการเรียน และการฝึกปฏิบัติในแปลงเกษตร รวมถึงการเรียนด้านสัตว์น้ำ เพราะไม่ใช่ช่วงการวางไข่ ส่งผลให้ไม่ได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติได้จริง

เพื่อหาข้อสรุป ทปอ.จึงมีมติให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) วิจัยผลกระทบ ข้อดี ข้อเสียของการเปิด-ปิดภาคเรียนตามอาเซียน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการนำผลวิจัยดังกล่าวออกเผยแพร่ต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการ

ซึ่งในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยหลายแห่งกลับมาเปิด-ปิดภาคเรียนตามเดิมมากขึ้นทุกที เริ่มจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ตามมาด้วยมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยนเรศวร ล่าสุดมหาวิทยาลัยศิลปากร (มศก.) ไม่นับรวมกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) เกือบ 10 แห่ง ที่กลับไปเปิดภาคเรียนตามเดิมตั้งแต่ 2 ปีแรก ขณะที่มหาวิทยาลัยทางภาคเหนือหลายแห่งเตรียมจะขอกลับไปเปิด-ปิดภาคเรียนตามเดิมเช่นกัน เนื่องจากมีปัญหาหมอกควันทำให้มีผลกระทบต่อการเรียน

Advertisement

อีกปัญหาที่พบล่าสุดซึ่งมีเสียงบ่นดังๆ มาเป็นระยะ ทั้งจากกลุ่ม มรภ.และมหาวิทยาลัยรัฐบางส่วนที่กลับไปเปิด-ปิดภาคเรียนตามเดิม คือระบบรับสมัครบุคคลเข้าศึกษาต่อสถาบันอุดมศึกษาในระบบกลาง ประจำปีการศึกษา 2561 หรือทีแคส ซึ่ง ทปอ.เป็นแม่งานกำหนดปฏิทินการสมัครเอื้อให้กลุ่มตัวเอง โดยกำหนดให้รับนักศึกษาจะไปสิ้นสุดต้นเดือนมิถุนายน ทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ เนื่องจากมหาวิทยาลัยที่เปิดเรียนตามเดิมไม่สามารถรับเด็กเข้าเรียนได้ครบทุกรอบ

นายฤๅเดช เกิดวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา (มร.สส.) บอกค่อนข้างชัดเจนว่า มรภ.ส่วนใหญ่ที่กลับไปเปิด-ปิดภาคเรียนตามเดิมจะเสียเปรียบหากรับเด็กในระบบทีแคส เพราะ ทปอ.ลากกระบวนการรับนักศึกษายาวไปถึงต้นเดือนมิถุนายน ทำให้มหาวิทยาลัยที่เปิดเรียนปกติรับเด็กไม่ทัน ขณะเดียวกันยังพบว่ามหาวิทยาลัยเก่าแก่บางแห่งไม่ซื่อสัตย์ แอบเปิดรับตรง โดยอ้างว่าเป็นโครงการพิเศษ หรือหลักสูตรอินเตอร์

นายวันชัย สุทธะนันท์ อธิการบดี มศก.กล่าวคล้ายกันว่า การรับเด็กในระบบทีแคสมีปัญหาบ้าง อาจเพราะเป็นครั้งแรก อย่าง มศก.ยังรับเด็กได้ไม่เต็มจำนวน ต้องรอดูผลการรับในรอบต่อไป ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ มศก.ได้แจ้ง ทปอ.ว่าปีการศึกษา 2563 จะกลับไปเปิด-ปิดภาคเรียนตามปกติในเดือนมิถุนายน โดยจะค่อยๆ ทยอยปรับเวลาเปิดภาคเรียน โดยปีการศึกษา 2562 เปิดเรียนเดือนกรกฎาคม ส่วนปีการศึกษา 2561 ยังเปิดเรียนเดือนสิงหาคม ตามกลุ่ม ทปอ. 

“เหตุที่ทยอยปรับเวลาเรียน เพื่อไม่ให้กระทบกับเด็กที่เข้าเรียนในช่วงเปิด-ปิดตามอาเซียน การปรับครั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย เช่น สาขาประติมากรรมและจิตกรรมต้องเรียนภาคปฏิบัติเป็นส่วนใหญ่ และสตูดิโอของมหาวิทยาลัยไม่ได้ติดเครื่องปรับอากาศ ทำให้กระทบกับการเรียนการสอน ขณะที่วิทยาเขตเพชรบุรี มีปัญหาเรื่องน้ำแล้ง ในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ดังนั้น มศก.จึงประกาศกลับมาเปิด-ปิดภาคเรียนในเดือนมิถุนายนเช่นเดิม ขณะนี้ทราบว่ามหาวิทยาลัยหลายแห่งก็กลับมาเปิด-ปิดภาคเรียนตามเดิมแล้ว”

ขณะที่ นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ในฐานะประธาน ทปอ.ย้ำว่า กลุ่ม ทปอ.ส่วนใหญ่ยังยืนยันการเปิด-ปิดภาคเรียนตามอาเซียนเช่นเดิม แต่ไม่ได้บังคับมหาวิทยาลัยอื่น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแต่ละแห่ง ซึ่งต้องดูบริบทของตนเอง ทั้งนี้ ผลวิจัยของ มก.ค่อนข้างชัดเจนว่าการเปิด-ปิดภาคเรียนตามอาเซียนมีทั้งข้อดี ข้อเสีย

ส่วนที่กลุ่ม มรภ.ระบุว่า ทปอ.ลากการสมัครทีแคสไปจนถึงต้นเดือนมิถุนายน ทำให้เสียเปรียบ เพราะเปิดเรียนเดือนมิถุนายนพอดีนั้น เท่าที่ดูตัวเลขกลุ่มมหาวิทยาลัยในพื้นที่ส่วนใหญ่รับเด็กเต็มตั้งแต่รอบที่ 1 การรับด้วยแฟ้มสะสมผลงาน หรือพอร์ตโฟลิโอ และรอบ 2 การรับแบบโควต้า แต่ยอมรับว่าระบบทีแคสอาจมีปัญหาบ้าง เพราะเป็นปีแรกที่เริ่มดำเนินการ หลังจากการรับสมัครเสร็จสิ้น ทปอ.จะประเมินผล สรุปข้อดี ข้อเสีย เพื่อนำมาปรับปรุงระบบให้ดีขึ้น

แม้ ทปอ.จะย้ำว่าการเลือกเปิด-ปิดภาคเรียนตามอาเซียนถือเป็นดุลยพินิจของมหาวิทยาลัย แต่อย่าลืมว่ามหาวิทยาลัยกลุ่ม ทปอ.ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่มีชื่อเสียง และได้รับความนิยม การรวมตัวกำหนดนโยบายและทิศทางต่างๆ ของอุดมศึกษาจึงค่อนข้างมีผลกระทบในวงกว้าง และอาจทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ

โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยเล็กๆ ที่อาจถึงขั้นหมดทางจะเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุง

ทางที่ดี น่าจะถึงเวลาที่ทุกฝ่ายต้องพูดคุยกันด้วยเหตุด้วยผล นำงานวิจัยที่ศึกษาไว้มาประกอบการพิจารณา เพื่อให้ได้ “ทางออก” ที่ดีที่สุดกับทุกฝ่าย!!

 

ที่มา : นสพ.มติชน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การศึกษา