เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“อัทธ์” เสนอ 8 แนวทางคุมดาต้าเซ็นเตอร์ ห้ามแย่งไฟ-น้ำประชาชน
Economic “อัทธ์” เสนอ 8 แนวทางคุมดาต้าเซ็นเตอร์ ห้ามแย่งไฟ-น้ำประชาชน
BKP-สมาคมส่งออกถั่วเหลืองสหรัฐ” ลงนาม MOU ขยายความร่วมมือความยั่งยืน
Business BKP-สมาคมส่งออกถั่วเหลืองสหรัฐ” ลงนาม MOU ขยายความร่วมมือความยั่งยืน
LHMH รุกขยายพอร์ตโรงแรม ทุ่ม 4.3 พันล้านเปิดแบรนด์ “วอยาจ” บูมพัทยา
Business LHMH รุกขยายพอร์ตโรงแรม ทุ่ม 4.3 พันล้านเปิดแบรนด์ “วอยาจ” บูมพัทยา
กางเข็มทิศอุตสาหกรรมดนตรีไทย ในสายตา ‘วิเชียร ฤกษ์ไพศาล’ ผ่านปรากฏการณ์ ‘เนเน่ รอยัล’
ไฮไลท์ประชาชาติ กางเข็มทิศอุตสาหกรรมดนตรีไทย ในสายตา ‘วิเชียร ฤกษ์ไพศาล’ ผ่านปรากฏการณ์ ‘เนเน่ รอยัล’
วิริยะประกันภัย ปรับเกมกำลังซื้อ เจาะกลุ่ม ‘คนใช้รถ-บ้าน-SMEs’
Finance วิริยะประกันภัย ปรับเกมกำลังซื้อ เจาะกลุ่ม ‘คนใช้รถ-บ้าน-SMEs’
ทำงานไปตามบทบาทหน้าที่โดยไม่ต้องเคลมความสำคัญ
SD Talk ทำงานไปตามบทบาทหน้าที่โดยไม่ต้องเคลมความสำคัญ
การทูตเชิงรุกสไตล์ ‘อนุทิน’ เปิดประตูเศรษฐกิจอาเซียน ก่อนลุย 9 ภูมิภาค พา ‘ไทย’ อยู่ในสายตาโลก
Politics การทูตเชิงรุกสไตล์ ‘อนุทิน’ เปิดประตูเศรษฐกิจอาเซียน ก่อนลุย 9 ภูมิภาค พา ‘ไทย’ อยู่ในสายตาโลก
นครศรีฯ ‘มหานครมังคุดใต้’ กระจายผลผลิตคุณภาพ สู่ผู้บริโภค
Economic นครศรีฯ ‘มหานครมังคุดใต้’ กระจายผลผลิตคุณภาพ สู่ผู้บริโภค
คลังผนึก ธปท.ขยายฐานภาษีเล็งให้เงินกู้ดอกเบี้ยถูก-จูงใจเข้าระบบ
Finance คลังผนึก ธปท.ขยายฐานภาษีเล็งให้เงินกู้ดอกเบี้ยถูก-จูงใจเข้าระบบ
เลิกรัฐอุ้ยอ้าย ‘อ.ทีปกร’ จี้ผ่าตัดใหญ่ ใช้ AI ลดข้าราชการ 15% เปลี่ยนเป็น ‘รัฐขนาดเล็กแต่ทรงพลัง’
Politics เลิกรัฐอุ้ยอ้าย ‘อ.ทีปกร’ จี้ผ่าตัดใหญ่ ใช้ AI ลดข้าราชการ 15% เปลี่ยนเป็น ‘รัฐขนาดเล็กแต่ทรงพลัง’
ดูทั้งหมด

“วอลมาร์ต” ทุ่ม 2 หมื่นล้าน เขย่าอีคอมเมิร์ซแดนภารต

17 พ.ค. 2561 | 21:03น.

คอลัมน์ Market Move

อินเดียถือเป็นสนามการค้าสำคัญอันดับ 2 รองจากจีน ด้วยโอกาสจากจำนวนประชากร 1.3 พันล้านคน โดยเฉพาะกลุ่มอีคอมเมิร์ซซึ่งทุ่มเงินซื้อกิจการท้องถิ่นที่วางรากฐานด้านต่าง ๆ พร้อมอยู่แล้ว หวังชิงความได้เปรียบรอรับการเติบโตของตลาดที่จะขยายตัวเกือบ 6 เท่าจาก 3.85 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐเมื่อปีที่แล้วเป็น 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐในปี 2569 เป็นผลจากการขยายตัวของอินเทอร์เน็ตและสมาร์ทโฟนราคาถูก

โดยช่วงต้นปี 2 ยักษ์ค้าปลีกสัญชาติสหรัฐ “วอลมาร์ต” และ “อเมซอน” ต่างจ้องซื้อกิจการ “ฟลิบคาร์ต” (Flipkart) อีคอมเมิร์ซอันดับ 1 ของอินเดียมีฐานผู้ใช้กว่า 100 ล้านราย ผู้ค้า 1 แสนราย และมียอดส่งสินค้าเดือนละ 8 ล้านชิ้น ครองส่วนแบ่งตลาดถึง 39.5% ส่วนอเมซอนอินเดียตามมาเป็นอันดับ 2 มีส่วนแบ่ง 31.5% จนมีธุรกิจใหญ่เข้ามาร่วมถือหุ้นไม่ขาดสาย อาทิ ไมโครซอฟท์ของสหรัฐ เทนเซนต์ (Tencent) จากจีนและซอฟต์แบงก์ (Soft Bank) จากญี่ปุ่น

ล่าสุดสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า “วอลมาร์ต” ชิงปิดดีลซื้อกิจการ “ฟลิบคาร์ต” ไปด้วยมูลค่ารวม2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับหุ้นจำนวน 77% ของอีคอมเมิร์ซอินเดีย และสัญญาอัดฉีดเงินอีก 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ รวมถึงการเปิดรับซื้อหุ้นจากนักลงทุนรายย่อย นับเป็นดีลซื้อกิจการมูลค่าสูงสุดในประวัติศาสตร์อินเดีย

โดยดีลนี้ช่วยให้วอลมาร์ตที่มีธุรกิจค้าปลีกออฟไลน์ในอินเดียอยู่แล้วสามารถเข้าสู่เซ็กเมนต์อีคอมเมิร์ซแดนภารตได้ทันที พร้อมด้วยฐานข้อมูลลูกค้าจำนวนมหาศาลที่สามารถนำไปต่อยอดได้ เช่นเดียวกับฝั่งฟลิบคาร์ตที่สามารถเข้าถึงโนว์ฮาวด้านการบริหารสินค้าและซัพพลายเชนเพื่อสร้างกลยุทธ์มัลติแชนเนล รวมถึงใช้เงินอัดฉีดเดินหน้าซื้อกิจการท้องถิ่นในกลุ่มของชำทั้งออนไลน์และออฟไลน์เพื่อขยายพอร์ตสินค้าและฐานลูกค้าตามเทรนด์ของตลาด รวมถึงลงทุนด้านโกดังและศูนย์กระจายสินค้า

นอกจากนี้วอลมาร์ตยังเสริมแกร่งธุรกิจใหม่นี้ด้วยการให้ผู้ถือหุ้นระดับบิ๊กเนมหลายราย อาทิ เทนเซนต์และไมโครซอฟท์ถือหุ้นในสัดส่วนเดิมต่อไป รวมถึงส่งสัญญาณว่าพร้อมเปิดรับผู้ถือรายใหม่เข้ามาร่วมธุรกิจ

สอดคล้องกับความเห็นของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ที่ว่า หลังจากนี้ฟลิบคาร์ตมีโอกาสชิงส่วนแบ่งตลาดเพิ่มได้อย่างรวดเร็วจนถึงระดับ 80%

อย่างไรก็ตามการรุกอีคอมเมิร์ซอินเดียของวอลมาร์ตอาจไม่โรยด้วยกลีบกุหลาบ เนื่องจากความเคลื่อนไหวนี้ได้จุดไฟการแข่งขันให้รุนแรงยิ่งขึ้นเมื่อผู้เล่นบางรายซึ่งส่วนใหญ่เป็นอดีตผู้ถือหุ้นฟลิปคาร์ต ตัดสินใจเริ่มแผนลงทุนของตนเอง เช่น “อีเบย์” อดีตผู้ถือหุ้นและพันธมิตรทางธุรกิจของฟลิบคาร์ต ซึ่งประกาศว่าหลังขายหุ้นออกไปแล้วจะเริ่มธุรกิจในอินเดียเต็มตัว โดยเน้นการค้าขายแบบข้ามประเทศเป็นหลัก เช่นเดียวกับผู้เล่นอันดับ 3 “เพย์ กรุ๊ป” (Paytm Group) ที่มีอาลีบาบาและซอฟต์แบงก์หนุนหลัง รวมถึง“เนสเปอร์” (Naspers) บริษัทด้านสื่อและอินเทอร์เน็ตจากแอฟริกา

“เชื่อว่าความหลากหลายของกลุ่ม ผู้บริโภค ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของอินเดียจะเป็นกุญแจสำคัญช่วยให้บริษัทสามารถแทรกเข้าสู่ตลาดและสร้างฐานลูกค้าของตนเองได้” อีเบย์ระบุในแถลงการณ์

จากนี้ต้องจับตาดูว่า การแข่งขันในวงการอีคอมเมิร์ซอินเดียจะดุเดือดแค่ไหนและไปในทิศทางใดต่อไป เช่นเดียวกับบรรดาผู้เล่นระดับรองทั้งหน้าเก่าและใหม่จะหาวิธีใดมารับมือเพื่อให้รอดจากศึกยักษ์ชนยักษ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น