เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อนุทิน ฝ่าวงล้อม 2 ม็อบ กู้ วิกฤตขาลง รัฐบาล 5 เดือน
Politics อนุทิน ฝ่าวงล้อม 2 ม็อบ กู้ วิกฤตขาลง รัฐบาล 5 เดือน
วิจัยกสิกรไทย ฟันธงเฟดขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ 1 ครั้ง รอบ ก.ย.ยังไม่ปรับ
Finance วิจัยกสิกรไทย ฟันธงเฟดขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ 1 ครั้ง รอบ ก.ย.ยังไม่ปรับ
Apple เดบิวต์ ‘iPhone Duo’ เขย่าบัลลังก์ Samsung ผู้นำตลาด ‘จอพับ’
Tech Apple เดบิวต์ ‘iPhone Duo’ เขย่าบัลลังก์ Samsung ผู้นำตลาด ‘จอพับ’
ธปท. หนุนเก็บภาษีทองปิดช่องเงินเทา
Finance ธปท. หนุนเก็บภาษีทองปิดช่องเงินเทา
อุตฯ ยานยนต์ ‘รักษาฐานเดิม ต่อยอดฐานใหม่’
Automotive อุตฯ ยานยนต์ ‘รักษาฐานเดิม ต่อยอดฐานใหม่’
แบงก์ชาติ หัวหอกสกัดทุนเทา จับมือ 11 องค์กรปิดทาง “ฟอกเงิน”  
Finance แบงก์ชาติ หัวหอกสกัดทุนเทา จับมือ 11 องค์กรปิดทาง “ฟอกเงิน”  
วิกฤตกำลังซื้อ-ธุรกิจดิ้นสู้ รายได้ 3 หมื่น ‘เปราะบางยุคใหม่’
Economic วิกฤตกำลังซื้อ-ธุรกิจดิ้นสู้ รายได้ 3 หมื่น ‘เปราะบางยุคใหม่’
นายกชี้ขาดแอร์พอร์ตลิงก์-EEC CP เดินรถต่อ-ลงนาม MOU ใหม่ 
Economic นายกชี้ขาดแอร์พอร์ตลิงก์-EEC CP เดินรถต่อ-ลงนาม MOU ใหม่ 
โต้ง-บรรจง แท็กทีม 4 หนุ่ม BUS–9214KIDS แชร์มุมมอง ชวนดูภาพยนตร์ “HOPE”
Biz Movement โต้ง-บรรจง แท็กทีม 4 หนุ่ม BUS–9214KIDS แชร์มุมมอง ชวนดูภาพยนตร์ “HOPE”
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (12 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.65% อยู่ที่ 77,140 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (12 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 0.65% อยู่ที่ 77,140 เหรียญสหรัฐ
ดูทั้งหมด

ภูมิธรรม ดึงเอกชนรายใหญ่ รับซื้อผลผลิตเกษตร ดันราคาขึ้น

22 ก.ค. 2567 | 14:56น.
สินค้าเกษตร

“ภูมิธรรม” เปิดแผนงานและมาตรการดูแลสินค้าเกษตร และพืชเกษตรตัวรอง พร้อมดึงเอกชนรายใหญ่ ปตท. ซีพี ไทยเบฟ ห้าง ปั๊มน้ำมัน ช่วยซื้อผลผลิตไปจำหน่ายหรือนำไปทำตลาด เพื่อดูแลเกษตรกร

วันที่ 22 กรกฎาคม 2567 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงแผนงานและมาตรการดูแลสินค้าเกษตร และพืชเกษตรตัวรอง ในช่วงครึ่งปีหลัง 2567 ว่าได้สั่งการให้นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และนายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน ไปดำเนินการ

โดยให้ประสานความร่วมมือกับบริษัทรายใหญ่ โดยเฉพาะบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เข้ามาช่วยดูแลผลผลิตทางการเกษตรในประเทศ ทั้งการช่วยรับซื้อ การนำไปขาย หรือนำไปทำตลาด เพื่อดูแลเกษตรกรให้ขายผลผลิตได้ราคาที่ดีขึ้น

“ปกติบริษัทใหญ่ ๆ หรือบริษัทเจ้าสัว เขามีการทำงาน หรือทำกิจกรรมเพื่อสังคม หรือ CSR อยู่แล้ว ก็ขอให้เขาเข้ามาช่วยกระทรวงพาณิชย์ในการดูแลพืชผลทางการเกษตร จะใช้วิธีการแบบเดิม ๆ พอมีปัญหาด้านราคา ก็เข้าไปแทรกแซง เข้าไปซื้อ มันไม่ยั่งยืน เราต้องดึงเจ้าใหญ่มาช่วย ซึ่งเท่าที่ได้หารือกับผู้ประกอบการรายใหญ่ เขาพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์”

สำหรับผู้ประกอบการรายใหญ่ อาทิ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซี.พี.) เครือไทยเบฟ ห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ ทั้งโลตัส บิ๊กซี แม็คโคร ท็อปส์ โก โฮลเซลล์ เซ็นทรัล เดอะมอลล์ ไอคอนสยาม เอ็มโพเรียม เอ็มควอเทียร์ เอเชียทีค ห้างท้องถิ่นรายใหญ่ รวมถึงสถานีบริการน้ำมัน อาทิ พีทีที สเตชัน พีที เชลล์ บางจาก เป็นต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ ว่าพืชเกษตรเศรษฐกิจตัวรองที่จะต้องเข้าไปดูแล มีจำนวน 18 ชนิด แยกเป็นผลไม้ 11 ชนิด ได้แก่

    1. ทุเรียน
    2. มังคุด
    3. เงาะ
    4. ลองกอง
    5. ลำไย
    6. สับปะรด
    7. ลิ้นจี่
    8. ส้มโอ
    9. ส้มเขียวหวาน
    10. มะยงชิด
    11. มะม่วง ผัก 4 ชนิด ได้แก่ 1.มะนาว 2.มะเขือเทศ 3.ฟักทอง 4.พริกขี้หนูจินดา และพืชสามหัว 3 ชนิด ได้แก่ 1.หอมแดง 2.หอมหัวใหญ่ 3.กระเทียม

โดยสถานการณ์ราคาพืชเกษตรเศรษฐกิจตัวรองล่าสุด ในส่วนของผลไม้ ราคาอยู่ในเกณฑ์ดีทุกชนิด โดยเฉพาะผลไม้ภาคตะวันออก ที่ถือเป็นปีทองของชาวสวนอีกปีหนึ่ง และขณะนี้เป็นส่วนของผลผลิตผลไม้ภาคใต้ ที่กำลังออกสู่ตลาด ราคาก็อยู่ในเกณฑ์ดีเช่นเดียวกัน ทั้งทุเรียน มังคุด เงาะ

ส่วนผลไม้ภาคเหนือ มะม่วง จบฤดูกาลไปแล้ว เหลือแต่มะม่วงแฟนซี ซึ่งราคาก็อยู่ในเกณฑ์ดี และลำไย ขณะนี้กำลังออกสู่ตลาด ราคาดีกว่าปีที่แล้ว สำหรับผัก ราคาอยู่ในเกณฑ์ดี และพืช 3 หัว ก็ราคาดีเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2567 ที่ผ่านมา นายเศรษฐายังได้เชิญนายวุฒิไกร และนายวัฒนศักย์ ไปหารือเรื่องการดูแลราคาและคุณภาพของผลผลิตสินค้าเกษตรที่จะออกสู่ตลาดในช่วงครึ่งปีหลัง โดยขอให้มีมาตรการรองรับ เพื่อดูแลเกษตรกร และหนึ่งในมาตรการที่ว่าก็คือ การดึงผู้ประกอบการรายใหญ่เข้ามาช่วยเหลือ นอกเหนือจากมาตรการบริหารจัดการผลไม้ปี 2567 ที่ได้ดำเนินการอยู่แล้ว