ย้อนรอยผลักดันกาสิโนถูกกฎหมาย ผลบวก-ลบที่ประเทศไทยจะได้
ผลบวกลบที่ประเทศไทยจะได้จาก Entertainment Complex หากไม่มีอะไรติดขัดคาดว่าจะสามารถเกิดขึ้นได้ภายในรัฐบาลปัจจุบัน
วันที่ 5 สิงหาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้าโครงการสถานบันเทิงครบวงจร หรือ Entertainment Complex ล่าสุดกระทรวงการคลังได้ยกร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. … เสร็จเรียบร้อยแล้ว และเตรียมเปิดให้มีการรับฟังความคิดเห็น ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 77 จากนั้นจะจัดทำรายงานสรุปผลรับฟังความคิดเห็นเพื่อมาประกบในร่างกฎหมาย ก่อนกระทรวงการคลังจะนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ต่อไป
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร (Entertainment Complex) เผยถึงเรื่องนี้ว่า “หากไม่มีข้อติดขัดอะไร คาดว่าจะสามารถเกิดขึ้นได้ภายใน 3 ปี หรือภายในรัฐบาลปัจจุบัน”
โดยกระทรวงการคลังจะนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ต่อไป
“ประชาชาติธุรกิจ” พาไปย้อนรอยการผลักดันกาสิโนถูกกฎหมาย หรือ Entertainment Complex ในครั้งนี้
ไทม์ไลน์กาสิโนถูกกฎหมาย
จริง ๆ ก่อนหน้านี้ก็มีการพูดถึงเรื่องกาสิโนถูกกฎหมายอยู่หลายยุค โดยเมื่อเดือนตุลาคม 2566 สภาผู้แทนราษฎรมีมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร หรือ Entertainment Complex
ต่อมาวันที่ 28 มีนาคม 2567 การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบ “รายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง ศึกษาการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร (Entertainment Complex) เพื่อแก้ปัญหาการพนันผิดกฎหมาย และเพื่อประโยชน์ด้านเศรษฐกิจของประเทศ ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่มีนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง เป็นประธานกรรมาธิการ ด้วยเสียง 253 ต่อ 0 เสียง
วันที่ 8 เมษายน 2567 รายงานผลการศึกษาดังกล่าวได้นำเข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และได้รับการเห็นชอบ พร้อมกับมอบหมายกระทรวงการคลัง รับศึกษาความเป็นไปได้รายละเอียดของคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร หรือ กาสิโนถูกกฎหมาย เพื่อแก้ปัญหาการพนันผิดกฎหมายให้นำมาเสนอต่อคณะรัฐมนตรีภายใน 30 วัน
จากนั้นวันที่ 4 มิถุนายน 2567 นายกรัฐมนตรีได้สั่งการในที่ประชุม ครม.อีกครั้ง ให้กระทรวงการคลัง โดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง เร่งรัดการดำเนินการสถานบันเทิงครบวงจร เพื่อให้มีแนวทางในการดำเนินการให้เป็นรูปธรรมต่อไป
ความหมายของกาสิโน
โดยสาระสำคัญของร่างกฎหมายดังกล่าวมีอยู่ทั้งสิ้น 65 มาตรา แบ่งออกเป็น 9 หมวด ประกอบด้วย 1.คณะกรรมการนโยบายสถานบันเทิงครบวงจร 2.คณะกรรมการบริหาร 3.สํานักงานกํากับการประกอบสถานบันเทิงครบวงจร 4.เลขาธิการ 5.พนักงานเจ้าหน้าที่ 6.การอนุญาตให้ประกอบสถานบันเทิงครบวงจร 7.การควบคุมการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร 8.บทกำหนดโทษ และ 9.บทเฉพาะกาล
ส่วนสาระสำคัญตามมาตราอื่น ๆ มีดังนี้ มาตรา 3 ได้กำหนดความหมายของ “สถานบันเทิงครบวงจร” หมายความว่า การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงตามบัญชีแนบท้ายพระราชบัญญัตินี้หลายประเภทรวมกัน ร่วมกับกาสิโน
“กาสิโน” หมายความว่า การจัดให้มีการเข้าเล่นหรือการเข้าพนันในสถานที่ที่กำหนดเป็นการเฉพาะ
“ใบอนุญาต” หมายความว่า ใบอนุญาตประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร
“ผู้รับใบอนุญาต” หมายความว่า ผู้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร
“ผู้บริหาร” หมายความว่า ผู้จัดการหรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการบริหารงานของผู้รับใบอนุญาต ไม่ว่าโดยพฤติการณ์หรือโดยได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริหารของผู้รับใบอนุญาต
“บริษัทในกลุ่ม” หมายความว่า (1) นิติบุคคลที่ผู้รับใบอนุญาตถือหุ้นตั้งแต่ร้อยละยี่สิบของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของนิติบุคคล (2) นิติบุคคลที่มีผู้ถือหุ้นซึ่งถือหุ้นทั้งในนิติบุคคลนั้นและในนิติบุคคลที่เป็นผู้รับใบอนุญาต ตั้งแต่ร้อยละยี่สิบของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของนิติบุคคลและนิติบุคคลที่เป็นผู้รับใบอนุญาต
“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานกำกับการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร
“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งสำนักงานแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
“เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการสำนักงานกำกับการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร
“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผลบวก-ลบที่ประเทศจะได้จาก Entertainment Complex
ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย ประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ประเทศไทยจะได้รับผลประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ ดังนี้
1.ดึงดูดการลงทุนมูลค่าไม่ต่ำกว่า 100,000 ล้านบาทต่อแห่ง
2.เพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยว เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวและระยะเวลาพำนัก รวมถึงเพิ่มการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคน 3.เพิ่มรายได้ของธุรกิจจากสถานบันเทิงครบวงจร ได้รายได้จากการเล่นกาสิโน และรายได้จากบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
4.สร้างงานและกระจายรายได้ ก่อให้เกิดการจ้างงานทั้งทางตรงและทางอ้อมในอุตสาหกรรมบริการ
5.เพิ่มการหมุนเวียนปริมาณเงินในระบบ และการเพิ่มรายได้ให้กับรัฐบาลที่สามารถจัดเก็บภาษีได้เพิ่ม
แต่อย่างไรก็ยังมีผลกระทบทางลบ ได้แก่ 1.เพิ่มความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจใต้ดิน อาทิ หลีกเลี่ยงภาษีหรือฟอกเงินผ่านกาสิโนและการพนัน เร่งการเติบโตของธุรกิจผิดกฎหมายเกี่ยวข้องกับการพนัน
2.กระทบต่อภาระหนี้สินครัวเรือน เนื่องจากอัตราการติดพนันเพิ่มขึ้นหรือหนี้สินจากการพนันเพิ่มขึ้น ซึ่งจะกระทบกับเสถียรภาพเศรษฐกิจของครัวเรือน
3.ความเหลื่อมล้ำรายได้อาจเพิ่มขึ้น เพราะรายได้กระจุกตัวเฉพาะคนในกลุ่มกาสิโนหรือกลุ่มนายทุน รวมถึงอาจจะมีความเหลื่อมล้ำระหว่างกลุ่มที่ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ และ 4.ต้นทุนสังคมจากปัญหาติดพนัน ต้องมีค่ารักษา บำบัดและฟื้นฟูผู้ติดการพนัน ซึ่งส่งผลกระทบทางอ้อมต่อครอบครัวและสังคม