เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รมช.แนน หวั่น ศึก กสทช. ลาม ห่วงเน็ตยูโซ่ดับ ประชาชนหันมารุมสวด “ดีอี”
Tech รมช.แนน หวั่น ศึก กสทช. ลาม ห่วงเน็ตยูโซ่ดับ ประชาชนหันมารุมสวด “ดีอี”
คาด ธ.ค.นี้ ได้ ’CEO การบินไทย‘ หลังมีผู้สมัคร 9 คน
Politics คาด ธ.ค.นี้ ได้ ’CEO การบินไทย‘ หลังมีผู้สมัคร 9 คน
ชมแฟชั่นผ้าไทย จาก ‘คริสตาลินา กอร์เกียวา’ ผู้ประกาศตัวเป็น ‘ทูตผ้าไหมไทย’
Biz Movement ชมแฟชั่นผ้าไทย จาก ‘คริสตาลินา กอร์เกียวา’ ผู้ประกาศตัวเป็น ‘ทูตผ้าไหมไทย’
ครม.ไฟเขียวงบกลาง หมื่นล้าน ‘เยียวยาน้ำท่วม‘ เฟส 2 
Politics ครม.ไฟเขียวงบกลาง หมื่นล้าน ‘เยียวยาน้ำท่วม‘ เฟส 2 
มิตรผล เร่งลงทุนเกษตรคาร์บอนต่ำปั้น 3 โรงงานสีเขียว ชิงแต้มต่อการค้าโลก
Economic มิตรผล เร่งลงทุนเกษตรคาร์บอนต่ำปั้น 3 โรงงานสีเขียว ชิงแต้มต่อการค้าโลก
“วราวุธ” เร่ง 3 เหมืองโพแทช 3.2 ล้านตัน ลดนำเข้าปูทางส่งออก 3 หมื่นล้าน/ปี
Economic “วราวุธ” เร่ง 3 เหมืองโพแทช 3.2 ล้านตัน ลดนำเข้าปูทางส่งออก 3 หมื่นล้าน/ปี
เบื้องหลัง Editor-in-Chief ‘สันติธาร’ ยุทธศาสตร์นำไทยสวมบท ‘ผู้เชื่อมโลก’ เวที IMF-World Bank
Finance เบื้องหลัง Editor-in-Chief ‘สันติธาร’ ยุทธศาสตร์นำไทยสวมบท ‘ผู้เชื่อมโลก’ เวที IMF-World Bank
ก.ล.ต.ปลดล็อกปมหุ้นกู้ผิดนัด เปิดทางผู้แทนลุยต่อ ไม่ต้องรอมติ
Finance ก.ล.ต.ปลดล็อกปมหุ้นกู้ผิดนัด เปิดทางผู้แทนลุยต่อ ไม่ต้องรอมติ
GBS ชู 5 หุ้นอสังหาฯ หลบตลาดผันผวน รับสินเชื่อบ้าน PLUS
Finance GBS ชู 5 หุ้นอสังหาฯ หลบตลาดผันผวน รับสินเชื่อบ้าน PLUS
จับตาผลประชุมบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ ปลดล็อก เศรษฐกิจ AI ล้านล้านบาท 
Tech จับตาผลประชุมบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ ปลดล็อก เศรษฐกิจ AI ล้านล้านบาท 
ดูทั้งหมด

ไขข้อข้องใจ ทำไมยังรู้สึกว่า..เศรษฐกิจไทยโตไม่ดี

12 ก.ย. 2567 | 07:47น.
th_gdp
คอลัมน์ : แบงก์ชาติชวนคุย
ผู้เขียน : ชญาวดี ชัยอนันต์ โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย

หลายท่านคงรู้สึกขัดใจเวลาที่ได้ยินว่า จีดีพีของไทยฟื้นตัวกลับมาใกล้เคียงกับช่วงก่อนโควิดแล้ว โดยเฉพาะคนที่ยังต้องเคร่งเครียดทุกวันกับการทำมาหากิน และเห็นจำนวนเงินในมือที่ยังชักหน้าไม่ถึงหลัง

จีดีพีเป็นตัวเลขที่บอกภาพรวมการเติบโตของกิจกรรมทางเศรษฐกิจจากภาคส่วนต่าง ๆ

ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา ถ้าแยกดูในรายละเอียดเราจะเห็น “การฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน” มีทั้งกลุ่มที่ยังไปได้ดี ขยายตัวได้ ธุรกิจเดินหน้าต่อเนื่อง กลุ่มที่ยังลุ่ม ๆ ดอน ๆ และกลุ่มที่กำลังลำบาก ความรู้สึกของแต่ละคนที่มีต่อเศรษฐกิจ จึงขึ้นอยู่กับว่าคน คน นั้นอยู่ในกลุ่มไหน และอยู่ในจุดที่ได้ประโยชน์แค่ไหนด้วย วันนี้จึงอยากยกตัวอย่างของสถานการณ์เศรษฐกิจที่มีลักษณะฝนตกไม่ทั่วฟ้าแบบนี้มาเล่าให้ฟังกัน

ฟื้นตัวดี มีความหวัง ยังไปต่อ

ธุรกิจที่ฟื้นตัวได้ดีเป็นภาคบริการ โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวโยงกับการท่องเที่ยวและพลังงาน ซึ่งคิดเป็น 60% ของจีดีพี และจ้างงานประมาณ 40% ของแรงงานทั้งหมด ทำให้คนที่ทำธุรกิจหรือทำงานอยู่ในภาคการท่องเที่ยว ซึ่งมีมากกว่า 3 ล้านคนพอยิ้มได้บ้าง โดยเฉพาะร้านอาหารและที่พัก (4.3% ของจีดีพี) เพราะนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติที่ฟื้นตัวกลับมาทำให้ยอดขายและราคาทยอยปรับขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะโรงแรม 4 ดาวขึ้นไป ที่เน้นลูกค้ารายได้ปานกลาง-สูง และนักท่องเที่ยวที่ไม่ใช่กรุ๊ปทัวร์ เช่นเดียวกับธุรกิจปิโตรเลียม (3.6% ของจีดีพี) ที่การฟื้นตัวของการขนส่งคนและสินค้าช่วยให้มีการผลิตและการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะยิ้มได้เหมือนกันหมด เพราะธุรกิจที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ท่องเที่ยวเด่น ๆ โรงแรม 3 ดาวลงมา จนถึงที่พักขนาดเล็ก ยังลำบากจากการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง ขึ้นราคาได้ยาก จนบางแห่งต้องปิดตัว และอาจไม่ได้รู้สึกถึงการฟื้นตัวเท่าที่ควร

มีทั้งดีและร้ายสลับสับเปลี่ยนกันไปตามสถานการณ์

สำหรับภาคการผลิตในหลายอุตสาหกรรม ต้องเจอผลกระทบจากหลายปัจจัย การฟื้นของกลุ่มนี้ (6% ของจีดีพี และ 5% ของแรงงาน) จึงยังเจอความไม่แน่นอนสูง เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า (9.6% ของมูลค่าส่งออก) ที่ตอนนี้ส่งออกหดตัว แต่คาดว่าจะปรับดีขึ้นได้ตามการฟื้นตัวของความต้องการโลก โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศตามอุณหภูมิที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในสหรัฐและยุโรป ขณะที่เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ ยังต้องสู้กับการตีตลาดของสินค้าจีนที่ต้นทุนต่ำกว่า (จะขอมาคุยยาว ๆ ให้ฟังในโอกาสต่อไป)

การผลิตและส่งออกรถยนต์และชิ้นส่วน (2.1% ของจีดีพี) ก็ต้องประสบปัญหาจากการหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าหรือ EV ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก แม้กระทั่งยอดขายในประเทศก็สูญเสียให้กับรถยนต์จีนที่มีจุดแข็งด้านราคาด้วย ส่งผลต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น รถยนต์มือสอง เช่าซื้อ และชิ้นส่วนรถยนต์ แม้ผู้ผลิตในไทยเริ่มปรับตัวสำหรับการผลิต EV บ้างแล้ว แต่กว่าจะผลิตป้อนตลาดในประเทศและตลาดโลกได้ ก็ต้องรอ 1-2 ปี และยังมีปัจจัยที่ต้องดูต่อ เช่น กำลังการผลิตรถยนต์ของจีน และข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงการปรับตัวของธุรกิจชิ้นส่วนรถยนต์

สำหรับกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ที่ไม่รวม Hard Disk Drive (7.1% ของมูลค่าส่งออก) แม้การส่งออกจะขยายตัวจากหมวดโทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์ จากการย้ายฐานการผลิตออกจากไต้หวันและจีน แต่สินค้าที่เคยส่งออกได้ดีอย่างแผงวงจรรวม (IC) ก็ยังไม่ดีนัก และไทยน่าจะได้รับผลบวกจากการฟื้นตัวของวัฏจักรอิเล็กทรอนิกส์โลกไม่มาก เพราะสินค้าส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมปลายน้ำ ไม่ใช่เทคโนโลยีขั้นสูงที่เกี่ยวกับ AI

กระนั้นความรู้สึกของคนที่ทำงานในภาคการผลิตข้างต้นที่มีมากกว่า 1 ล้านคน ยังขึ้นอยู่กับอีกหลายปัจจัย เช่น การผลิตส่วนเกินที่สะสมไว้ ปริมาณสินค้ารอขายในคลัง และลักษณะของอุตสาหกรรมว่าพึ่งพิงแรงงานหรือเครื่องจักร ซึ่งอาจมีผลกับการจ้างงาน รายได้ และโอที ในสัดส่วนต่างกัน

ตลาดบนไปต่อ ตลาดล่างท้อใจ

สำหรับธุรกิจที่พึ่งพากำลังซื้อของคนในประเทศ อย่างภาคก่อสร้างและภาคอสังหาริมทรัพย์ (5.1% ของจีดีพี) ที่จ้างงานมากกว่า 2 ล้านคนนั้น ตลาดบนในกลุ่มที่อยู่อาศัยราคา 10 ล้านบาทขึ้นไปยังพอไปได้ แต่ตลาดกลาง-ล่างไม่สู้ดีมาพักใหญ่แล้ว โดยเฉพาะที่ราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ทำให้มีที่อยู่อาศัยรอขายจำนวนมาก ส่วนหนึ่งเพราะหนี้ที่อยู่ในระดับสูงและการฟื้นของรายได้ที่ยังไม่ทั่วถึง ซึ่งมีผลต่อการเข้าถึงสินเชื่อ รวมถึงการที่ พ.ร.บ.งบประมาณปี 2567 ล่าช้า

ก็ส่งผลต่อภาคก่อสร้าง ซึ่งเมื่อกลับมาเบิกจ่ายงบประมาณได้แล้ว ต่อไปน่าจะมีเม็ดเงินเข้าไปเติมให้ภาคก่อสร้างมากขึ้น แต่ผู้ประกอบการยังกังวลกับปัญหาขาดแคลนแรงงานและต้นทุนค่าแรงที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต

อนาคตไม่สดใส เพราะปัจจัยเชิงโครงสร้าง

การเข้ามาของสินค้าจีนเป็นปัญหาที่บั่นทอนความสามารถการแข่งขันของไทยในตอนนี้ ตัวอย่างที่ชัดคือสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม (1% ของจีดีพี) ซึ่งไทยเราไม่อาจสู้กับของถูกจากจีนได้ แถมยังมี e-Commerce ที่ทำให้สินค้าจีนทะลักเข้ามาง่ายขึ้น

ผู้ประกอบการไทยจึงต้องเปลี่ยนมานำเข้า หรือย้ายฐานการผลิตไปยังเพื่อนบ้านแทน ซึ่งย่อมมีผลต่อการจ้างงานในสาขานี้ที่มีอยู่ประมาณ 6 แสนคน คล้ายกันกับสถานการณ์ของปิโตรเคมี (0.8% ของจีดีพี) ที่ไทยมีจุดอ่อนด้านต้นทุนน้ำมันดิบที่สูงกว่าคู่แข่งอยู่แล้ว พอจีนหันมาผลิตปิโตรเคมีเพิ่มขึ้น ก็ทำให้เราส่งออกไปจีนได้น้อยลง แถมจีนยังกลายมาเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวทั้งในบ้านและนอกบ้านด้วย

ดูแลเฉพาะจุด ช่วยคนสะดุดให้กลับมายืนได้

จากกลุ่มฟื้นดีที่มีจีดีพีสัดส่วนสูง ทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังดูไปได้ แต่ถ้าดูลงไปในภาพย่อย ก็จะเห็นว่ายังมีปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข นอกจากการดูแลสภาวะเศรษฐกิจการเงินและอัตราเงินเฟ้อให้เอื้อต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจแล้ว

การให้ความช่วยเหลือคนเดือดร้อนผ่านมาตรการเฉพาะจุดก็สำคัญเช่นกัน แบงก์ชาติจึงมีเกณฑ์ให้สถาบันการเงินช่วยเหลือลูกหนี้ต่อเนื่อง โดยลูกหนี้สามารถเจรจาเพื่อขอปรับเงื่อนไขการชำระหนี้ให้เหมาะกับศักยภาพและรายได้ในแต่ละช่วงเวลาได้

สำหรับธุรกิจที่กำลังเผชิญปัญหาด้านการแข่งขัน เราก็มีนโยบายให้สถาบันการเงินให้ความช่วยเหลือทางการเงิน เช่น สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษแก่ผู้ประกอบการที่ต้องการปรับปรุงประสิทธิภาพ ลดต้นทุน ตลอดจนปรับ Business Model ให้สอดคล้องกับทิศทางของโลก ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้อย่างมั่นคง ทั้งในแง่ตัวเลขและคุณภาพต่อไป

แล้วพบกันใหม่ค่ะ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

จีดีพี (GDP) เศรษฐกิจไทย