เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กรุงเทพเดือด เซ็นทรัล-เดอะมอลล์-แพลทินัม เปิดห้างใหม่  สัปดาห์เดียวกัน
Business กรุงเทพเดือด เซ็นทรัล-เดอะมอลล์-แพลทินัม เปิดห้างใหม่ สัปดาห์เดียวกัน
ซีพี ออลล์ แจงปมกดบัตรคอนเสิร์ต ยันคุ้มครองสิทธิและศักดิ์ศรีพนักงาน
Biz Movement ซีพี ออลล์ แจงปมกดบัตรคอนเสิร์ต ยันคุ้มครองสิทธิและศักดิ์ศรีพนักงาน
อาลัย“อรุณ ชัยเสรี”ปรมาจารย์ด้านวิศวกรรมโครงสร้าง ผู้ออกแบบตึกช้าง
Real Estate อาลัย“อรุณ ชัยเสรี”ปรมาจารย์ด้านวิศวกรรมโครงสร้าง ผู้ออกแบบตึกช้าง
กทม.ช่วยสังคมเปิดคอร์สฝึกอาชีพ 105 บาทเสริมศักยภาพ-สร้างรายได้
SD กทม.ช่วยสังคมเปิดคอร์สฝึกอาชีพ 105 บาทเสริมศักยภาพ-สร้างรายได้
ไทยเบฟ พัฒนาชุมชนยั่งยืนผนึกจุฬาฯ เชื่อมห้องเรียนสู่ท้องถิ่น
SD ไทยเบฟ พัฒนาชุมชนยั่งยืนผนึกจุฬาฯ เชื่อมห้องเรียนสู่ท้องถิ่น
พระราชินี พระราชทานรางวัลชนะเลิศกอล์ฟควีนส์คัพไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ 2569
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี พระราชทานรางวัลชนะเลิศกอล์ฟควีนส์คัพไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ 2569
ตราดชงแผนรับมือฤดูกาลผลไม้ตะวันออก แก้ราคาตกต่ำ-แรงงานขาดแคลน
เศรษฐกิจภูมิภาค ตราดชงแผนรับมือฤดูกาลผลไม้ตะวันออก แก้ราคาตกต่ำ-แรงงานขาดแคลน
“ดร.เอกก์” ชี้ทางรอด SMEs เชียงใหม่ “เจาะลึก-แม่นยำ” ดึงไปรษณีย์ไทยช่วยกระจายสินค้า
เศรษฐกิจภูมิภาค “ดร.เอกก์” ชี้ทางรอด SMEs เชียงใหม่ “เจาะลึก-แม่นยำ” ดึงไปรษณีย์ไทยช่วยกระจายสินค้า
ทชม. ซ้อมใหญ่แผน CEMEX-26 จำลองเหตุ “กราดยิง-วินาศกรรม” รับมือภัยคุกคาม
เศรษฐกิจภูมิภาค ทชม. ซ้อมใหญ่แผน CEMEX-26 จำลองเหตุ “กราดยิง-วินาศกรรม” รับมือภัยคุกคาม
“ภาวุธ” ห่วงติดกับ แพลทฟอร์มต่างชาติกินรวบ เสนอรัฐคุย “ยักษ์” ทุกค่าย
News “ภาวุธ” ห่วงติดกับ แพลทฟอร์มต่างชาติกินรวบ เสนอรัฐคุย “ยักษ์” ทุกค่าย
ดูทั้งหมด

เมย์แบงก์ มองหุ้นไทยทะยาน สิ้นปีทะลุ 1,520 จุด รัฐหนุน-เศรษฐกิจฟื้น

17 ก.ย. 2567 | 13:21น.

บล.เมย์แบงก์ คาดหุ้นไทยทะยานต่อเนื่อง วางเป้าดัชนีสิ้นปี 2567 ที่ระดับ 1,520 จุด EPS เติบโตได้ 18% ด้วยปัจจัยสนับสนุนทางเศรษฐกิจและการลงทุนที่แข็งแกร่ง และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องเมื่อเข้าสู่ปี 2568 พร้อมแนะหุ้นเด่นน่าลงทุน

วันที่ 17 กันยายน 2567 บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (MST) รายงานว่า คาดการณ์ตลาดหุ้นไทยจะปิดปี 2567 ได้อย่างแข็งแกร่ง ด้วยการฟื้นตัวจากปัจจัยเศรษฐกิจและการลงทุนหลายประการ โดยเฉพาะการสนับสนุนจากรัฐบาลและเงินทุนไหลเข้า พร้อมชวนจับตามองกลุ่มหุ้นเด่นทะยานต่อเนื่อง

จากการวิเคราะห์ของทีมวิจัยเมย์แบงก์ ตลาดหุ้นไทย (SET) คาดว่าจะได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 โดย GDP ของไทยในไตรมาส 3 และ 4 คาดว่าจะขยายตัวถึง 2.9% ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตในช่วงไตรมาส 1 และ 2 ปีนี้ที่ 1.5% และ 2.3% ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ การเติบโตของภาคการท่องเที่ยว และการฟื้นตัวของการส่งออก

กองทุนวายุภักษ์ : ตัวแปรสำคัญในการขับเคลื่อนตลาด

ขณะที่กองทุนวายุภักษ์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลถูกมองว่าเป็นตัวเร่งสำคัญในการขับเคลื่อนตลาด โดยคาดว่ากองทุนนี้จะอัดฉีดเม็ดเงินใหม่มูลค่า 150,000 ล้านบาท เข้าสู่ตลาดหุ้นโดยตรง ซึ่งอาจช่วยผลักดันดัชนี SET เพิ่มขึ้นได้ถึง 150-200 จุด ทีมวิเคราะห์ได้เลือกหุ้นที่น่าสนใจ เช่น กลุ่มธนาคาร (KTB, SCB, TTB) และกลุ่มพลังงาน (PTT, BCP) ซึ่งคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของตลาดในครึ่งหลังของปีนี้

กลยุทธ์การลงทุน : โอกาสทองในหุ้นกลุ่มเด่น

นักวิเคราะห์ของเมย์แบงก์แนะนำให้นักลงทุนพิจารณาลงทุนในหุ้นที่มีแนวโน้มเติบโตสูง โดยเฉพาะกลุ่มท่องเที่ยว (AOT, CENTEL, BH) และหุ้นที่ได้รับอานิสงส์จากการเบิกจ่ายงบประมาณ (TASCO, CK) ซึ่งทั้งสองกลุ่มนี้มีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องในปี 2568 นอกจากนี้ เมย์แบงก์ยังได้ปรับรายชื่อหุ้นแนะนำใหม่ โดยเพิ่ม CPN และ BCP ซึ่งเป็นหุ้นคุณค่าที่แนวโน้มการเติบโตแข็งแกร่ง ซึ่งคาดว่าจะสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะถัดไป

แนวโน้มผลประกอบการในปี 2567 และ 2568

ทีมวิจัยของเมย์แบงก์คาดว่า EPS ของตลาดหุ้นไทยจะเติบโตขึ้น 18% ในปี 2567 และต่อเนื่องอีก 13% ในปี 2568 โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสื่อ วัสดุก่อสร้าง และการขนส่ง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มเติบโตเด่นชัดที่สุด ด้วยผลประกอบการที่แข็งแกร่งและเสถียรภาพทางการเมืองที่ดีขึ้น จึงคาดว่าตลาดหุ้นไทยจะกลับมาให้ผลตอบแทนเป็นที่ดีและลดช่องว่างส่วนต่างผลตอบแทนของตลาดหุ้นไทยกับ ASEAN ในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า

บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) เชื่อมั่นว่าด้วยปัจจัยสนับสนุนทางเศรษฐกิจและการลงทุนที่แข็งแกร่ง จะเป็นแรงขับเคลื่อนต่อตลาดหุ้นไทยโดยวางเป้าดัชนี ณ สิ้นปี 2567 ที่ระดับ 1,520 จุด และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องเมื่อเข้าสู่ปี 2568 นักวิเคราะห์แนะนำให้จับตามองหุ้นกลุ่มเด่นที่มีศักยภาพในการเติบโต เพื่อตอบสนองต่อโอกาสในการลงทุนที่สำคัญในช่วงเวลานี้