หนังไทยในเวทีโลก ลึกซึ้ง กินใจ ได้แต้ม
คอลัมน์ : สามัญสำนึก ผู้เขียน : สมถวิล ลีลาสุวัฒน์
เพิ่งดูหนังเรื่อง “หลานม่า” จบ ซ้ำเป็นครั้งที่ 2
ครั้งหลังนี้น้ำตาไม่เอ่อ แต่ตั้งใจดูแบบละเลียด เพื่อทบทวนบรรยากาศเก่า ๆ แถวตลาดพลู ถิ่นที่เราคุ้นเคย
ตลาดพลูวันนี้มีที่เหมือนเดิมและเปลี่ยนไป
ทุกเสาร์-อาทิตย์คนแน่น ของขายดี มีนักท่องเที่ยว คนต่างถิ่น คนรุ่นใหม่ ๆ ชอบมาเดินเที่ยว ลัดเลาะถ่ายรูปตามมุมฮิต และหาของอร่อย ๆ กิน
ทำให้ “ตลาดพลู” อยู่ได้อย่างยั่งยืนด้วยตัวเอง ไม่ต้องกระตู้วู้มากมาย โดยมี “ทำเล” กับ “ตำนาน” เป็นเสน่ห์
พูดถึง “หลานม่า” หนังไทยแห่งปี ทำเงินในต่างประเทศได้มากเกินพันล้านมานานแล้ว และเฉียดใกล้ 2 พันล้านเข้าไปทุกที น่าดีใจแทนทุกคนที่เกี่ยวข้อง
ล่าสุด กรมส่งเสริมวัฒนธรรม สังกัดกระทรวงวัฒนธรรม และ Thailand Creative Culture Agency หรือ THACCA (ทักก้า) ซึ่งเป็นหน่วยงานส่งเสริมและสนับสนุนวัฒนธรรมสร้างสรรค์ไทย ได้เป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงใหญ่ THAILAND NIGHT
ฉลองกับหนังไทย 2 เรื่องคือ “หลานม่า” และ “อรุณกาล” ณ โรงแรม Park Hyatt Busan ที่ได้รับการคัดเลือกเข้าฉาย ในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน 2024 ที่กำลังจัดขึ้นวันที่ 2-11 ตุลาคม 2567 ณ เมืองปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี
งานนี้ “ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล” ประธานบอร์ดเล็กขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านภาพยนตร์และซีรีส์ กรรมการอีกท่าน “ดรสะรณ โกวิทวณิชชา” บอกว่า ภูมิใจที่ทั้งสองเรื่องได้รับโอกาสให้ฉายในเทศกาลครั้งนี้ และได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลาม
ต้องชื่นชมผู้กำกับหนุ่มรุ่นใหม่ “พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์” ที่ทำถึง ทั้งการวางตัวแสดง และกะเทาะรากเหง้าของความเป็นคนเชื้อชาติจีนได้กินใจ ลึกซึ้ง เป็นธรรมชาติ แทบไม่ต้องปรุงแต่ง
ทิ้งวิธีคิดดี ๆ ผ่านลูกสาวคนกลางที่เป็นผู้เสียสละมากที่สุด และทำให้ “ยายแต๋ว” ดังไกลทั่วโลก ในฐานะนางเอกพันล้านที่อายุมากที่สุดด้วย
สรุป “หลานม่า” ขึ้นแท่นเป็นภาพยนตร์ที่ทำเงินสูงสุด โกยรายได้ในเมืองนอกต่อเนื่องถึง 1,600 ล้านบาทแล้วโดยเฉพาะเมืองจีนเสียงตอบรับสูงมากเป็นประวัติการณ์
สำหรับตลาดเกาหลีใต้นั้น การเข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์รอบนี้ นับเป็น Korea Premier ไม่แตกต่างจากหนังเรื่อง “อรุณกาล” ซึ่งเป็นหนังเรื่องใหม่จากผู้กำกับซีรีส์เรื่อง “สืบสันดาน” ที่โด่งดังใน Nexflix ซึ่งอยู่ระหว่างเดินสายฉายเปิดตัวในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเช่นกัน
เรียกว่าเป็นปีทองของหนังไทยจริง ๆ ความปังยังไม่หยุดแค่นี้
ทางสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ ได้ประกาศคัดเลือก “หลานม่า” จากที่เข้าประกวดทั้งหมด 49 เรื่อง ให้เป็นตัวแทนหนังไทย “ชิงออสการ์ครั้งที่ 97” สาขาภาพยนตร์นานาชาติยอดเยี่ยม ที่ยกให้เป็นหนังครบทุกองค์ประกอบ ทั้งด้านคุณภาพ เนื้อหาที่จับใจ และสร้างปรากฏการณ์ในหลายพื้นที่ทั่วโลก
ไม่แปลกใจ ทำไม “เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์” ถึงยกครอบครัวลูกหลานไปดูหนังเรื่องหลานม่าที่เอ็มบาสซี ทั้งกล่าวชมจากใจ ในฐานะปาป๊าและอากงว่า
“ผมดูแล้วน้ำตาไหล ปกติผมน้ำตาไหลยากมาก แต่หนังทำให้เราค่อย ๆ ตามดู ซึ้งใจ ตอนบทสรุปสุดท้าย ความสัมพันธ์ระหว่างอาม่าและหลานเป็นความซาบซึ้ง น่าประทับใจมาก”
“หนังเรื่องนี้มีความหมายดี คือเรื่องของความกตัญญู ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ผมให้ความสำคัญมากในการทำธุรกิจ เป็นหนังที่รัฐบาลควรส่งเสริมให้การสนับสนุน หวังว่าจีดีเอชจะสร้างหนังที่ประสบความสำเร็จได้อีกหลาย ๆ เรื่อง”
ถือเป็นพลังละมุน หรืออีกหนึ่งซอฟต์พาวเวอร์ที่น่าจับตา
แม้ Soft Power จะเป็นคำใหม่ที่เราเริ่มได้ยินมาครบหนึ่งปี พร้อมรัฐบาลที่แล้ว
ดูเหมือนง่ายก็ไม่ง่าย ดูเหมือนยากก็ไม่ยาก
เพราะซอฟต์พาวเวอร์มาจากใจ และสัมผัสได้ เหมือนที่ “ชาญศิลป์ ตรีนุชกร” กรรมการและผู้บริหารแผนฟื้นฟูการบินไทย เจ้าของหนังสือ “พลิกฟ้า ฝ่าวิกฤต การบินไทย” ที่เพิ่งเปิดตัวไปที่วัดบวรฯ บอกไว้
การที่ลูกเรือการบินไทยยื่นแขนให้นักท่องเที่ยวต่างชาติคนสูงวัยได้เกาะเดินก็คือซอฟต์พาวเวอร์ บริการที่มาจากใจ จริงใจ และเต็มใจ