Skip to content

ใครควรออกแบบ ข้อเขียนผู้สมัครงาน

18 ต.ค. 2567 | 08:29น.
ใครควรออกแบบ ข้อเขียนผู้สมัครงาน
คอลัมน์ : SD Talk
ผู้เขียน : ธำรงศักดิ์ คงคาสวัสดิ์
https://tamrongsakk.blogspot.com

ปัจจุบันหลายองค์กรจะให้ผู้สมัครงานทดสอบข้อเขียน เพื่อดูว่า ใครจะมีคุณสมบัติตรงตามความต้องการในตำแหน่งงานนั้น ๆ

เช่น ฝ่ายซ่อมบำรุงต้องการช่างที่ใช้ซอฟต์แวร์ Excel ได้ เพื่อทำรายงานผลการซ่อมบำรุงทุกเดือน ก็ทดสอบการใช้ Excel เพื่อดูผู้สมัครคนไหนใช้ Excel ทำรายงานตามที่ต้องการบ้าง ถ้าใครผ่านเกณฑ์ก็จะได้เข้าไปสัมภาษณ์ต่อ

การทดสอบข้อเขียนหรือปฏิบัติสำหรับผู้สมัครงานที่ผมยกตัวอย่าง จะต้องเป็นหน้าที่ของ Line Manager ที่ต้องออกแบบทดสอบผู้สมัครงาน

ไม่ควรให้ HR เป็นคนออกแบบทดสอบ !

เพราะ HR ไม่ใช่เจ้าของงาน ไม่ได้ทำงานในหน่วยงานนั้น ๆ จะให้เขาออกแบบทดสอบแทนได้ยังไงล่ะครับ แต่ถ้าเป็นตำแหน่งงานในฝ่าย HR ฝ่าย HR ถึงจะเป็นคนออกแบบทดสอบเพราะเป็นเจ้าของงานโดยตรง

อีกประการหนึ่งที่อยากฝากเป็นข้อคิด ก็คือ….

ไม่ควรมีแบบทดสอบชนิด “ครอบจักรวาล”

เพราะไม่มีประโยชน์อะไรเลย ทำให้เสียเวลาทั้งผู้สมัครและองค์กรที่เป็นคนออกข้อสอบ !!

อะไรคือแบบทดสอบแบบครอบจักรวาล ?

หลายองค์กรยังให้ผู้สมัครงานทำแบบทดสอบสำเร็จรูป 3 เรื่อง เช่น ทดสอบคณิตศาสตร์, ภาษาอังกฤษ, ความถนัด หรือ Aptitude Test และมีเกณฑ์กำหนดว่า ถ้าผู้สมัครคนไหนทดสอบแล้วมีคะแนนต่ำกว่า เกณฑ์ที่กำหนดในวิชาใดวิชาหนึ่งก็จะไม่ได้ไปสอบสัมภาษณ์ !?

แล้วก็ใช้แบบทดสอบนี้กับผู้สมัครทุกตำแหน่งงาน เช่น ใครมาสมัครตำแหน่งนิติกร หรือเจ้าหน้าที่ต้อนรับลูกค้า หรือเจ้าหน้าที่บุคคล ฯลฯ ก็ต้องทดสอบ 3 วิชานี้ และใช้หลักเกณฑ์เดียวกัน !!

อย่างนี้แหละครับ ที่ผมเรียกว่าแบบทดสอบ “ครอบจักรวาล”

คำถามถือ คนที่จะมาทำงานกับบริษัทในตำแหน่งนิติกร ไม่จำเป็นต้องใช้ความรู้เกี่ยวกับเลขเลย แต่เขาจำเป็นต้องมีความรู้ด้านกฎหมาย แล้วบริษัทให้เขาทดสอบเลขไป เพื่อ….

หรือคนที่จะมาทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่บุคคลไม่ได้มาเป็นช่างสักหน่อย จะให้เขาทดสอบความถนัดเชิงช่าง เพื่อ….

พอถามว่า ทำไมถึงยังมีแบบทดสอบอย่างนี้อยู่ คำตอบที่ได้รับส่วนใหญ่ คือ….

“ก็เราเคยทำมาแบบนี้ และทำมาหลายปีแล้ว…”

ตรงนี้คงจะต้องตอบคำถามกับตัวเองด้วยเหตุและผลแล้วล่ะครับว่า “เราทำแบบเดิมไปเพื่ออะไร” หรือ “ทำไปแล้วจะเกิดประโยชน์อะไรหรือไม่”

แต่ถ้ายังดันทุรังทำต่อไป นี่มันเสียเวลา เสียงบประมาณ ทั้งออกแบบทดสอบ, ตรวจข้อสอบ, การพิมพ์แบบทดสอบ ฯลฯ จนกลายเป็นพิธีกรรมที่ทำต่อเนื่องกันมาจากรุ่นสู่รุ่น แบบสูญเปล่าแบบนี้เพื่ออะไร

ถึงเวลาคิดหาทางปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้กระบวนการคัดเลือก “คนที่ใช่” และ “มีคุณภาพ” เข้ามาร่วมงานแล้วหรือยัง ?