เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

เงินเฟ้อสหรัฐตุลาคม 2.6% ผงกหัวเล็กน้อย คาดปีหน้าสูงขึ้น-โอกาสลดดอกเบี้ยมีน้อย

13 พ.ย. 2567 | 20:42น.
เงินเฟ้อสหรัฐ
เผยแพร่ 13 พ.ย. 2024 เวลา 20.42 น. อัพเดตล่าสุด 13 พ.ย. 2024 เวลา 21.25 น.

เงินเฟ้อทั่วไปของสหรัฐเดือนตุลาคม 2024 อยู่ที่ 2.6% ผงกหัวขึ้นเล็กน้อยจากอัตราของเดือนกันยายนซึ่งอยู่ที่ 2.4% ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐานยังคงที่อยู่ที่ 3.3% นักเศรษฐศาสตร์คาดปีหน้าเงินเฟ้อสูงขึ้น โอกาสลดดอกเบี้ยมีน้อย

วันที่ 13 พฤศจิกายน เวลา 08.30 น. ตามเวลากรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา ซึ่งตรงกับเวลา 20.30 น. เวลาไทย สำนักงานสถิติแรงงาน กระทรวงแรงงาน สหรัฐอเมริกา เผยแพร่ตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนตุลาคม 2024 ซึ่งเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อ และเป็นหนึ่งในข้อมูลสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจนโยบายการเงินของคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด (Federal Reserve) 

ข้อมูลที่เผยแพร่ออกมาระบุว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเดือนตุลาคม 2024 เพิ่มขึ้น 2.6% จากเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า (YOY) ซึ่งหมายถึงอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 2.6% ผงกหัวเพิ่มขึ้นลงเล็กน้อยจากอัตราของเดือนกันยายนซึ่งอยู่ที่ 2.4% 

และเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า (MOM) ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเดือนตุลาคม 2024 เพิ่มขึ้น 0.2% เป็นอัตราคงที่ 4 เดือนติดต่อกัน 

ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงานในเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้น 3.3% จากเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า (YOY) กล่าวคือ อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเดือนตุลาคมอยู่ที่ 3.3% คงที่เท่ากันกับอัตราของเดือนกันยายน 

และเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า (MOM) ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้น 0.3% เป็นอัตราคงที่ 3 เดือนติดต่อกัน

ทั้งนี้ หมวดสินค้าที่ราคา/ค่าบริการเพิ่มขึ้นมากที่สุดเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า คือดัชนีค่าบริการขนส่งและการเดินทางที่เพิ่มขึ้น 8.2% (YOY) รองลงมาคือค่าที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้น 4.9% (YOY)

หมวดสินค้าที่ราคาเพิ่มขึ้นมากที่สุดเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า คือ รถมือสอง ที่ราคาเพิ่มขึ้น 2.7% จากเดือนก่อนหน้า

แต่หมวดสินค้าที่มีน้ำหนักในการทำให้ดัชนีราคาผู้บริโภคเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้ามากที่สุดคือ ดัชนีราคาที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้น 0.4% ซึ่งมีส่วนมากกว่า 50% ในการทำให้ดัชนีราคาผู้บริโภคในภาพรวมเพิ่มขึ้น

ตามการรายงานของรอยเตอร์ นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อจะสูงขึ้นในปีหน้า หากโดนัลด์ ทรัมป์ เดินหน้านโยบายเศรษฐกิจของเขา ซึ่งรวมถึงการลดภาษีภาคธุรกิจ ลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา การขึ้นภาษีสินค้านำเข้า และการส่งผู้อพยพจำนวนมากกลับประเทศ ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์มองว่านโยบายเหล่านี้จะทำให้อุปทานแรงงานลดลง ส่งผลให้ต้นทุนของธุรกิจสูงขึ้น และส่งต่อต้นทุนไปยังราคาผู้บริโภค 

แม้มีคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธันวาคมนี้ 25 เบซิสพอยต์ (Basis Point) ซึ่งจะนำอัตราดอกเบี้ยลงจาก 4.50% – 4.75% ไปอยู่ที่ 4.25% – 4.50% แต่นักเศรษฐศาสตร์มองว่ามีโอกาสจำกัดที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกในปีหน้า ซึ่งหมายความว่าการลดดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมนี้อาจเป็นการลดครั้งสุดท้าย จากนั้นเฟดจะพิจารณาสถานการณ์และข้อมูลใหม่