เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (29 ก.ค. 69) ปรับลง 150 บาท ทองรูปพรรณ 64,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (29 ก.ค. 69) ปรับลง 150 บาท ทองรูปพรรณ 64,800 บาท
ปกรณ์ มือกฎหมายรัฐบาล ภารกิจเพื่อชาติ ตรงไปตรงมา ไม่มีใบสั่ง 
Politics ปกรณ์ มือกฎหมายรัฐบาล ภารกิจเพื่อชาติ ตรงไปตรงมา ไม่มีใบสั่ง 
รัฐบาลชี้ Missing Link โยงรถไฟชุมพร–ท่าเรือระนอง ประตูการค้าเชื่อมจีน-สิงคโปร์
Politics รัฐบาลชี้ Missing Link โยงรถไฟชุมพร–ท่าเรือระนอง ประตูการค้าเชื่อมจีน-สิงคโปร์
รัฐบาลแจงไม่ล้มเลือกตั้งบอร์ด สปส. แค่ชะลอตามคำสั่งศาล ไม่กระทบสิทธิผู้ประกันตน
Politics รัฐบาลแจงไม่ล้มเลือกตั้งบอร์ด สปส. แค่ชะลอตามคำสั่งศาล ไม่กระทบสิทธิผู้ประกันตน
พยากรณ์อากาศวันนี้ (29 ก.ค. 69) ฝนตกหนักมากบางแห่ง กทม. ฝนตก 70% ของพื้นที่
News พยากรณ์อากาศวันนี้ (29 ก.ค. 69) ฝนตกหนักมากบางแห่ง กทม. ฝนตก 70% ของพื้นที่
อีวีจีนโตพุ่ง-ดีลเลอร์รถแห่เปลี่ยนค่าย
Automotive อีวีจีนโตพุ่ง-ดีลเลอร์รถแห่เปลี่ยนค่าย
เมื่อ  ‘น้ำมัน’  ไม่มีทางออกทะเล
World เมื่อ ‘น้ำมัน’ ไม่มีทางออกทะเล
ภูเก็ตปลดล็อกผังเมืองใหม่ ทุนใหญ่แห่ปักหมุดกว้านซื้อที่ดินเพิ่ม
Real Estate ภูเก็ตปลดล็อกผังเมืองใหม่ ทุนใหญ่แห่ปักหมุดกว้านซื้อที่ดินเพิ่ม
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (29 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 0.16% อยู่ที่ 63,817 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (29 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 0.16% อยู่ที่ 63,817 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (29 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (29 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ดูทั้งหมด

โฮมโปรอัพแคมเปญ ‘แลกเก่าเพื่อโลกใหม่’ ระดมเครื่องใช้ไฟฟ้ารักษ์โลกชิงตลาด

12 ธ.ค. 2567 | 09:45น.
homepro โฮมโปรยกระดับแคมเปญ “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่” ระดมเครื่องใช้ไฟฟ้ารักษ์โลกชิงตลาด

คนไทยหนุนกระแสรักษ์โลก แห่เทรดอินเครื่องใช้ไฟฟ้ามือสองในบ้าน โฮมโปรเตรียมยกระดับโครงการ “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่” ปี’68 หลังเติมสารพัดสินค้า Circular Products ที่ผลิตจากวัสดุหมุนเวียน เข้าพอร์ต ทั้งตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องทำน้ำอุ่น พร้อมทุ่มงบฯลอนช์แคมเปญสื่อสารใหญ่ช่วงปีหน้า หวังสร้างรับรู้กวาดฐานลูกค้าอายุ 28-55 ปี พร้อมขยายบริการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า

นางสาวเสาวณีย์ สิราริยกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มการตลาด บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารร้าน “โฮมโปร” เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่าในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า การจัดการเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่า เป็นทั้งความท้าทายในปัจจุบันและอนาคตของทั้งร้านค้าและแบรนด์สินค้า เนื่องจากเทรนด์ที่ผู้บริโภคให้ความสนใจในการใช้จ่ายเพื่อสินค้ารักษ์โลกซึ่งกำลังมาแรงทั่วโลก ขณะเดียวกันยังทำให้ผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจซื้อสินค้ารุ่นใหม่ด้วยข้อจำกัดด้านพื้นที่ในครัวเรือน และความกังวลด้านสิ่งแวดล้อม แม้จะต้องการและพร้อมซื้อสินค้าใหม่เพื่อประหยัดค่าน้ำ-ไฟฟ้ารวมถึงเวลาก็ตาม บวกกับในอนาคตมีแนวโน้มที่ภาครัฐจะมีมาตรการควบคุมการกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ออกมาตามเทรนด์ด้านสิ่งแวดล้อมที่กำลังมาแรงทั่วโลก ซึ่งจะยิ่งทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้าใหม่ยากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายนี้มาพร้อมกับโอกาสด้วยเช่นกัน เพราะหากช่องทางจำหน่ายหรือแบรนด์สินค้ารายใดสามารถตอบโจทย์นี้ได้ก็จะสามารถชิงความได้เปรียบในการแข่งขัน และกลายเป็นตัวเลือกแรกของผู้บริโภคที่ต้องการซื้อสินค้ารุ่นใหม่ทดแทนของเดิม

ด้วยเหตุนี้บริษัทจึงต่อยอดแคมเปญเก่าแลกใหม่ ที่จัดขึ้นเมื่อต้นปี 2566 ภายใต้โครงการ “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่” ซึ่งเป็นโครงการเปิดให้ผู้บริโภคนำสินค้าเก่า อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า, เครื่องมือช่าง, อุปกรณ์ทำสวน รวมไปถึงที่นอนและโซฟา ฯลฯ มาแลกเป็นส่วนลดสำหรับซื้อสินค้าใหม่ได้ที่โฮมโปรทุกสาขา และช่องทางออนไลน์สูงสุด 1 พันบาท

โดยบริษัทเป็นตัวกลางรับสินค้าเก่า และประสานงานกับผู้คัดแยก-แปรรูปขยะกลับเป็นวัตถุดิบ เช่น เม็ดพลาสติก ก่อนจะร่วมมือกับแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ทั้งญี่ปุ่น, เยอรมนี, เกาหลี และจีน เพื่อนำเม็ดพลาสติกไปผลิต
เป็นสินค้ากลับมาวางจำหน่ายอีกครั้ง หรือ Circular Products อาทิ ตู้เย็น, เครื่องทำน้ำอุ่น, เครื่องซักผ้า, พัดลม ฯลฯ โดยชูจุดเด่นด้านราคาเม็ดพลาสติกรีไซเคิล ที่แม้จะสูงกว่าพลาสติกใหม่ แต่ระดับราคามีความผันผวนน้อยกว่า ช่วยให้ผู้ผลิตสามารถคุมต้นทุนได้ง่ายกว่าด้วย

พร้อมกันนี้บริษัทชดเชยต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น จากการใช้เม็ดพลาสติกรีไซเคิล ด้วยการจัดโปรโมชั่นให้ส่วนลดสำหรับซื้อสินค้าเหล่านี้ในสัดส่วนใกล้เคียงกัน เช่น โปรโมชั่นราคา และให้ส่วนลดพิเศษสำหรับสมาชิกบัตรโฮมโปรวีซ่ารับส่วนลดเพิ่ม 3% + 2% เมื่อซื้อสินค้า Circular Products เป็นต้น ช่วยให้สินค้าเหล่านี้มีราคาที่แข่งขันได้

“เรามีความพร้อมที่ชิงความได้เปรียบนี้ ทั้งในฐานะช่องทางจำหน่ายซึ่งเป็นตัวกลางระหว่างแบรนด์สินค้าและผู้บริโภค สเกลของธุรกิจซึ่งมีร้านสาขามากกว่า 130 สาขาทั่วประเทศ สร้างยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้า 5 ล้านเครื่องต่อปี รวมไปถึงทีมช่างรองรับการรื้อถอนสินค้าเก่า-ติดตั้งสินค้าใหม่ ทำให้สามารถดำเนินโครงการนี้แบบถาวร และครบวงจรตั้งแต่รับแลกสินค้าเก่า นำไปแยก-รีไซเคิล ผลิตพลาสติกกลับมา และร่วมพัฒนาสินค้าใหม่กลับมาวางจำหน่ายอีกครั้ง ซึ่งเป็นจุดแตกต่าง
จากคู่แข่งในวงการ”

โดยภายในช่วงไตรมาส 2-3 ปี 2568 ที่จะถึงนี้ บริษัทเตรียมยกระดับการทำตลาดโครงการแลกเก่าเพื่อโลกใหม่ไปอีกขั้น หลังไลน์สินค้า Circular Product จะมีความหลากหลายเพียงพอ เนื่องจากสินค้าที่ร่วมพัฒนากับแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าจะเริ่มออกวางจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องซักผ้าและตู้เย็นจากโตชิบา, 
ตู้เย็นและเครื่องซักผ้าจากซัมซุง, เครื่องปรับอากาศจากไดกิ้น เครื่องทำน้ำอุ่นจากมาซูม่า ฯลฯ มาร่วมกับสินค้าที่เริ่มวางจำหน่ายช่วงไตรมาส 4 ของปี 2567 นี้ เช่น ตู้เย็นจากไฮเออร์ และเครื่องทำน้ำอุ่นจากสตีเบลเอลทรอน เป็นต้น เนื่องจากการพัฒนาสินค้าจะใช้เวลาประมาณ 8-12 เดือน

โดยจะลอนช์แคมเปญการสื่อสารครั้งใหญ่ พร้อมจัดเต็มใช้สื่อทั้งโฆษณาทีวี บิลบอร์ด และสื่อดิจิทัล เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้างให้กับโครงการ และไลน์สินค้า Circular Products ที่มีจำหน่าย หลังทุ่มงบฯกว่า 30 ล้านบาท สร้างภาพยนตร์โฆษณาสำหรับโครงการ “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่” ซึ่งออนแอร์ไปเมื่อ 3 ธันวาคม 2567 และจะฉายต่อเนื่องไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2568 เพื่อสร้างและรักษากระแสการรับรู้ไว้ล่วงหน้า

ทั้งนี้ เพื่อสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายอายุ 28-55 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่ให้ความสนใจด้านสิ่งแวดล้อมและมีความต้องการ-พร้อมลงทุนซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีจุดเด่นด้านความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาใช้งาน

นางสาวเสาวณีย์กล่าวว่า นอกจากโครงการแลกเก่าเพื่อโลกใหม่แล้ว ขณะนี้บริษัทยังเปิดศูนย์ซ่อมมืออาชีพ (Repair Service Center) ทั่วประเทศเพื่อรับซ่อมสินค้าของผู้บริโภค ทั้งแบบนำมาส่งซ่อมและซ่อมถึงบ้านลูกค้า เนื่องจากคาดว่าในอนาคต การซ่อมแซมสินค้าจะมีบทบาทมากขึ้น เพราะหลังจากการอัพเกรดเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นรุ่นที่ประหยัดพลังงาน-เวลาแล้ว ผู้บริโภคจะใช้สินค้าเดิมนานขึ้นด้วย รวมถึงตอบโจทย์เรื่องการหาร้านซ่อมยากขึ้นในปัจจุบัน เห็นได้จากสถานการณ์ในตลาดต่างประเทศ เช่น สหภาพยุโรป ที่ก้าวหน้าด้านสิ่งแวดล้อมมากกว่า ส่วนในไทยหลังเริ่มโครงการมาได้ 6 เดือน ปัจจุบันมียอดการส่งซ่อม 3-4 พันชิ้นต่อเดือน ทั้งนี้อนาคตอาจต่อยอดไปสู่การขยายระยะเวลารับประกันให้กับกลุ่มสินค้า Circular Products ยาวเป็นพิเศษ ซึ่งจะช่วยจูงใจผู้บริโภคได้อีกทางหนึ่ง

“สิ่งหนึ่งที่ทำให้โฮมโปรสามารถรักษาความได้เปรียบในตลาดไว้ได้คือ เข้าใจอินไซต์ของผู้บริโภค และเดินหน้าทดลองโครงการใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์เพนพอยต์ของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทำให้กลายเป็นตัวเลือกแรกเมื่อลูกค้าต้องการสินค้าหรือมีปัญหา”

ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายมีสัดส่วนรายได้จากการขายสินค้า Circular Products ให้มีสัดส่วนถึง 20% ของยอดขายรวมของบริษัทในปี 2030