เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – คน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – คน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
กทม.จับคู่ ‘บ้าน-คนกรุง’ ช่วยอสังหาฯระบายสต๊อก 
Real Estate กทม.จับคู่ ‘บ้าน-คนกรุง’ ช่วยอสังหาฯระบายสต๊อก 
“บางจาก” ยันผลทดสอบ ‘ท่อส่งน้ำมัน’ ถนนเชื้อเพลิงไม่พบรอยรั่ว
Economic “บางจาก” ยันผลทดสอบ ‘ท่อส่งน้ำมัน’ ถนนเชื้อเพลิงไม่พบรอยรั่ว
ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
Columns ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
คุยกับเศรษฐา : แก้วิกฤตข้อมูลน้ำได้ ก็แก้ปัญหาน้ำได้
Columns คุยกับเศรษฐา : แก้วิกฤตข้อมูลน้ำได้ ก็แก้ปัญหาน้ำได้
แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
Finance แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
ประคับประคองเศรษฐกิจ
Columns ประคับประคองเศรษฐกิจ
COM7-SPVI-CPW-ADVANC-TRUE รับอานิสงส์ iPhone 18 จับตาแรงซื้อรอบเปลี่ยนเครื่อง
Finance COM7-SPVI-CPW-ADVANC-TRUE รับอานิสงส์ iPhone 18 จับตาแรงซื้อรอบเปลี่ยนเครื่อง
ดูทั้งหมด

โจทย์การคลังอันแสนท้าทายของไทยและโลก

05 ม.ค. 2568 | 20:29น.
เศรษฐกิจไทย การคลัง
คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ
ผู้เขียน : รุ่งนภา พิมมะศรี


รัฐบาลของหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐ จีน อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี ไทย ลาว 
กำลังเผชิญโจทย์ยากและเผชิญความลำบากใจในการตัดสินใจทางการคลังคล้าย ๆ กัน นั่นคือ จำเป็นต้องควบคุมระดับหนี้สาธารณะต่อจีดีพี และคุมระดับการขาดดุลการคลังไม่ให้สูงไปกว่าที่เป็นอยู่ หรือถ้าจะให้ดีต้องลดน้อยลง แต่ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจก็ต้องการการกระตุ้น จำเป็นต้องพึ่งพาการใช้จ่ายจากภาครัฐ

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประมาณการว่า ณ สิ้นปี 2024 หนี้สาธารณะทั่วโลกอาจสูงราว 100 ล้านล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็น 93% ของจีดีพีโลก โดยการเพิ่มขึ้นของหนี้สาธารณะของสหรัฐและจีนเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก และคาดว่าจะเข้าใกล้ระดับ 100% ของจีดีพีภายในปี 2030

IMF ได้เตือนให้ประเทศต่าง ๆ รีบแก้ปัญหาหนี้ อย่างน้อยก็ยับยั้งอัตราส่วนหนี้ต่อจีดีพีไม่ให้เพิ่มขึ้น เพราะยิ่งปล่อยปัญหาทิ้งไว้นานเท่าไร ปัญหาก็ยิ่งจะเลวร้ายมากขึ้น และการแก้ปัญหาก็จะยากมากขึ้นเท่านั้น

ความยากลำบากสำหรับรัฐบาลในการแก้ปัญหาหนี้และลดการขาดดุลการคลัง คือ มันต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดของประชาชน เพราะการที่จะแก้ปัญหาหนี้และลดการขาดดุลการคลังได้นั้น รัฐบาลจำเป็นต้องลดการใช้จ่ายที่ใช้ในการให้บริการประชาชนและอาจต้องเก็บภาษีในอัตราที่สูงขึ้น ซึ่งถ้าเลือกได้ก็คงไม่มีรัฐบาลไหนอยากทำ เพราะจะทำให้เสียคะแนนนิยม 

สหรัฐมีหนี้สาธารณะอยู่ราว 36 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (อัพเดตถึงกันยายน 2024) คิดเป็น 123% ของจีดีพี สำนักงานงบประมาณรัฐสภาของสหรัฐ (CBO) คาดว่า หนี้สาธารณะจะสูงกว่า 51 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2034 และอัตราส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีจะอยู่ที่ 122%

สำหรับสหราชอาณาจักร หรืออังกฤษ อัตราส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีแตะ 100% (ประมาณ 3.5 ล้านล้านดอลลาร์) เป็นครั้งแรกในรอบ 63 ปี เมื่อเดือนสิงหาคม 2024 และได้รับคำเตือนจาก IMF เมื่อเดือนตุลาคมว่าต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อยับยั้งไม่ให้หนี้เพิ่มขึ้น

สำหรับประเทศไทย หนี้สาธารณะคงค้าง ณ เดือนพฤศจิกายน 2024 อยู่ที่ 11.9 ล้านล้านบาท (ประมาณ 0.34 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ) คิดเป็น 64.41% ของจีดีพี และขาดดุลการคลัง 4.35% ของจีดีพี

อัตราส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีของไทยอาจจะดูไม่สูงมากเมื่อเทียบกับหลายประเทศที่แตะ 100% แต่ที่น่ากังวล คือ ไทยขาดดุลการคลังมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน รัฐไทยจัดเก็บรายได้ภาษีได้เพียงประมาณ 15% ของจีดีพี (14.9% ในปีงบฯ 2023) และแนวโน้มการจัดเก็บรายได้ก็จะน้อยลงอีก เมื่อเก็บรายได้ได้น้อย ย่อมหมายถึงภาระหนี้ที่สูงขึ้น อีกทั้งรัฐบาลไทยยังต้องเผชิญกับแรงกดดันมากขึ้นในการใช้จ่ายด้านสังคมและการลงทุนภาครัฐในด้านทุนมนุษย์ เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของประชากรสูงวัย

เมื่อหลายเดือนก่อน ธนาคารโลก หรือ เวิลด์แบงก์ (World Bank) กล่าวถึงไทยว่า ประเทศไทยเผชิญกับความท้าทายมากขึ้นในการรักษาความยั่งยืนทางการคลัง ขณะดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น

อัตราส่วนรายได้ภาษีของรัฐต่อจีดีพีของไทยที่อยู่ในระดับต่ำกว่า 15% นั้น ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ที่เราสมัครเข้าเป็นสมาชิก ซึ่งมีอัตราส่วนรายได้ภาษีต่อจีดีพีเฉลี่ยอยู่ที่ 33.9%

และการที่อัตราส่วนรายได้ภาษีต่อจีดีพีของไทยอยู่ในระดับต่ำกว่า 15% นั้น เท่ากับว่าไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่เวิลด์แบงก์เตือนว่า มีความจำเป็นมากเป็นพิเศษที่จะต้องเร่งเพิ่มรายได้จากการจัดเก็บภาษี

สำหรับแนวทางการเพิ่มรายได้จากการจัดเก็บภาษีนั้น จากที่ดิฉันได้อ่านคำแนะนำของ IMF และนักเศรษฐศาสตร์สถาบันต่าง ๆ พบคำแนะว่า ควรเน้นไปที่การขยายฐานภาษี ไม่ใช่คิดแต่เรื่องการเพิ่มอัตราภาษี

แต่ ณ ตอนนี้ก็ยังไม่เห็นภาพเท่าไหร่ว่ารัฐบาลจะขยายฐานภาษีอย่างไร