เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อ่านเกมส์ Virtual Bank KKPS ชี้ ‘เปิดก่อน’ อาจไม่ได้เปรียบ
Finance อ่านเกมส์ Virtual Bank KKPS ชี้ ‘เปิดก่อน’ อาจไม่ได้เปรียบ
อาลัย ‘พิพัฒ’ ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ ผู้บุกเบิกตำนาน ‘มาม่า
Biz Movement อาลัย ‘พิพัฒ’ ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ ผู้บุกเบิกตำนาน ‘มาม่า
นายกฯ ตรวจน้ำรั่วอุโมงค์ MRT สายม่วงใต้ รับมีบทเรียนไม่ดี สั่งเตรียมพร้อม
Politics นายกฯ ตรวจน้ำรั่วอุโมงค์ MRT สายม่วงใต้ รับมีบทเรียนไม่ดี สั่งเตรียมพร้อม
ราคาน้ำมันวันนี้ (9 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (9 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
คมนาคม เบรก ”แลนด์บริดจ์-พ.ร.บ.SEC“ ยังไม่เสนอครม. รอผลศึกษาสะเด็ดน้ำจาก“เอกนิติ”
Politics คมนาคม เบรก ”แลนด์บริดจ์-พ.ร.บ.SEC“ ยังไม่เสนอครม. รอผลศึกษาสะเด็ดน้ำจาก“เอกนิติ”
สรุปเวทีเสวนา “6 ปีที่ต้าร์ไม่อยู่ การต่อสู้ การรอคอย และความหวัง”
News สรุปเวทีเสวนา “6 ปีที่ต้าร์ไม่อยู่ การต่อสู้ การรอคอย และความหวัง”
ปริศนา “สุภาพร พิมพงษ์” เขย่าตลาดทุนไทย สั่นคลอนหน่วยงานกำกับ จับตา ก.ล.ต. ตรวจเชิงลึก
Finance ปริศนา “สุภาพร พิมพงษ์” เขย่าตลาดทุนไทย สั่นคลอนหน่วยงานกำกับ จับตา ก.ล.ต. ตรวจเชิงลึก
จับเทรนด์ ‘ศูนย์การค้า’ ไทย จากห้างขายของสู่พื้นที่ใช้ชีวิต
Business จับเทรนด์ ‘ศูนย์การค้า’ ไทย จากห้างขายของสู่พื้นที่ใช้ชีวิต
‘ดร.กอบศักดิ์’ มองดอกเบี้ย 1%-เงินบาทอ่อน เพิ่มแรงส่งเศรษฐกิจ คาดจีดีพี 1.5-2.0%
Finance ‘ดร.กอบศักดิ์’ มองดอกเบี้ย 1%-เงินบาทอ่อน เพิ่มแรงส่งเศรษฐกิจ คาดจีดีพี 1.5-2.0%
สภาฉลุย 306 เสียง คว่ำนิรโทษ ม.112 เยาวชน ปิดจ๊อบ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ชงขึ้นทูลเกล้าฯ
Politics สภาฉลุย 306 เสียง คว่ำนิรโทษ ม.112 เยาวชน ปิดจ๊อบ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ชงขึ้นทูลเกล้าฯ
ดูทั้งหมด

5 มกราคม 2548 วันนี้เมื่อ 20 ปีก่อน คลื่นยักษ์สึนามิ ถูกรวบรวมเป็นจดหมายเหตุแห่งชาติ

05 ม.ค. 2568 | 08:00น.
รายงานพิเศษ : โดยสุวัฑ แซงลาด

ครบรอบ 20 ปี คลื่นยักษ์สึนามิ : ลำดับเหตุการณ์ในวันที่ 5 มกราคม 2548 หลังสัปดาห์มหาวิปโยค  นายกฯทักษิณ สั่งยุติค้นหาศพบนบก พร้อมประมวลเรื่องราวเหตุการณ์คลื่นยักษ์ถล่มใน 6 จังหวัดชายฝั่งอันดามันทำเป็นจดหมายเหตุแห่งชาติ

วันที่ 5 มกราคม 2548

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สั่งยุติค้นหาศพบริเวณบนบกและจะส่งสุนัขไทยเข้าไปช่วยด่มกลิ่นหาผู้เสียชีวิตในป่าชายเลน และยังประมวลเรื่องราวเหตุการณ์คลื่นยักษ์ถล่มใน 6 จังหวัดชายฝั่งอันดามันทำเป็นจดหมายเหตุแห่งชาติ จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อวางระบบเตือนภัยทางธรรมชาติ ทั้งภายในและระดับนานาชาตินอกจากนี้ ยังจัดตั้งพิพิธภัณฑ์และอนุสรณ์สถานเพื่อประโยชน์ในการศึกษาธรรมชาติวิทยาและรำลึกถึงผู้เสียชีวิต

ประมวลความเสียหาย สึนามิ 2547

ความเสียหายในประเทศไทยในกรณีของประเทศไทย สภาพความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทย และนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศในพื้นที่ 6 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งประกอบด้วยจังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ ระนอง ตรัง และสตูล ครอบคลุมพื้นที่จำนวน 25 อำเภอกิ่งอำเภอ 95 ตำบล และ 407 หมู่บ้าน นับว่ามีจำนวน มูลค่าค่อนข้างสูงมากเช่นกัน โดยเฉพาะความเสียหายจาก ผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และผู้สูญหาย ซึ่งสรุปได้ดังนี้

• จำนวนผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และผู้สูญหาย

* ผู้เสียชีวิตจำนวนทั้งสิ้น 5,395 คน แยกเป็นคนไทย 2,059 คน คนต่างชาติ 2,436 คน ไม่สามารถระบุได้ 900 คน ทั้งนี้จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด คือ จังหวัดพังงา 4,225 รายรองลงมาจังหวัดกระบี่ 721 ราย ภูเก็ต 279 ราย ระนอง 159 รายสตูล 6 ราย และตรัง 5 ราย

ราษฎรที่ประสบภัย มีจำนวนทั้งสิ้น 58,550 คน หรือ 12,017 ครอบครัว และบ้านเรือนราษฎรที่ได้รับความเสียหายรวมทั้งสิ้น 4,806 หลัง โดยแยกเป็นประเภทเสียหายทั้งหมด 3,302 หลัง และประเภทบ้านเรือนเสียหายบางส่วน 1,504 หลัง เด็กกำพร้าที่บิดา หรือมารดา หรือผู้อุปการะเสียชีวิต มีจำนวนทั้งสิ้น 1,971 คน

ผลกระทบทางลบต่อเศรษฐกิจ ในพื้นที่ 6 จังหวัดที่ประสบภัยสึนามิ ส่วนใหญ่มีรายได้หลักจากการท่องเที่ยว โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ต พังงา และกระบี่ เนื่องจากนักท่องเที่ยวเกิดความหวาดวิตกและไม่มั่นใจในความปลอดภัย โดยเฉพาะการท่องเที่ยวทางทะเล จากการประมาณการของสำนัก พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมภาคใต้ พบว่าเหตุการณ์สึนามิทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้ของปี 2548 ลดลงครึ่งหนึ่ง เมื่อเทียบกับปี 2547 ส่วนใหญ่เป็นการลดลงในครึ่งปีแรก โดยรายได้ลดลงถึง ร้อยละ 67.3

ส่วนในครึ่งปีหลังสถานการณ์ปรับดีขึ้น (การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จังหวัดภูเก็ตและสำนักพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมภาคใต้,2548) และรายได้จำแนกตามกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากการท่องเที่ยว ได้แก่ กิจการโรงแรมและภัตตาคารมีความเสียหายมากที่สุดในจังหวัดพังงา รองลงมาคือ ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูลตามลำดับ โดยเฉพาะกิจการโรงแรมและภัตตาคารบริเวณเขาหลักและเกาะพีพี ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับความเสียหายจนไม่สามารถเปิดดำเนินกิจการได้ทำให้พนักงานจำนวนมากต้องว่างงานประมาณ 3,000 คน และโรงแรมบริเวณเขาหลัก ได้ปิดกิจการ เลิก จ้างพนักงานกว่า 4,000 คน

นอกจากนี้ยังมีผลกระทบทางลบต่อเนื่องไปยังธุรกิจอื่น ๆ เช่นการขนส่ง การค้า และบันเทิง โดยทุกกลุ่มมีรายได้ลดลงทำให้ต้องลดการจ้างงานปิดกิจการ ทำให้มีผู้ว่างงานมากขึ้น นอกจากการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดแล้ว เหตุการณ์คลื่นยักษ์สีนามิยังก่อให้เกิดความเสียหายในสาขาเกษตรและประมง ซึ่งรวมมูลค่าผลกระทบทางลบทั้งสิ้นประมาณ 53,596.70 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 0.74 ของ GDP

สินามิกับผลกระทบทั้งด้านลบ-บวก

เหตุการณ์คลื่นยักษ์สินามินอกจากจะส่งผลกระทบในด้านลบแล้วแต่เมื่อพิจารณาอีกด้านหนึ่งพบว่ามีผลกระทบทางบวกด้วยเนื่องจากมีการระคมความช่วยเหลือจากองค์กรทั้งในและต่างประเทศจนช่วยให้เศรษฐกิจโดยรวมกระเตื๋องดีขึ้นโดยมีมูลค่าเบื้องต้น ทั้งสิ้นรวม 40,338.38 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 0.56 ของ GDP ซึ่งแบ่งออกเป็นด้านต่าง ๆ คือ

1.การลงทุนด้านการก่อสร้าง จากการที่บ้านพักอาศัยของราษฎร สถานที่ราชการ และโครงสร้าง พื้นฐานได้รับความเสียหาย ทำให้ทั้งาครัฐและเอกชนได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือในด้านการก่อสร้างทำให้มูลค่าการก่อสร้างโดยรวมเพิ่มขึ้น 7.102.98 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลต่อทางบวกต่อระบบเศรษฐกิจ เพราะสิ่งก่อสร้างเหล่านี้ ถือเป็นสินค้าทุน

2.การลงทุนภาคธุรกิจ จากเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิ จะเห็นว่าสถานประกอบการได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมากทั้งโรงแรม ภัตตาคาร ร้านค้า แผงลอย ฯลฯ ซึ่งจากการช่วยเหลือทางการเงินจากธนาคารแห่งประเทศไทย และการช่วยเหลือจากธุรกิจ SME จากภาครัฐส่งผลให้ผู้ประกอบการมีเงินลงทุนในธุรกิจเพิ่มมากขึ้นเป็นจำนวนถึง27,633 ล้านบาท

3) การใช้จ่ายของครัวเรือนราษฎรในพื้นที่ 6 จังหวัด ที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์สีนามิ ได้รับความช่วยเหลือทั้งจากภาครัฐและเอกชนทั้งในรูปการบริจาคสิ่งของและจำนวนเงิน รวมทั้งการจ่ายค่าชดเชย การว่างงานต่าง ๆ ซึ่งรายได้ในส่วนนี้ที่ส่งผลให้ราษฎรมีเงินสำหรับจับจ่ายใช้สอยมากยิ่งขึ้น โดยมีเงินที่ได้รับความช่วยเหลือทั้งจากภาครัฐและเอกชนเป็นจำนวนเงินประมาณ 3,750.0 ล้านบาท

4.การลงทุนในเครื่องมือเครื่องจักรและอุปกรณ์ ซึ่งเป็นสินค้าทุนหรือส่งผลทางบวกต่อระบบเศรษฐกิจภาครัฐได้ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการในการซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ในการประกอบอาชีพ เป็นเงินทั้งสิ้น 1,852.4 ล้านบาท

สรุปบทเรียนสำคัญ : การขาดทั้งความเชื่อมโยงกับระบบเตือนภัยสากล และระบบเตือนภัยท้องถิ่น

เอกสาร “เหตุการณ์ธรณีพิบัติจากคลื่นสึนามิ 26 ธันวาคม 2547 จัดทำโดย หอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร โดยการสั่งการของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น มีใจความว่า ….”สำหรับประเทศในย่านมหาสมุทรแปซิฟิกความรู้เกี่ยวกับลักษณะและปรากฏการณ์ที่ทำให้เกิดคลื่นสึนามิ ตลอดจนการเผชิญกับธรณีพิบัติจากคลื่นสึนามิ ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด ทั้งมีระบบเตือนภัยสากลที่มีประสิทธิภาพอีกด้วย แต่สำหรับประเทศใน ย่านมหาสมุทรอินเดีย ส่วนใหญ่ไม่เคยประสบมหันตภัยเช่นนี้มาก่อน จึงขาดทั้งความรู้เรื่องคลื่นสึนามิ ความรู้ในข้อปฏิบัติเมื่อเกิดคลื่นสึนามิ ระบบเตือนภัยท้องถิ่น ตลอดจนขาดความเชื่อมโยงกับระบบเตือนภัยสากล

ดังจะเห็นได้จากภาพถ่ายที่มีคนวิ่งลงไปดูน้ำทะเลที่ลดระดับอย่างฉับพลัน หรือคนที่ยืนดูคลื่นสึนามิชัดเข้าฝั่งใกล้ตัวเป็นต้น ซึ่งหากบุคคลเหล่านั้นมีความรู้เรื่องคลื่นสีนามิก็ย่อมจะทราบว่าหากวิ่งขึ้นที่สูงให้ไกลประมาณ 1 กิโลเมตร หรือขึ้นไปบนอาคารคอนกรีตประมาณ ชั้นที่ 4 ก็จะปลอดภัยหากมีระบบเตือนภัยท้องถิ่นก็จะกันคนออกจากเขตอันตรายได้ทัน และหากมีความเชื่อมโยงกับระบบเตือนภัยสากล ก็จะทราบล่วงหน้าและเตรียมอพยพผู้คนได้ทัน

อย่างไรก็ตาม มีข้อถกเถียงกันว่า ศูนย์เตือนภัยจากคลื่นสึนามิในมหาสมุทร แปซิฟิก : PTWC ไม่ได้ใส่ใจที่จะคำนวณผลการเกิดแผ่นดินไหวขนาด 9.0 ริกเตอร์ (ซึ่งในระยะแรกวัดขนาดได้เพียง 8.0 ริกเตอร์ ก็ตาม) ซึ่งจะก่อให้เกิดคลื่นสึนามิขึ้นในมหาสมุทรอินเดียได้ ดังจะเห็นได้จากแถลงการณ์ฉบับแรกของศูนย์ PTWC นอกจากนี้ เมื่อทราบว่าจะเกิดคลื่นสึนามิ ศูนย์ PTWC ก็มิได้ใช้ความพยายามเพียงพอในการแจ้งเตือนภัยต่อประเทศในย่านมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งมิได้เป็นสมาชิกของศูนย์

นายชาลส์ แม็กครีรี (Charles McCreary) ผู้อำนวยการศูนย์ PTWC แถลงในเรื่องนี้ว่า เจ้าหน้าที่ศูนย์ PTWC ได้พยายามเตือนภัยไปยังประเทศที่อยู่ติดมหาสมุทร อินเดียแต่ไม่มีหมายเลขโทรศัพท์ที่จะติดต่อกับใครในบริเวณดังกล่าวได้ จึงได้แต่โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่กองทัพเรือสหรัฐอเมริกา และสถานทูตสหรัฐอเมริกาในหลายประเทศ แต่ก็ติดขัดที่ประเทศเหล่านั้นไม่มีกลไกเตือนภัยจากคลื่นสึนามิเพื่อแจ้งให้ประชาชนระมัดระวังตัว

แม้คำแถลงนี้จะมีความจริงอยู่บ้าง แต่การใช้เครื่องมือสื่อสารโทรคมนาคม ทุกรูปแบบในปัจจุบัน อาทิ วิทยุ โทรทัศน์ โทรศัพท์ โทรศัพท์เคลื่อนที่ แจ้งข่าวสาร ต่อประชาชนในเขตที่จะเกิดธรณีพิบัตินั้น เป็นส่วนหนึ่งของระบบเตือนภัยท้องถิ่นที่จะ ช่วยชีวิตผู้คนได้เป็นจำนวนมาก

โดยที่การเกิดแผ่นดินไหวเป็นสิ่งที่ไม่สามารถบอกล่วงหน้าได้ แต่การเกิดคลื่น สึนามิอันเป็นผลติดตามมานั้นสามารถคำนวณได้และมีเวลาเพียงพอที่จะเตือนประชาชนหรือเตือนประเทศที่อยู่ในเส้นทางที่คลื่นจะเดินทางไปถึง ฉะนั้นเพื่อมิให้ประเทศไทย ต้องประสบมหันตภัยเช่นนี้อีก การให้ประชาชนมีความรู้เกี่ยวกับลักษณะของคลื่นสึนามิและข้อปฏิบัติเมื่อเกิดคลื่นสีนามิ ตลอดจนการวางระบบเตือนภัยท้องถิ่น และการเชื่อมโยงกับระบบเตือนภัยสากล จึงเป็นนโยบายเร่งด่วนที่รัฐบาลได้เร่งรัดดำเนินการโดยฉับพลัน”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ภัยพิบัติ สึนามิ