เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เอกชนเชียร์ปิดดีล FTA ไทย-EU ดันส่งออก-ลงทุน รับเกมการค้าโลก
Economic เอกชนเชียร์ปิดดีล FTA ไทย-EU ดันส่งออก-ลงทุน รับเกมการค้าโลก
พาณิชย์เรียกถกด่วนผู้ค้าไข่ ย้ำไม่ขึ้นราคาเพิ่ม คาดเดือนหน้าปรับลด
Economic พาณิชย์เรียกถกด่วนผู้ค้าไข่ ย้ำไม่ขึ้นราคาเพิ่ม คาดเดือนหน้าปรับลด
ฮาริสัน สบช่องอสังหาฯระบายสต๊อก เหมาซื้อบิ๊กล็อตคอนโดพร้อมพงษ์ พระราม9 ห้วยขวาง
Real Estate ฮาริสัน สบช่องอสังหาฯระบายสต๊อก เหมาซื้อบิ๊กล็อตคอนโดพร้อมพงษ์ พระราม9 ห้วยขวาง
กรมศุลกากร ยกระดับคุมเข้มขาออก มองไทยเป็นทางผ่านยาเสพติด เหตุโครงสร้างพื้นฐานพร้อม
Finance กรมศุลกากร ยกระดับคุมเข้มขาออก มองไทยเป็นทางผ่านยาเสพติด เหตุโครงสร้างพื้นฐานพร้อม
อุตสาหกรรมโฆษณา เวียดนามโต 1.16 แสนล้านบาท ไทยสูสีที่ 1.14 แสนล้านบาท
Economic อุตสาหกรรมโฆษณา เวียดนามโต 1.16 แสนล้านบาท ไทยสูสีที่ 1.14 แสนล้านบาท
‘วราวุธ’ สั่งสอบลานโฟมถล่มชลบุรี ลั่นหากเข้าข่ายโรงงาน ฟันผิด พ.ร.บ.โรงงานทันที
Economic ‘วราวุธ’ สั่งสอบลานโฟมถล่มชลบุรี ลั่นหากเข้าข่ายโรงงาน ฟันผิด พ.ร.บ.โรงงานทันที
ราคาทองวันนี้ (6 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณ 66,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (6 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณ 66,400 บาท
ไทย-EU FTA คืบหน้า 2 ใน 3 ปิดดีลเพิ่ม 8 ประเด็น ลุ้นเร่งสรุปโค้งสุดท้ายปี 2570
Economic ไทย-EU FTA คืบหน้า 2 ใน 3 ปิดดีลเพิ่ม 8 ประเด็น ลุ้นเร่งสรุปโค้งสุดท้ายปี 2570
แนวโน้มอินเดีย เบอร์สองตลาดโลก เลิกส่งออกน้ำตาล หันผลิตเอทานอล ทำน้ำมัน E20
World แนวโน้มอินเดีย เบอร์สองตลาดโลก เลิกส่งออกน้ำตาล หันผลิตเอทานอล ทำน้ำมัน E20
กขค.ร่วมวงอัพเกรด FTA อาเซียน-เกาหลี ดันกติกาแข่งขันทางการค้าเท่าทันเศรษฐกิจใหม่
Economic กขค.ร่วมวงอัพเกรด FTA อาเซียน-เกาหลี ดันกติกาแข่งขันทางการค้าเท่าทันเศรษฐกิจใหม่
ดูทั้งหมด

โลกร้อน มงลง ยืนหนึ่งคนไทยห่วงใยมากที่สุด

14 ก.พ. 2568 | 09:09น.

เปิด 3 อันดับ เรื่องคนไทยห่วงใยสิ่งแวดล้อม ปัญหาโลกร้อน คว้าอันดับ 1 เป็นเรื่องที่คนไทยให้ความสำคัญมากที่สุด ตามด้วย ปัญหาขยะมูลฝอยที่จัดการไม่ถูกต้อง และ PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตามลำดับ

“ประชาชาติธุรกิจ” ชวนดูปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่คนไทยห่วงใย-กลุ้มใจที่สุด จากผลสำรวจสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) พบว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่เชื่อมโยงและสัมพันธ์กันหมด หากไม่ได้รับความร่วมมือในการแก้ไขก็จะส่งผลต่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและการพัฒนาที่ยั่งยืน

ดร.วิจารย์ สิมาฉายา
ดร.วิจารย์ สิมาฉายา

ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการ TEI กล่าวว่า ผลสำรวจที่คนไทยห่วงมากเป็นอันดับ 1 คือ ปัญหาโลกร้อน 20.3% ซึ่งปี 2567 ถือเป็นปีแรกที่อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกสูงเกินกว่าระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมถึง 1.5 องศาเซลเซียส

หลายคนให้เหตุว่า อุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นทำให้เกิดผลกระทบการแปรปรวนสภาพอากาศที่ทำให้เกิดอุทกภัยในหลายพื้นที่ ภัยแล้งในบางพื้นที่ การสูญเสียระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพ ผลกระทบต่อแหล่งอาหารการเกษตรและสุขภาพของมนุษย์

ที่สำคัญ เรื่องขยะมูลฝอย จัดการไม่ถูกต้อง เป็นปัญหาที่คนไทยให้ความสำคัญตามมาติด ๆ คือ 19.1% ส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่า ขยะมูลฝอยที่เพิ่มขึ้นถึง 28-29 ล้านตันต่อปี หากบริหารจัดการขยะไม่ดี ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อสุขอนามัย สุขภาพเศรษฐกิจและสังคมอีกด้วย

รวมทั้งมองว่า ปัญหาขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน ยังไม่สามารถจัดการได้ถูกต้อง เพราะประชาชนยังไม่คัดแยกขยะประเภทต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง อาจยังขาดความรู้ ความเข้าใจ และความสำคัญ

ดร.วิจารย์เสนอแนะว่า ควรสร้างความตระหนักรู้ ปลูกฝัง การคัดแยกขยะตั้งแต่เด็ก เริ่มที่สถานศึกษา และชุมชน ขณะเดียวกันภาครัฐต้องมีระบบจัดการที่ดี ควรมีกฎหมายหรือข้อบังคับที่ใช้ชัดเจน ขณะเดียวกันควรสร้างความตระหนักรู้ถึงการคัดแยกขยะว่า จะมีประโยชน์อย่างไรกับตัวเอง รวมทั้งการส่งเสริมให้เอกชนลงทุนในการจัดการขยะมูลฝอยครบวงจร

ฝุ่นละอองขนาดจิ๋ว หรือ PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ ก็เป็นปัญหาสำคัญ จัดอยู่ในอันดับ 3 คือ 13.1% ซึ่งมาจากมลพิษการจราจรที่มีผู้ใช้ยานพาหนะเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดการปล่อยควันรถบนท้องถนน และการเผาในพื้นที่เกษตรบริเวณชานเมืองและจังหวัดใกล้เคียง ประกอบกับสภาพอุตุนิยมวิทยาที่มีลักษณะอากาศนิ่ง ไม่เอื้ออำนวยต่อการกระจายตัวของอากาศด้วย

“ปัญหา PM 2.5 ในกรุงเทพฯเป็นปัญหาใหญ่ ไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมแต่กระทบต่อการดำเนินชีวิตและสุขภาพของคนระยะยาว ดังนั้นต้องเร่งรัดแก้ไข เพื่อลดมลพิษทางอากาศจากแหล่งกำเนิดต่าง ๆ”

การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ก็เป็นปัญหาตามมา เป็นสิ่งที่ผู้คนกังวลเป็นอันดับที่ 4 ด้วยคะแนน 8.2% ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มองว่า การสูญเสียในข้อนี้เป็นปัญหาสำคัญ เนื่องจากความหลากหลายทางชีวภาพเป็นดัชนีชี้วัดระบบนิเวศที่สำคัญ สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์

“หากความหลากหลายทางชีวภาพลดลง แสดงถึงความสมดุลกำลังล่มสลาย”

ดร.วิจารย์เสริมว่า การสูญเสียในด้านนี้มีผลกระทบในวงกว้างกับมิติอื่น ๆ เช่น ความมั่นคงทางอาหารและคุณภาพชีวิต อีกหนึ่งเหตุผลที่น่าสนใจคือ การขยายพื้นที่เมือง ประกอบกับการจัดการพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม รุกล้ำพื้นที่ป่า หรือพื้นที่รับน้ำตามธรรมชาติ ส่งผลกระทบต่อความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ จนทำให้ทรัพยากรในพื้นที่ลดลง และนำมาสู่การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ จึงต้องบริหารจัดการพื้นที่ให้เหมาะสม ควบคุมพื้นที่ที่อยู่อาศัย พื้นที่เกษตรกรรม พื้นที่ประมง จัดโซนการใช้ประโยชน์ที่ดินให้ชัดเจน

ทั้งนี้ ผลสำรวจที่ทาง TEI ดำเนินการยังได้สำรวจเหตุการณ์และปัญหาสิ่งแวดล้อมใหญ่ ๆ ด้วย อาทิ เรื่องกากแคดเมียม 15,000 ตัน ในโรงงานสมุทรสาคร, ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือ, ขยะพลาสติก และขยะพลาสติกในทะเล ที่มาเป็นอันดับ 5 ประเด็นละ 7.4%

ถัดมาคือ สถานการณ์น้ำท่วมเชียงราย 5.3% ปลาหมอคางดำ เอเลียนสปีชีส์รุกล้ำน่านน้ำไทย 5.7% พะยูนตายที่ตรัง 2.5% และกากสารเคมีและไฟไหม้โรงงานที่พระนครศรีอยุธยาอีก 1.6%

ดร.วิจารย์กล่าวว่า ผู้ตอบแบบสอบถามให้ความเห็นเพิ่มว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมทุกเรื่องล้วนสัมพันธ์กัน ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือ ไม่ใช่เพียงคนใดคนหนึ่ง หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือหน่วยงานภาครัฐเท่านั้น เพราะหากลงมือทำโดยไม่ได้รับความร่วมมือก็ไม่สามารถจัดการและแก้ไขปัญหาได้ พร้อมมีข้อเสนอถึงหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องต้องเร่งมาตรการและจัดการปัญหาอย่างจริงจัง เข้มงวด และรวดเร็ว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

PM2.5 ขยะมูลฝอย โลกร้อน