ปี “ท้าทาย” ทุเรียนไทย
ทุเรียน
คอลัมน์ : สามัญสำนึก ผู้เขียน : วิมล ตัน
ราชาผลไม้ “ทุเรียน” มีปัญหาให้ต้องแก้ตั้งแต่ต้นปี
เริ่มตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2568 รัฐบาลจีน โดยสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) ออกมาตรการตรวจสาร Basic Yellow 2 (BY2) ที่ปนเปื้อนในทุเรียนที่ส่งเข้าไปขายในจีน ซึ่งว่ากันว่า สารดังกล่าวก็คือ สีย้อมผ้า ซึ่งมีการใช้ชุบเปลือกทุเรียนให้มีสีเขียว สีเหลือง โดย GACC ระบุว่า ผู้นำเข้าทุเรียนจะต้องมีใบรายงานผลการทดสอบ Basic Yellow 2 (Test Report) ในเนื้อและเปลือก ต้องตรวจไม่พบ หรือ Not Detected และ Cadmium ในเนื้อ (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 0.05mg/kg)
เป็นปฏิบัติการที่สร้างภาระ และความวุ่นวายให้กับวงการส่งออกทุเรียน เพราะคนจีนชื่นชอบทุเรียนที่สุด และถือเป็นประเทศนำเข้าอันดับหนึ่ง ยืนยันจากตัวเลขการส่งออกทุเรียนไทยปี 2567 ที่แตะระดับ 1.3 แสนล้านบาท
แน่นอนว่า ประกาศของ GACC ฉุกละหุก ทำให้ผู้ส่งออกเตรียมตัวไม่ทัน กรมวิชาการเกษตรรายงาน ณ วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568 มีทุเรียนที่จีนปฏิเสธการนำเข้า และตีกลับไทย ถึง 64.67 ตัน มูลค่ากว่า 12 ล้านบาท ถูกทำลายทิ้งด้วยวิธีฝังกลบ
นี่ถือเป็นความเสียหายลอตแรกเท่านั้น
เดือนเมษายนนี้ จะเข้าสู่ช่วงพีกของฤดูกาลทุเรียน โดยเริ่มจาก 3 จังหวัดภาคตะวันออก คือ จันทบุรี ระยอง และตราด นับได้ว่าเป็นพื้นที่ที่ผลิตทุเรียนมากที่สุดของประเทศ เป็นหัวใจสำคัญของการส่งออกทุเรียนไทย ซึ่งเกษตรกรจะเริ่มตัดทุเรียน พร้อมกับทยอยตรวจสอบให้ได้ใบรับรองการปลอดสารทั้ง BY2 และแคดเมี่ยม จึงจะดำเนินการส่งออกได้
ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติอย่างปีก่อน ๆ ช่วงนี้พื้นที่ระยอง-จันทบุรีจะคึกคักเป็นที่สุด เห็นภาพรถราติดขัด มีรถปิกอัพวิ่งเข้าออกสวนทุเรียนกันเป็นว่าเล่น เพราะจะมีการเจรจาเหมาซื้อสวนทุเรียนกันล่วงหน้า ขณะที่ล้ง หรือโรงคัดบรรจุ ที่ผุดเป็นดอกเห็ด ก็จะมีภาชนะพลาสติก เข่ง กองสูงเป็นภูเขาเลากา เตรียมการสำหรับส่งออก
แต่ปีนี้ เงียบสงัด !!
ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า พร้อมด้วย นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี หารือร่วมกับชาวสวนทุเรียนที่มารอพบร่วม 2 พันคน เกี่ยวกับการเตรียมรับมือผลผลิตทุเรียนออกสู่ตลาด ซึ่งคาดว่าจะมีมากถึง 9 แสนถึง 1 ล้านตัน ท่ามกลางความวิตกกังวลว่า จะสามารถฝ่ากฎระเบียบการตรวจเข้มของ GACC เพื่อส่งออกจีนได้อย่างราบรื่นหรือไม่
สถานการณ์ที่น่าห่วงก็คือ จนถึงตอนนี้ไม่มีภาพการเจรจาขอซื้อทุเรียนแบบเหมาสวนอย่างที่เคยทำกัน ล้งหรือผู้ส่งออกไม่มั่นใจว่า ทุเรียนจะปลอดสาร และสามารถส่งเข้าไปขายจีนได้จริง
ปัญหาสำคัญที่เรียกร้องให้กระทรวงเกษตรฯ โดยเฉพาะกรมวิชาการเกษตร ซึ่งกำกับดูแลโดยตรง คือ แล็บที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ตรวจและออกใบรับรองการปลอดสาร มีเพียง 4-5 แห่ง แม้ว่าทางการจะเร่งรัดให้มีเพิ่มขึ้น ก็คงแค่หลักสิบ เทียบกับปริมาณทุเรียนที่รอเก็บเกี่ยว เป็นแสน ๆ ตู้คอนเทนเนอร์
กับข้อจำกัดเรื่องระยะเวลา ที่เป็นจุดตายของผลไม้ส่งออก โดยเฉพาะราชาผลไม้อย่างทุเรียน เพราะจากต้น เก็บเกี่ยว แพ็กกิ้ง นำขึ้นรถบรรทุกคอนเทนเนอร์ เดินทางไปสู่จุดหมาย จนถึงชั้นวางจำหน่าย และถึงมือผู้บริโภค ระยะเวลาไม่ควรเกิน 15 วัน
ทุเรียนไทยได้ชื่อว่า พรีเมี่ยม เป็นที่ถูกอกถูกใจของผู้บริโภคชาวจีน ก็คือ ความสุกที่พอดี ความหวานกลมกล่อม เนื้อสุกเป็นครีม ไม่มีความเป็นแป้งเหลืออยู่ เพราะไม่ตัดอ่อนเกินไป คำนวณระยะเวลาจนถึงมือผู้บริโภคได้แม่นยำ ทำให้ทุเรียนไทยเหนือกว่าคู่แข่งอย่างเวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย และสามารถครองส่วนแบ่งตลาดในจีนได้ถึง 57% ของทุเรียนนำเข้าทั้งหมดในจีน
แต่ตอนนี้กว่าจะได้ใบรับรอง แถมต้องรอ GACC ตรวจใบรับรอง ซึ่งว่ากันว่า จีนจะใช้เวลา 3-7 วัน นั่นหมายความว่า ต้องเพิ่มระยะเวลาเป็น 20 วันก่อนสุก
บริหารจัดการต้องเป๊ะ ไม่งั้นทุเรียนมีหวังขายกินกันเองในหมู่คนไทย