เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
Finance ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
HR จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
Tech ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
Finance สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Business DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
Finance กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
Automotive บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
Real Estate ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
World ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
Economic บีโอไอ เคลียร์ชัดส่งเสริมลงทุนยึดคุณภาพโครงการไม่ใช่สัญชาติผู้ลงทุน หนุนร่วมทุนปรับตัวสู่ EV
ดูทั้งหมด

แพทองธาร Trust Thailand เปิดแผนลงทุนอนาคต ดูดเม็ดเงินล้านล้าน

24 ก.พ. 2568 | 07:32น.
แพทองธาร Matichon Leadership Forum 2025 Trust Thailand
คอลัมน์ : Politics policy people forum

ในปี 2568 ประเทศไทยเผชิญศึก 2 ด้าน แต่ผูกโยงเป็นเรื่องเดียวกัน

ปัญหาเศรษฐกิจฝืดเคืองภายในประเทศ-คนไทยไม่มีกำลังซื้อ ภาคอุตสาหกรรมยุค 2.0 และ 3.0 ที่เคยเป็นตัวชูโรงให้กับไทยในอดีต แต่วันนี้โลกเปลี่ยนเข้าสู่ยุค AI โดยสมบูรณ์ โลกทั้งโลกแข่งกันที่เทคโนโลยีและนวัตกรรม เป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาล ต้องเร่งสะสาง เร่งพัฒนา โดยเฉพาะเมื่ออายุของรัฐบาลเหลือเพียงแค่ 2 ปีเศษก็จะถึงการเลือกตั้ง

คู่ขนานด้วยปัญหาการเมืองระหว่างประเทศ ที่ไทยได้รับผลกระทบโดยตรงจากสงครามการค้าระหว่างขั้วอำนาจ

รัฐบาลจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศไทยอย่างไร “ประชาชาติธุรกิจ” รวมคำกล่าวของ “แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี บนเวที “Matichon Leadership Forum 2025 Trust Thailand : เชื่อมั่นประเทศไทย” สรุปดังนี้

ดึงความเชื่อมั่น-ฟื้นจีดีพี

เริ่มจากการที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แถลงตัวเลขจีดีพีประเทศไทยในปี 2567 อยู่ที่ 2.5% จากนั้นมีการนำตัวเลขจีดีพีไทยไปเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน ไทยอยู่อันดับที่ 2 จากท้าย มีแค่เมียนมาที่จีดีพีต่ำกว่าไทย นายกฯแพทองธารกล่าวเรื่องนี้ว่า ตลอดปีที่ผ่านมาประเทศไทยเผชิญปัญหาความท้าทายต่าง ๆ มากมาย ทั้งเรื่องเศรษฐกิจที่ยังไม่ค่อยดีนัก เงินในระบบไม่พอ ยังมีความฝืดเคืองอยู่มาก แต่ด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทำให้เราได้เห็นสัญญาณอันดีมาก ๆ จีดีพีของปี’67 ขยายตัวขึ้น 2.5 เปอร์เซ็นต์ เร่งจากการขยายตัวเดิมที่วางไว้คือ 2% ตั้งแต่ปี’66

เห็นได้ว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยเฉพาะการกระตุ้นให้ประชาชนมีการใช้จ่ายเกิดขึ้น ส่งผลให้การบริโภคภายในประเทศขยายตัว และที่สำคัญตัวเลขของนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นเป็นประวัติการณ์

สำหรับในปี’68 ตั้งเป้าหมายให้จีดีพีเติบโตขึ้นที่ 3% โดยมีแรงขับเคลื่อนจากการลงทุนของภาคเอกชนที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงการใช้จ่ายของประชาชนที่มีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภาครัฐก็มีส่วนในการช่วยผลักดันให้เกิดการลงทุนให้เร็วที่สุด เช่น การสร้างสะพาน การลงทุนก่อสร้างต่าง ๆ ก็ทำให้เกิดการจ้างงาน เงินในระบบก็จะเกิดการหมุนเวียนมากขึ้น เพราะฉะนั้น ต้องเร่งในเรื่องของการลงทุนของภาครัฐด้วย

นายกฯ ชี้แจงประเด็นที่มีการนำตัวเลขจีดีพีไทยไปเทียบกับประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน ซึ่งต่ำกว่าประเทศอื่นนั้น ไม่ได้มีการดูรายละเอียดในเรื่องของปัจจัยภายในและภายนอกประกอบกัน

เช่น เรายังไม่ได้พัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศมายาวนานแล้ว ทั้งที่ประเทศในอาเซียนมีการพัฒนาอย่างมาก

มาเลเซียมีการลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์อย่างต่อเนื่องมายาวนาน ของเรา 10 กว่าปีไม่มีในเรื่องนี้ ประเทศเวียดนามมีการพัฒนาคนในเรื่องของสกิล เรื่องการเขียนซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ส่วนไทยยังไม่ได้พัฒนาอย่างเต็มระบบ

SMEs ขาดสภาพคล่อง เนื่องจากธนาคารยังปล่อยกู้ไม่มากพอ ไม่สามารถกู้เงินมาพัฒนาธุรกิจ จึงเป็นอุตสาหกรรมดั้งเดิมที่ไม่สามารถขยายตัวได้มากนัก ต้องขอความร่วมมือทุกภาคส่วน

“ขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาการลดดอกเบี้ย เพื่อลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน เป็นเรื่องที่สามารถทำได้ เพราะเงินเฟ้อยังน้อยอยู่”

ดึงจุดแข็งประเทศ

แพทองธารชี้ปัญหาหนึ่งของไทย คือ การยังไม่มีการทำการตลาด จึงต้องดำเนินการในเรื่องนี้ เพื่อดึงจุดแข็งของประเทศไทย ในการดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศ ทั้งนี้ มีตัวเลขของบีโอไอ มียอดการส่งเสริมการลงทุนเพิ่มขึ้นถึง 35% หรือประมาณ 1.14 ล้านล้านบาท เป็นเม็ดเงินมากกว่า 5% ของจีดีพี พร้อมเร่งให้เม็ดเงินเหล่านี้เข้าสู่ระบบ เป็นสิ่งที่ขยับแล้วและเห็นผล

การลงทุนในอนาคต

ดังนั้น รัฐบาลเตรียมแผนการลงทุนในอนาคต โดยวางแผนให้ไทยเป็น “ฮับ” แห่งภูมิภาคในอุตสาหกรรมเป้าหมาย อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า อุตสาหกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลปัญญาประดิษฐ์ อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ เป็นฐานเศรษฐกิจดิจิทัลต่อไปในอนาคต

บริษัทที่จะมาประดิษฐ์รถอีวีสามารถมาวางรากฐานการผลิตที่ประเทศไทยได้ แม้ตอนนี้จะมีโรงงานของหลายประเทศเริ่มทยอยเข้ามาแล้ว เราจะต้องปรับเปลี่ยนเรื่องของธุรกิจเป็นอีวีมากขึ้น

“โดยเราจะต้องดูในเรื่องของพลังงานสีเขียวควบคู่ไปด้วย เพราะธุรกิจแห่งอนาคตก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าจะต้องใช้พลังงานอย่างมาก ฉะนั้น พลังงานสีเขียวจะทำให้ทั่วโลกเล็งเห็นด้วยว่าเรากำลังจะก้าวต่อไปกับอุตสาหกรรมในอนาคต”

“ปี 2567 ไทยได้รับการลงทุนในอุตสาหกรรมดิจิทัลสูงเป็นอันดับหนึ่ง โดยเฉพาะ Data Center, Cloud Service จากบริษัทชั้นนำ ทั้งสหรัฐอเมริกา จีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น อินเดีย และออสเตรเลีย รวมเงินลงทุนกว่า 2 แสนล้านบาท”

ล่าสุดเมื่อเดือนมกราคม 2568 ที่ผ่านมา คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนก็เพิ่งอนุมัติการลงทุนของ TikTok, NVIDIA รวมถึง Cloud Partner กว่า 1.3 แสนล้านบาท เราจะต้องทำให้ประเทศไทยมีความเชื่อมั่นต่อไปในเรื่องนี้

รถไฟความเร็วสูง-แลนด์บริดจ์

ส่วนเรื่องการอัพเกรดโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ “แพทองธาร” ฉายภาพโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อไทย ลาว จีน เชื่อมโยงกรุงเทพฯ กับหนองคาย เมื่อรถไฟเส้นนี้เสร็จจะช่วยให้ลดระยะเวลาในการขนส่งได้อย่างมาก ลดต้นทุนการขนส่งสินค้า ผู้ประกอบการก็มีโอกาสที่จะทำกำไรได้เพิ่มขึ้น ทำให้เกิดการจ้างงานมากขึ้น มีอาชีพใหม่เพิ่มขึ้น ประชาชนจะมีรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น

ขณะที่โปรเจ็กต์ยักษ์ รัฐบาลยังมีการผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ฝั่งอ่าวไทยและอันดามันต่อไป เพื่อจุดประสงค์คือการลดระยะเวลาในการขนส่งสินค้า ประหยัดต้นทุนได้ถึง 15%

“ได้ไปเยือนประเทศจีนมา รัฐบาลจีนก็บอกว่าสนับสนุน พร้อมทั้งขอข้อมูลเพิ่มเติม และยังสนใจการลงทุนด้วย โดยเราจะต้องทำงานต่อในกรุ๊ปเล็ก ๆ”

เร่งเซ็น FTA-หนุนวิจัย

เราก็ยังให้ความสำคัญในการที่คนไทยจะไปลงทุนต่างประเทศด้วย โดยเราได้ทำเอฟทีเอ ซึ่งมีการทำเอฟทีเอฉบับแรกของไทยกับยุโรปไปแล้ว แม้จะไม่ทุกประเทศในยุโรป แต่ก็มี 4 ประเทศแล้ว และในอนาคตก็หวังว่าจะได้ทำเอฟทีเอกับทุกประเทศในยุโรป เพื่อเปิดช่องทางให้การลงทุนของประเทศไทยเป็นไปอย่างราบรื่นและสะดวกมากยิ่งขึ้น

อีกหนึ่งนโยบายที่สำคัญคือ การผ่านทางสินค้าการเกษตรให้มีมูลค่าสูง รัฐบาลได้เน้นย้ำไป R&D ที่การทำวิจัยต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการผลิต การแปรรูป และการบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้สินค้าสามารถอยู่ได้นานขึ้น มีคุณภาพที่สูงขึ้น ตามความต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ

แก้หนี้ครัวเรือน

อีกส่วนที่รัฐบาลต้องทำเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจฝืดเคือง ให้คน “มีกำลังซื้อ” คือนโยบายที่รัฐบาลจะทำ เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือนให้ประชาชน ผ่านโครงการคุณสู้ เราช่วย ที่จะมุ่งช่วยเหลือในเรื่องของหนี้สินเชื่อบ้าน ธุรกิจ SMEs ขนาดเล็ก โดยตัวเลขในการแก้ปัญหาหนี้สินครัวเรือนและผู้ประกอบการขนาดย่อมตั้งแต่ยุคนายเศรษฐา ทวีสิน มีการยกหนี้รายย่อยไปแล้วประมาณ 8.3 แสนบัญชี

ซึ่งทำให้ลูกหนี้รายย่อยเหล่านี้หลุดออกจากเครดิตบูโร สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อีกครั้ง จนมาถึงรัฐบาลสมัยของดิฉัน สานต่อในนโยบายเหล่านี้ เพราะเป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะตอนนี้มีลูกหนี้ที่ค้างอยู่กว่า 2.6 แสนบัญชี โดยจะทำให้จบภายในวันที่ 15 มีนาคมนี้

ยังขอให้กระทรวงการคลังหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อทำให้โครงการคุณสู้ เราช่วยครอบคลุมในกลุ่มลูกหนี้ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน และคิดว่ามาตรการต่าง ๆ ที่จะออกมานั้น จะออกมาในช่วงของปลายเดือนมีนาคมนี้