“สุพันธุ์”จับตาครึ่งปีหลังสงครามการค้าหวั่นกระทบไทย สวนทางยอดผลิตรถยนต์ยังพุ่งคาดทั้งปี’61 แตะ2ล้านคัน
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจความเชื่อมั่นผู้ประกอบการเดือนพฤษภาคม 2561 ว่า ดัชนีฯ อยู่ที่ระดับ 90.2 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 89.1 ในเดือนเมษายน เนื่องจากเศรษฐกิจในประเทศยังขยายตัวต่อเนื่อง ประกอบกับได้รับแรงหนุนจากการส่งออกที่คำสั่งซื้อและยอดขายโดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน อย่างไรก็ตามคงต้องติดตามประเด็นผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจที่เป็นปัจจัยเสี่ยงในครึ่งปีหลังทั้งสงครามการค้าที่จะทำให้เกิดมาตรการกีดกันทางการค้ามากขึ้น ภาวะดอกเบี้ยและราคาน้ำมัน โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ยที่เห็นว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ควรจะพิจารณาตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.50% จนถึงสิ้นปีเพื่อเป็นปัจจัยบวกให้เศรษฐกิจเดินหน้าเติบโตต่อไปได้
และเมื่อเร็วๆ นี้ธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดมีมติขึ้นดอกเบี้ยนโยบายมาอยู่ที่ 1.75-2% ทำให้ดอกเบี้ยโลกอยู่ในช่วงขาขึ้น ส่งผลให้ตลาดทุนไทยเริ่มมีการเทขายเงินไหลออก ซึ่งหาก กนง.ขึ้นดอกเบี้ยจะทำให้ต้นทุนของเอกชนสูงขึ้นเช่นกันอาจจะไม่เป็นผลดีเพราะเศรษฐกิจไทยที่กำลังขยายตัวได้ จึงเห็นว่าหากเป็นไปได้ควรตรึงดอกเบี้ยไปจนถึงสิ้นปี ส่วนค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่าลงอาจเป็นปัจจัยบวกในแง่ส่งออกแต่ก็จะมีผลลบการนำเข้าเช่นกัน
สำหรับกรณีสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐที่มีการตอบโต้การขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าระหว่างกันนั้นขณะนี้เป็นประเด็นที่ ส.อ.ท. ติดตามใกล้ชิดโดยมอบหมายให้สมาชิกแต่ละกลุ่มไปศึกษาผลกระทบและมาตรการเตรียมรับมือไว้แล้วแต่เบื้องต้นที่ประเมินยังไม่ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนเนื่องจากการส่งออกไปสหรัฐฯของไทยโดยรวมไม่มากนัก ขณะที่สินค้าบางประเภทก็กระทบสหรัฐฯเอง เพราะฐานการผลิตก็อยู่ในต่างประเทศอยู่แล้ว เช่น อิเล็กทรอนิกส์ก็มีการลงทุนทั้งไทยและจีน เป็นต้น
ทั้งนี้ภาวะเศรษฐกิจไทยโดยรวมมีแนวโน้มที่ดีขึ้นจากการส่งออก และแรงซื้อในประเทศที่เริ่มกลับมาจากเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ งบประมาณที่อัดฉีดลงฐานราก ทิศทางการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ทั้งเอกชนและรัฐจึงทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจจะปรับตัวดีขึ้นหากไม่มีปัจจัยเสี่ยงมาทำให้สะดุดเสียก่อน
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธาน และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท.กล่าวว่า การผลิตรถยนต์ในเดือนพฤษภาคม 61 อยู่ที่ 193,130 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 13.94% ส่งผลให้การผลิตรวม 5 เดือนแรกปีนี้ (ม.ค.-พ.ค.61) อยู่ที่ 867,599 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 11.87% ซึ่งมั่นใจว่าปีนี้จะสามารถผลิตรถยนต์ได้ 2 ล้านคัน แบ่งเป็นผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 900,000 คัน ผลิตเพื่อส่งออก 110,000 ล้านคันได้แน่นอน และจะทำให้การส่งออกกลุ่มรถยนต์รวมมีมูลค่าสูงถึงล้านล้านบาท
“จะปรับเป้าหมายเกิน 2 ล้านคันหรือไม่ขอดูภาพรวมสิ้นเดือนนี้อีกครั้งแม้ว่าการผลิตเพื่อขายในประเทศคิดว่าน่าจะปรับขึ้นจาก 900,000 คัน เป็น 960,000 คัน แต่การผลิตเพื่อส่งออกยังกังวลตลาดตะวันออกกลางที่ส่งออกลดลง 39% ในเดือน พ.ค. แต่การส่งออกภาพรวมยังมีทิศทางที่ดีอยู่โดยยอมรับว่าหากผลิตเพื่อการส่งออกอยู่ระดับ 1.1 ล้านคันก็ มีโอกาสการผลิตจะเกิน 2 ล้านคัน” นายสุรพงษ์กล่าว