AmoArte เป้ารายได้ 2 ปีทะลุ 100 ล้าน สบช่องเทรนด์รักษ์โลกหนุนเฟอร์ฯไม้ไผ่
amo
แบรนด์ AmoArte ลุยธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ไม้ไผ่ ตั้งเป้ารายได้ 2 ปีทะยานแตะ 100 ล้าน มั่นใจเทรนด์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหนุนตลาดมีโอกาสเติบโต วอนรัฐบาลช่วยสนับสนุนพาบุกงานแฟร์ สร้างโอกาสลุยส่งออก
นายอมรเทพ คัชชานนท์ ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ (Founder & Design Director) เฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้าน ภายใต้แบรนด์ “AmoArte” เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า บริษัทดำเนินธุรกิจเป็นทั้งผู้ออกแบบและผลิตเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้ไผ่ ซึ่งถือเป็นรายแรก ๆ ของไทยและต่างประเทศที่ทำตลาด โดยในปี 2567 บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 20 ล้านบาท ตั้งเป้าหมายภายใน 2 ปีจากนี้ รายได้เติบโตที่ 100 ล้านบาท ซึ่งมั่นใจว่าจะเป็นไปได้ เห็นได้จากรายได้ไตรมาส 1 ของปี 2568 บริษัทมีรายได้เข้ามา 7-8 ล้านบาท
ทั้งนี้ จากการวางเป้าหมายรายได้ที่เติบโตแบบก้าวกระโดดนั้น เป็นเพราะบริษัทเล็งเห็นถึงโอกาสจากโครงการต่าง ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะมาจากภาครัฐและเอกชน อย่างไรก็ตาม บริษัทยังมีความกังวลอยู่บ้างในส่วนของโครงการที่จะเกิดขึ้นว่าจะมีเสถียรภาพหรือไม่ ซึ่งจำเป็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แต่การทำธุรกิจของเรานั้นก็จะดำเนินไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป เดินอย่างมั่นคง เพราะเราได้รับประสบการณ์มาจากช่วงโควิด-19 หากโตเร็วและไม่มีอะไรรองรับย่อมส่งผลกระทบ ซึ่งที่ผ่านมาผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ก็ประสบปัญหาเลิกกิจการไปบ้างก็มี
โดยสัดส่วนการทำธุรกิจของบริษัทนั้น ทำตลาดทั้งในประเทศ 60% และต่างประเทศ 40% โดยตลาดส่งออก เช่น สิงคโปร์ อินเดีย กัมพูชา แอฟริกา ยุโรป ญี่ปุ่น เป็นต้น ซึ่งสินค้าที่ส่งออกก็เป็นผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่เป็นหลัก เพราะเล็งเห็นถึงโอกาสว่ายังไม่มีผู้ประกอบการใดทำเฟอร์นิเจอร์จากไม้ไผ่ ขณะที่เทรนด์วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมกำลังเป็นที่นิยม และเป็นที่ต้องการในตลาดมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งเราก็พร้อมที่จะยกระดับและพัฒนาสินค้าให้มากขึ้น พร้อมกับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาใช้เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีความคงทนมากขึ้น
“ตั้งแต่ทำธุรกิจมาเป็นระยะเวลา 15 ปี ถือว่าไม่ใช่เรื่องง่าย และกว่าจะเป็นที่ยอมรับก็ต้องใช้เวลาพอสมควร ปัจจุบันวัสดุจากธรรมชาติกำลังเป็นที่ต้องการ ทำให้มีการเติบโตมากขึ้น ประกอบกับการออกแบบ ดีไซน์ที่มีความแตกต่างไม่เหมือนใครด้วย ซึ่งสินค้าที่เราผลิตออกมานั้น มีทั้งงานโต๊ะ เก้าอี้ และงานผนังที่ออกแบบและตกแต่งด้วยไม้ไผ่”
นายอมรเทพกล่าวอีกว่า การทำตลาดในประเทศที่ผ่านมา ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มลูกค้าที่มาจากโรงแรม ร้านอาหาร เป็นส่วนใหญ่ และในช่วงโควิด-19 ลูกค้าก็ขยายไปในกลุ่มที่บ้านพักตากอากาศ ซึ่งมีมูลค่าการก่อสร้างประมาณ 20-30 ล้านบาท โดยลูกค้ากลุ่มนี้ให้ความสนใจเรื่องของสิ่งแวดล้อม และงานดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ตอบโจทย์ความต้องการ ทำให้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราได้ลูกค้าในกลุ่มนี้มากขึ้น และยังเชื่อมั่นว่ายังมีการเติบโต
อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการเฟอร์นิเจอร์ งานออกแบบ ดีไซน์ของไทยยังเจอปัญหาด้านการแข่งขัน และการเข้าถึงลูกค้าไม่ว่าจะทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งอยากให้ภาครัฐ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้ได้มีโอกาสในการออกงานแสดงสินค้าทั้งในและต่างประเทศให้มากขึ้น
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการเองก็จำเป็นต้องยกระดับและพัฒนาตัวเองให้มากขึ้น พร้อมกับพัฒนาการออกแบบ ดีไซน์สินค้าให้มีคุณภาพ ให้เป็นที่น่าสนใจ เพราะหากจะแข่งขันด้านราคานั้นก็คงลำบาก อาจจะสู้จีนไม่ได้ ซึ่งเป็นคู่แข่งที่สำคัญมาก โดยพบว่าปัจจุบันจีนมีการเข้ามาลงทุนในประเทศเพื่อผลิตสินค้าเฟอร์นิเจอร์ การที่จะเข้าไปแข่งขันราคาไม่น่าจะสู้ได้ ดังนั้น เราเองต้องปรับตัวและหาเทคนิคใหม่ ๆ เข้ามาใช้มากขึ้น พัฒนาสินค้าที่มีความคงทนกว่าปกติ ซึ่งก็อาจจะเป็นโอกาสได้ลูกค้าใหม่เพิ่มเติม