สุกี้ตี๋น้อย Q1/68 โกยกำไร 271 ล้าน เบียดแซง “เอ็มเค สุกี้”
BNN เจ้าของร้านสุกี้ตี๋น้อย โกยกำไรไตรมาส 1/2568 จำนวน 271 ล้านบาท เบียดแซงกำไร “เอ็มเค สุกี้” ด้าน JMART รับส่วนแบ่งกำไรจากการถือหุ้น 30% จำนวน 97 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่ บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART ได้รายงานงบการเงินงวดไตรมาส 1 ปี 2568 (ม.ค. – มี.ค.) ผ่านทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น จำนวน 140.3 ล้านบาท ลดลง 40.5% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) ซึ่งเป็นผลจากกำไรขั้นต้นที่ลดลงและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ในฐานะที่ JMART ถือหุ้น บริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด (BNN) ซึ่งเป็นเจ้าของร้านสุกี้ตี๋น้อย (Suki Teenoi) อยู่ในสัดส่วน 30% ซึ่งทาง JMART ได้รายงานว่าไตรมาส 1/2568 ที่ผ่านมา ร้านสุกี้ตี๋น้อย มีผลกำไรสุทธิออกมาจำนวน 271 ล้านบาท และ JMART ได้รับส่วนแบ่งกำไรจากการถือหุ้น BNN จำนวน 79 ล้านบาท (หลังหักการปันส่วนราคาซื้อหรือ Purchase Price Allocation)
และได้ดำเนินกิจกรรมทางการตลาดร่วมกับกลุ่มบริษัทเจมาร์ทเสมอมา เช่น การนำคะแนนสะสมแลกเป็นค่าบุฟเฟต์ตามที่กำหนด การโฆษณาผ่านศูนย์การค้าชุมชน และการแจก Gift Voucher สุกี้ตี๋น้อย แทนคำขอบคุณลูกค้า เป็นต้น
สำหรับร้านสุกี้ตี๋น้อย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2568 มีสาขา Suki Teenoi ทั้งหมด 82 สาขา Teenoi BBQ (บุฟเฟต์ปิ้งย่าง) 2 สาขา และ Teenoi Express (บุฟเฟต์พรีเมียม) 1 สาขา
โดยในไตรมาส 1/2568 ที่ผ่านมา Suki Teenoi ได้เปิดสาขาเพิ่มขึ้นจำนวน 4 สาขา โดยสาขาที่เปิดเพิ่มเป็นสาขาที่ขยายออกไปต่างจังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก บุรีรัมย์ หนองคาย และนครสวรรค์ ซึ่งเป็นทำเลที่มีศักยภาพสูง มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการค่อนข้างหนาแน่น และได้รับการตอบรับจากชุมชนเป็นอย่างดี
ด้วยแนวคิดของการให้บริการที่เข้าถึวความต้องการของลูกค้าที่อยากทานสุกี้ บาชู ที่มีราคาคุ้มค่าต่อการบริโภค นอกจากนี้ร้านสุกี้ตี๋น้อย ยังได้ร่วมมือกับทาง JAS Asset เปิด Teenoi BBQ เพิ่มขึ้น 1 สาขา ที่ศูนย์การค้าชุมชน Jas Green Village คู้บอนในพื้นที่ของบริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท
ทั้งนี้ผลกำไรของ BNN ในไตรมาสแรกปีนี้ ถือว่าสามารถทำกำไรแซงหน้าร้านสุกี้เบอร์ 1 อย่าง MK ได้เสร็จ โดยตามที่ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (M) รายงานงบการเงินไตรมาส 1/2568 ออกมามีรายได้รวม 3,541 ล้านบาท ลดลง 10.3% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 234 ล้านบาท ลดลง 32.6%
โดย M ชี้แจงว่ารายได้จากการขายและบริการในแต่ละช่องทางมีสัดส่วนค่อนข้างใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมาจากช่องทางรับประทานที่ร้านเป็นหลัก คิดเป็น 84% ของรายได้จากขายและบริการทั้งหมด ทั้งนี้ยอดขายสาขาเดิมปรับลดลง 10.5% เมื่อเทีย[กับปีก่อนหน้า เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว 4าระหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค รวมทั้งการแข่งขันที่ค่อนข้างสูงในธุรกิจร้านอาหาร และมีค่าใช้จ่ายทางการเงิน 25 ล้านบาท ซึ่งเป็นดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นจากหนี้สินตามสัญญาเช่า เนื่องจากมีการนำมาตรฐานรายงานทางการเงินฉบับที่ 16 มาถือปฏิบัติใช้
กำไรสุทธิ BNN ปี’62-67
- ปี 2567 มีกำไร 1,169 ล้านบาท JMART รับส่วนแบ่งกำไร 350.7 ล้านบาท
- ปี 2566 มีกำไร 913 ล้านบาท JMART รับส่วนแบ่งกำไร 274 ล้านบาท
- ปี 2565 มีกำไร 591 ล้านบาท JMART รับส่วนแบ่งกำไร 19 ล้านบาท
- ปี 2564 มีกำไร 147 ล้านบาท
- ปี 2563 มีกำไร 140 ล้านบาท
- ปี 2562 มีกำไร 15 ล้านบาท
รายได้รวมของ BNN ปี’62-66
- ปี 2566 มีรายได้รวม 5,262 ล้านบาท
- ปี 2565 มีรายได้รวม 3,976 ล้านบาท
- ปี 2564 มีรายได้รวม 1,572 ล้านบาท
- ปี 2563 มีรายได้รวม 1,223 ล้านบาท
- ปี 2562 มีรายได้รวม 499 ล้านบาท
ทั้งนี้ JMART ได้เข้าร่วมลงทุนในบริษัท บี เอ็น เอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด (BNN) เจ้าของ
ร้านสุกี้ตี๋น้อย เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้วเมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2565 โดยเข้าซื้อหุ้นจำนวน 352,941 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 30% ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด มูลค่าลงทุน 1,200 ล้านบาท