เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นายกฯ จี้สางคดีโกงสอบท้องถิ่น รุกที่ดิน – นอมินีทุนต่างชาติ
Politics นายกฯ จี้สางคดีโกงสอบท้องถิ่น รุกที่ดิน – นอมินีทุนต่างชาติ
ยูอาร์ซี เปิดเกมรุกครึ่งปีหลัง ส่ง ‘ชิกกี้’ ปั้นยอดขาย 100 ล้าน
Biz Movement ยูอาร์ซี เปิดเกมรุกครึ่งปีหลัง ส่ง ‘ชิกกี้’ ปั้นยอดขาย 100 ล้าน
กทม. เปิด Traffy Fondue แจ้งสถานประกอบการไม่ปลอดภัย ผนึกตำรวจลุยตรวจ 1,000 ร้านทั่วกรุง
News กทม. เปิด Traffy Fondue แจ้งสถานประกอบการไม่ปลอดภัย ผนึกตำรวจลุยตรวจ 1,000 ร้านทั่วกรุง
อ้วยอันโอสถ จับมือ ZUS Coffee เปลี่ยนภาพจำยาดม สู่ไอเท็มคนรุ่นใหม่
Biz Movement อ้วยอันโอสถ จับมือ ZUS Coffee เปลี่ยนภาพจำยาดม สู่ไอเท็มคนรุ่นใหม่
บางจากส่งมอบ SAF ผลิตในไทยครั้งแรกให้การบินไทย เปิดเที่ยวกรุงเทพฯ–สิงคโปร์
Business บางจากส่งมอบ SAF ผลิตในไทยครั้งแรกให้การบินไทย เปิดเที่ยวกรุงเทพฯ–สิงคโปร์
มช. จับมือ อว.-MTEC เปิด 2 นวัตกรรมเด่น “ชุดตรวจไผ่โบรอน AI – เลี้ยงปลาระบบ RAS” หนุนเชิงพาณิชย์
SD มช. จับมือ อว.-MTEC เปิด 2 นวัตกรรมเด่น “ชุดตรวจไผ่โบรอน AI – เลี้ยงปลาระบบ RAS” หนุนเชิงพาณิชย์
กรุงไทย-แอกซ่า ปั้นแคมเปญรับสังคมสูงวัย สร้างการรับรู้ Age Inclusion
Biz Movement กรุงไทย-แอกซ่า ปั้นแคมเปญรับสังคมสูงวัย สร้างการรับรู้ Age Inclusion
TrueID เปิดตัว ‘ตาตั้ง’ มินิแอปละครแนวตั้ง ลูกค้าทรู-ดีแทคจ่ายแค่ 39 บาทต่อเดือน
Tech TrueID เปิดตัว ‘ตาตั้ง’ มินิแอปละครแนวตั้ง ลูกค้าทรู-ดีแทคจ่ายแค่ 39 บาทต่อเดือน
สหรัฐคว่ำ Data Center ระดับไฮเปอร์สเกล
World สหรัฐคว่ำ Data Center ระดับไฮเปอร์สเกล
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้หุ้นไทยมีโอกาสไปต่อ ต้องสร้าง Action ดึงดูดฟันด์โฟลว์ต่างชาติต่อเนื่อง
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ ชี้หุ้นไทยมีโอกาสไปต่อ ต้องสร้าง Action ดึงดูดฟันด์โฟลว์ต่างชาติต่อเนื่อง
ดูทั้งหมด

พริษฐ์ขอบคุณภูมิใจไทย ชงอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต้องดูจังหวะเหมาะสม

25 มิ.ย. 2568 | 12:53น.
พริษฐ์ วัชรสินธุ

ไอติมขอบคุณฝ่ายค้านน้องใหม่ ชงอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล รับเป็นอาวุธทรงพลัง แต่ต้องดูจังหวะเหมาะสม ขอหารือพรรคร่วมฝ่ายค้าน

ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทยเตรียมเสนอขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกฯและคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามมาตรา 151 ในการเปิดสมัยการประชุมนี้ว่า ต้องขอบคุณพรรคฝ่ายค้านน้องใหม่ อย่างพรรคภูมิใจไทยที่เลือกใช้วิธีการเชิญชวนพรรคร่วมฝ่ายค้านผ่านสื่อมวลชน เรื่องแนวคิดเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 แต่ในส่วนของพรรคประชาชนเราวางหลักการไว้ว่าตั้งแต่เป็นฝ่ายค้าน

ยืนยันว่าจะใช้ทุกกลไกของรัฐสภาในการตรวจสอบรัฐบาล แก้ไขปัญหาให้กับประเทศ การอภิปรายตามมาตรา 151 และ 152 รวมถึงคณะกรรมาธิการ ท่ามกลางสภาวะที่ประชาชนจำนวนไม่น้อยเริ่มสูญเสียความไว้วางใจต่อรัฐบาลมากขึ้น เราก็พร้อมเป็นตัวแทนในการตรวจสอบรัฐบาล

“ขอยืนยันว่ากลไกตามมาตรา 151 เป็นอาวุธที่มาแน่นอน แต่กลไกนี้เป็นอาวุธที่ทรงพลังและแม่นยำ แต่ใช้ได้เพียง 1 ครั้งต่อสมัยการประชุม คือตั้งแต่ในวันที่ 3 ก.ค. 68 ถึง 2 ก.ค. 69 จะสามารถใช้กลไกนี้ได้แค่ครั้งเดียว แม้จะเป็นอาวุธที่ทรงพลัง แต่เป็นอาวุธที่เราต้องใช้อย่างแม่นยำ และต้องหวังผล ทั้งมติในสภาและความไม่ชอบธรรมของรัฐบาล แต่อีกมุมหนึ่งก็ไม่ต้องการให้ใช้อาวุธนี้อย่างเสียของ

เพราะหากใช้ไปแล้วถ้าสมมุติ นายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งไม่ว่าจะด้วยวิธีการใด ๆ ก็ตาม จะกลายเป็นว่าเราไม่สามารถใช้อาวุธนี้ได้อีก แม้จะมีนายกฯคนใหม่เข้ามาก็ตาม จึงจำเป็นต้องหารือเรื่องจังหวะเวลาที่เหมาะสมในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 โดยจะหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน” นายพริษฐ์กล่าว

ส่วนที่รัฐบาลระบุว่าเพิ่งมีการปรับ ครม.ใหม่ ควรให้เวลาทำงานก่อนนั้น นายพริษฐ์กล่าวว่า ไม่ได้เป็นเหตุผลที่ฟังขึ้นนัก เพราะนายกฯยังเป็นคนเดิม แม้ปรับ ครม. จะเปลี่ยนไปบ้าง ก็เชื่อว่ารัฐมนตรีใหม่ส่วนหนึ่งเป็นคนที่ทำงานอยู่ในรัฐบาลชุดนี้อยู่แล้ว จึงต้องขอดูก่อนว่า ครม.ใหม่ที่จะตั้งประกอบด้วยใครบ้าง จะได้สรุปถูกว่า นอกจากจะยื่นไม่ไว้วางใจนายกฯแล้วจะยื่นไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีคนใดอีกบ้าง

”ในระหว่างการรอหารืออยากจะสื่อสารไปถึงนายกฯ อยากให้ใช้เวลาในช่วงนี้ทบทวนการทำหน้าที่ของตัวเอง ผมเข้าใจว่าสถานการณ์ในปัจจุบันมีหลายมิติ การตัดสินใจของรัฐบาลอาจจะมีการเลือกวิธีที่ถูกบ้างผิดบ้าง ในฐานะฝ่ายค้านก็จะพยายามเสนอแนะ หากเห็นว่าดำเนินการไปในทางที่ไม่ถูกต้อง แต่คิดว่าคุณสมบัติของผู้นำเมื่อใดก็ตามที่ผิดพลาดไปก็ควรต้องรู้ตัวเอง และการที่นายกฯออกมาให้สัมภาษณ์ว่าคลิปเสียงที่คุยกับสมเด็จฮุน เซน ไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับประเทศ เป็นการสะท้อนให้เห็นว่านายกฯยังไม่ทบทวนอย่างจริงจังในข้อผิดพลาดที่ทำไปเป็นอย่างไร

จึงอยากให้นายกฯทบทวนกับตัวเองว่าพร้อมจะทำหน้าที่ต่อหรือไม่ หากทบทวนแล้วคิดว่าไม่สามารถเรียกความไว้วางใจจากประชาชนกลับคืนมาได้ ทางพรรคยืนยันว่าทางออกที่ดีที่สุดคือการยุบสภา คืนอำนาจให้กับประชาชน เพราะเมื่อใดก็ตามที่ได้ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจไปแล้ว ทางเลือกของนายกฯในการยุบสภาก็จะไม่มีอีกต่อไป” นายพริษฐ์กล่าว

เมื่อถามว่าเมื่อพรรคภูมิใจไทยประกาศจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจออกมาแล้ว จะมีการทบทวนหรือชะลออย่างไรนั้น นายพริษฐ์กล่าวว่า การยื่นญัตติตามมาตรา 151 จะต้องหารือร่วมกันระหว่างพรรคร่วมฝ่ายค้าน แต่ก็ถือว่าเป็นแนวคิดของพรรคฝ่ายค้านน้องใหม่ ที่ยื่นผ่านสื่อมวลชน แต่ในเชิงทางการพรรคประชาชนได้นัด สส.หารือกันอยู่แล้วในเรื่องนี้ และเมื่อได้ข้อสรุปก็จะหารือร่วมกับฝ่ายค้านพรรคอื่น เพราะมีการเปลี่ยนองค์ประกอบรัฐบาล จึงต้องมีการหารือร่วมกัน ทั้งเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 และสัดส่วนวิปฝ่ายค้าน

เมื่อถามว่าเป็นเพราะมีข้อมูลไม่เพียงพอหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า ปัจจัยไม่ใช่เรื่องข้อมูล แต่เป็นเรื่องของจังหวะเวลา ที่จะใช้ได้ผลและไม่เสียของ ซึ่งเรื่องนี้พร้อมหารือกับพรรคภูมิใจไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพราะทุกคนเห็นถึงสถานการณ์และความไม่พอใจของสังคมต่อการทำหน้าที่นายกฯ ดังนั้นข้อมูลที่พรรคภูมิใจไทยมีจะต้องนำมากลางเพื่อพูดคุยกัน เพราะถ้าเป็นข้อมูลใหม่ ที่เกี่ยวกับการทำงานของพรรคแกนนำรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา ถ้านำเสนอต่อสังคมก็อาจทำให้ชัดเจนขึ้นว่าเหตุใดจึงควรไม่ไว้วางใจรัฐบาลชุดนี้ แต่จะมีคำถามกลับไปเหมือนกันว่าที่ผ่านมาหากมีข้อมูลนี้มาตลอดทำไมพรรคภูมิใจไทยถึงเพิ่งมานำเสนอต่อสังคมตอนนี้

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าจะรีบหารือกัน และหวังว่าในวันที่ 3 ก.ย.นี้ จะมีการเปิดสมัยประชุมสภา ซึ่งมีข่าวแว่วมาว่าจะไม่มีการเรียกประชุม เพราะจนถึงขนาดนี้ยังไม่มีหนังสือเชิญถือว่าผิดวิสัยมาก เพราะปกติแล้วหากวันเปิดสมัยการประชุมตรงกับวันพฤหัสฯ ซึ่งจะมีเพียงวันเดียว แต่ก็ไม่มีครั้งไหนที่ไม่เคยไม่เรียกประชุมสภา หวังว่าประธานสภาจะเร่งดำเนินการเรื่องนี้

เมื่อถามย้ำว่าการตีเหล็กควรตีตอนร้อนหรือไม่ โฆษกพรรคประชาชนกล่าวว่า เข้าใจความคิดนี้ว่าควรต้องยื่นเร็ว แต่ขอย้ำว่าอาวุธนี้ต้องใช้อย่างแม่นยำจึงควรต้องหารือกันและใช้ในจังหวะที่เหมาะสม และอย่างน้อยที่สุดควรรอการตั้ง ครม.ชุดใหม่ จะได้รู้ว่าต้องยื่นใครบ้าง

ต่อข้อถามว่ามองว่ารัฐบาลยังมีเสถียรภาพและเสียงสนับสนุนเพียงพอใช่หรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า ตนไม่ได้มองเรื่องนั้น และความจริงการที่รัฐบาลตัดสินใจชะลอ ร่างพระราชบัญญัติสถานบันเทิงครบวงจร หรือพ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์, ก็เป็นการยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ แม้จะอ้างว่าเพื่อรอรับฟังเสียงของประชาชนเพิ่มเติม ส่วนตัวคิดว่าไม่จริง แต่มองว่าที่ต้องชะลอไปเพราะเสียงในสภาไม่พอ

เพราะถ้าย้อนกลับไปดูก่อนหน้านี้จะเห็นว่าตัวแทนพรรคเพื่อไทยยืนยันมาตลอดว่า จัดกิจกรรมรับฟังความคิดเห็น และประชาชนตอบรับดี ดังนั้นการเลื่อนวาระนี้ไปไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับการฟังเสียงประชาชน ตนเชื่อว่าเลื่อนเพราะเสียงไม่พอ และสะท้อนว่าเสถียรภาพของรัฐบาลไม่ได้เป็นอย่างที่พรรคร่วมรัฐบาลพยายามนำเสนอ และในกรณีร่าง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ต้องหักเสียงของพรรคประชาชาติออกไป และยังไม่นับ ส.ส.ของพรรคร่วมรัฐบาลบางคนที่อาจไม่เห็นด้วย

“สำหรับร่าง พ.ร.บ.เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ทางออกไม่ควรเป็นการเลื่อน แต่ควรจะเป็นการถอนออกมา แต่ผมเดาว่ารัฐบาลน่าจะมาทางนี้ โดยให้ชะลอและอ้างการรับฟังเสียงประชาชน ดังนั้นถ้าจริงใจที่จะฟังเสียงของประชาชน ควรถอนไม่ใช่เลื่อนออกไป” นายพริษฐ์กล่าว

เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทย ที่มีจุดยืนไม่ตรงกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน จะทำให้การทำงานมีปัญหาหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า โดยระบบรัฐสภาฝ่ายค้านไม่มีสิทธิเลือก เหมือนที่ตนเคยเปรียบเปรยไว้ว่า พรรคร่วมรัฐบาลเหมือนกับคนที่เป็นแฟนกัน แต่พรรคฝ่ายค้านเหมือนคนโสดที่เหลืออยู่มาร่วมกันจึงเลือกไม่ได้

และตั้งแต่มีสภามา พรรคประชาชนต้องอยู่ร่วมกับพรรคฝ่ายค้านมากมายไปหมด บางพรรคตอนแรกก็เป็นฝ่ายค้าน แต่พอมีโอกาสร่วมรัฐบาลก็ไปร่วมทันที บางพรรคอาจจะเคยอยู่รัฐบาลแต่ก็มีครึ่งหนึ่งมาอยู่ฝ่ายค้าน จึงคิดว่าพรรคประชาชนเดินหน้าทำงานตามจุดยืนแนวทางของเรา อะไรที่ต้องร่วมมือกันกับพรรคร่วมฝ่ายค้านก็ให้เกียรติซึ่งกันและกัน แต่ก็ต้องรักษาจุดยืนและหลักการของตัวเอง

เมื่อถามว่าการตรวจสอบรัฐบาลอาจเป็นการตรวจสอบย้อนหลังถึงพรรคภูมิใจไทยด้วย จะทำให้เกิดความขัดแย้งหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า ตรงไปตรงมา เราตรวจสอบทุกคนที่มีอำนาจ ใครก็ตามใช้อำนาจรัฐแทนประชาชนโดยมิชอบ ใช้ภาษีของประชาชนโดยไม่สมเหตุสมผล เราจะตรวจสอบทั้งหมด