เจาะลึก Superman สามพันปีของฮีโร่ พระเจ้าจำแลง สู่แฟรนไชส์แสนล้าน
Superman ซูเปอร์ฮีโร่ จากปกรนัมโบราณอายุ 3 พันปี กำเนิดใหม่ในศตวรรษที่ 20 ท่ามกลางวิกฤตการเมือง สังคม วัฒนธรรม และการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ที่สร้างมูลค่ารวมกันแล้วกว่าแสนล้านบาท แต่มูลค่าจริงมิอาจประเมินได้
Superman เป็นหนึ่งในปกรนัมแฟนตาซียุคใหม่ที่มีอายุเกือบ 100 ปีแล้ว ถือกำเนิดขึ้นในปี 1938 จากปลายปากกาของสองเพื่อนซี้ Jerry Siegel (เจอร์รี ซีเกล) ผู้แต่ง และ Joe Shuster (โจ ชูสเตอร์) ผู้วาดภาพประกอบ
“ซีเกล” และ “ชูสเตอร์” เป็นชาวยิวอพยพ ได้สร้างสรรค์ตัวละครนี้ขึ้นมาด้วยแรงบันดาลใจจากความรู้สึกของการเป็นคนชายขอบในสังคมอเมริกันช่วงวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (Great Depression) รวมถึงกระแสการต่อต้านยิว (Antisemitism) ภัยคุกคามจากระบอบฟาสซิสต์ และสงครามโลกครั้งที่สองที่กำลังคุกคามยุโรป
จากปกรนัม 3 พันปี สู่ พระเจ้าจำแลง
ในจุดเริ่มต้น “ซีเกล” ไม่ได้ให้รายละเอียดของซูเปอร์แมนมากนัก แต่เมื่อเวลาผ่านไป ตัวละครนี้มีพัฒนาการที่ซับซ้อนขึ้น และหน้าที่ของผู้แต่งได้จบลงทันทีที่รายละเอียดและสัญลักษณ์ในเรื่องราวเริ่มก่อตัว แล้วสร้างสัมพันธ์ใหม่กับผู้อ่าน-ผู้ชม
ในการวิเคราะห์ตัวบทหลายแห่งมองว่า Superman เกี่ยวพันธ์ลึกซึ้งกับวิธีคิดของชาวยิว-คริสเตียน ด้วยพื้นเพของเรื่องเกิดจากนักเขียนชาวยิวอพยพ ซึ่งในเบื้องต้นที่เริ่มตีพิมพ์เขาอยากให้เป็นนิยายวิทยาศาสตร์ของชายซึ่งถูกส่งมาจากดาวเคราะห์ที่วิทยากรสูงกว่าโลก ดังนั้นในการปรากฎตัวครั้งแรกของทารกถูกส่งมาจากดาวที่กำลังล่มสลาย เพื่อทำคุณประโยชน์ให้ดาวดวงใหม่ นัยหนึ่งเป็นภาพแทนของการอพยพจากแผ่นดินในยุโรปสู่โลกใหม่อย่างอเมริกา
ภายหลังจึงทราบว่า ทารก นั้น ชื่อ Kal -el (คาล เอล) ซึ่งแปลว่า เสียงของพระเจ้า ในภาษายิวฮิบรู (-el คำลงท้ายหมายถึง -ของพระเจ้า) ซึ่งเติบโตมาในครอบครัวชาวไร่ในดินแดนแคนซัส-เนบราสก้าที่ราบกลางของประเทศ (ในท้องเรื่องคือเมืองสมอลวิลล์) ซึ่งในหมู่ชนชาวอเมริกัน มองว่าดินแดนเหล่านี้คือเบ้าหลอมของวิถีอเมริกัน มาตั้งแต่การบุกเบิกประเทศ และขยายสู่ตะวันตก และในทางการเมืองดินแดนในเขตนี้นับว่ามีอุดมการณ์ประชาธิปไตยอนุรักษนิยม ซึ่งเป็นฐานเสียงของพรรครีพับลิกันในปัจจุบัน
Kal el จึงเป็นทารกที่เติบโตเยี่ยงอเมริกันในชื่อ “คลาร์ก เคนต์” แต่งกายอย่างชาวไร่อเมริกัน เติบโตและเข้าเมืองใหญ่ทำงานอย่างหนุ่มอเมริกันจากเมืองเกษตรกรรมในตอนกลางของประเทศ ก่อนจะเปิดเผยพลังที่แท้จริงว่ามีพลังกำลังเหนือมนุษย์ ประสาทสัมผัสไว วิ่งเร็วกว่าเสียง และบินได้อาจเร็วกว่าแสง (ตารังสีเอกซเรย์ และลมหายใจเยือกแข็งน่าจะตามมาภายหลัง) และจากการมีวีรกรรมช่วยเหลือผู้คนเขาถูกเรียกว่า Superman
เบื้องหลังของพลังเหนือมนุษย์นี้ ในทางปรัมปราคติ (Mythology) จะเหมือนปกรนัมของ “ฮีโร่” ของมนุษย์แทบจะทุกวัฒนธรรม นั่นคือ “ดวงอาทิตย์” ในท้องเรื่องอธิบายว่ารังสีของดวงอาทิตย์สีเหลืองที่ส่งถึงโลกแรงกล้ากว่าที่ดาวบ้านเกิด คือ คริปตรอน ทำให้มีการพัฒนาระดับเซลล์จนแข็งแกร่งเหนือใคร
ดวงอาทิตย์ เป็นแหล่งกำเนิดพลังของซูเปอร์ฮีโร่ในตำนานของมนุษย์มายาวนานกว่า 3-4 พันปี ซึ่งบุคคลเด่น ๆ ที่จะกลายเป็นต้นแบบให้ ต่อมานักวิเคราะห์ตำนานเปรียบเทียบมองว่ามี “กิลกาเมซ” วีรบุรุษของกลุ่มชนแถบชาวเมโสโปเตเมีย รวมถึงตำนานกรีก อย่างเอ็นคิดู และเฮราครีส (โรมัน-เฮอร์คิวลีส)
ซึ่งลักษณะของ กิลกาเมซ และ เฮอร์คิวลีส ยังส่งผลต่อเรื่องราวของวีรบุรุษในพระคัมภีร์ที่ใกล้เคียงกับ คาลเอล Kal el ที่สุด คือ “แซมซั่น” ทั้งด้วยชื่อและรูปลักษณ์
“แซมซั่น” เป็นวีรบุรุษอิสราเอล ถือกำเนิดระหว่างที่ชาวอิสราเอลขัดแย้งกับชาวฟิเลสเตีย ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนการสถาปนาสถาบันกษัตริย์ในอิสราเอลโบราณ โดยประมาณระหว่าง 1200-1020 ปีก่อนคริสตศักราช ยุคนี้มีลักษณะเป็นสมาพันธ์ชนเผ่าที่หลวม ๆ ซึ่งเผชิญกับภัยคุกคามอย่างต่อเนื่องจากผู้คนรอบข้าง และแซมซั่น (แซมสัน) ได้ออกเดินทางเพื่อทำภารกิจช่วยเหลือชาวอิสราเอล และฆ่าล้างชาวฟิเลสเตียไปมากมาย โดยอาศัยพละกำลังที่เหนือมนุษย์
แซมสัน ในภาษาฮิบรู หมายถึง “บุตรแห่งดวงอาทิตย์” (เชเมช หมายถึง “ดวงอาทิตย์”) ซึ่งในการตีความของชาวคริสต์มองว่า แซมสัน มีสถานะที่คล้ายกับพระเยซูคริสต์ คือ เป็นพระบุตรของพระเจ้า ซึ่งถือกำเนิดโดยมีเทวทูตมาแจ้งข่าวแก่มารดา และประทานลูกในท้องไว้ให้ กรณีพ่อแม่ของแซมสันพระคัมภีร์ระบุสองสามีภรรยาเป็นหมัน แต่ก็ตั้งท้องหลังเทวทูตมาแจ้งข่าว
เช่นเดียวกับทารก คาล เอล ที่ถูกส่งมาจากดาวคริปตรอน ให้กับคู่สามีภรรยา “มาร์ธ่า และ โจนาทาน เคนต์” ก็ไม่มีบุตร จึงรับเลี้ยงแล้วตั้งชื่อว่า คลาร์ก เคนต์ และในหมู่ชนคาทอลิกเชื่อว่าพระเยซูมีสถานะเป็นหนึ่งกับพระเจ้า จึงไม่แปลกใจที่การปรากฏตัวของซูปภายใต้แสงอาทิตย์และการล่องลอยบนฟ้าจะเสมือนการจำแลงรูปลักษณ์หนึ่งของพระเจ้าตามคติชนนิยม
ยังไม่รวมรายละเอียดปลีกย่อยที่มีการอ้างอิงระหว่างตำนานของผู้ที่มีพลังกำลังเหนือมนุษย์ เช่น จุดอ่อนอย่างแร่คริปโตไนต์ กับเหล้าองุ่น หรือการตัดผม ที่ทำให้แซมสันอ่อนแรง
บุตรพระเจ้า เป็นชาวอเมริกัน และเหล่าวายร้าย นาซี-โซเวียต
ภาพปรากฏในสื่อยุคใหม่ของ Superman ก่อนที่จะสวมผ้าคลุมมักเป็นชายในเสื้อลายสกอต หรือไม่ก็ในมาดนักข่าวสวมสูทตัวโคร่ง การพูดจาและการตัดสินใจในแบบพิทักษ์ประโยชน์ผู้อื่นวิถีฮีโร่อเมริกัน ซึ่งวิธีคิดของ Superman เกี่ยวพันกับการเมืองระหว่างประเทศตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง จนถึงสงครามเย็น
Superman ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง และทำให้สัญลักษณ์ S ที่หน้าอกหมายถึงความหวัง ความจริง และความยุติธรรม
“ซีเกล” ถ่ายทอดสถานการณ์สงครามในยุโรปผ่านเรื่องราว แต่จงใจดัดแปลงชื่อไม่ให้หมายถึงนาซีหรือฮิตเลอร์โดยตรง และไม่ให้เขาได้มีบทบาทอย่างเป็นทางการในการต่อสู้ แต่ซูเปอร์แมนก็เป็นสัญลักษณ์ของความหวังและความกล้าหาญในช่วงเวลาที่ยากลำบาก เขาเป็นตัวแทนของอุดมคติของความดีและความยุติธรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้คนต้องการในช่วงสงคราม

แม้กระทั่งในช่วงสงครามเย็นซึ่งเต็มไปด้วยสายลับการแฝงตัว ยิ่งเป็นวัตถุดิบใช้ดีในการถ่ายทอดอุดมการณ์เสรีนิยม สู้กับเผด็จการ และการทุจริต ซึ่งเป็นวิธีคิดที่อเมริกาต้องการส่งออกไปทั่วโลก
จนเมื่อไม่กี่ปีมานี้ มีการจินตนาการใหม่ (What if) ว่าถ้าเกิดยานของทารก Kal El ไปตกในโซเวียต และคลาร์ก เคนต์ โตมาในวิถีชาวรัสเซีย โลกจะเป็นอย่างไร (Superman Redson 2003)
แฟรนไชส์ ที่ประเมินมูลค่ามิได้
Superman เป็นฮีโร่ใหม่ของศตวรรษที่กลายเป็นต้นแบบให้กับวรรณกรรมประเภท Comic ยุคที่มีการสร้างตัวละครมาอีกหลายตัวเช่นในค่ายเดียวกันมี Wonder Woman, Batman และอื่น ๆ รวมถึงมีคู่แข่งที่สร้างมาคล้ายกันอย่าง Captain America ที่เกิดมาสู่กับนาซีโดยตรง ซึ่งทำให้เกิดประเภทของวรรณคดีแบบใหม่ ความบันเทิงรูปแบบใหม่ จักรวาลใหม่ ๆ ที่ขยายไม่รู้จบ
ในตอนแรกเริ่ม ซีเกลและชูสเตอร์ต้องดิ้นรนอย่างหนักเพื่อหาสำนักพิมพ์ที่สนใจเรื่องราวของพวกเขา ท้ายที่สุด พวกเขาก็สามารถขายสิทธิตัวละคร Superman ให้กับ Detective Comics, Inc. (ต่อมาคือ DC Comics) ในราคาเพียง 130 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นราคาที่น้อยนิดเมื่อเทียบกับมูลค่ามหาศาลที่ตัวละครนี้จะสร้างขึ้นในอนาคต ปัจจุบัน Superman ได้เติบโตเป็นหนึ่งในแฟรนไชส์สื่อบันเทิงที่ทรงอิทธิพลและทำเงินได้มากที่สุดตลอดกาล ไม่ใช่เพียงแค่หนังสือการ์ตูน ภาพยนตร์ Superman หลายต่อหลายเรื่องได้ทำรายได้มหาศาลทั่วโลก รวมถึงภาพยนตร์คลาสสิกอย่าง Superman : The Movie (1978) และภาพยนตร์ยุคใหม่ในจักรวาล DC Extended Universe
ซีรีส์โทรทัศน์ : ซีรีส์ Superman ทั้งแอนิเมชัjนและคนแสดง ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมาหลายทศวรรษ ตั้งแต่ Adventures of Superman ในยุค 1950s ไปจนถึง Smallville และ Superman & Lois ในยุคปัจจุบัน
วิดีโอเกม : มีวิดีโอเกม Superman ออกมามากมายในหลายแพลตฟอร์ม
สินค้าและของที่ระลึก : เสื้อผ้า ของเล่น ฟิกเกอร์ และสินค้าอื่น ๆ อีกนับไม่ถ้วนที่สร้างรายได้มหาศาลให้กับแฟรนไชส์นี้
โดยคร่าว ๆ แล้ว มูลค่าของแฟรนไชส์ Superman คาดการณ์กันว่ามีมูลค่ารวมกันสูงกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือกว่า 360,000 ล้านบาท)
มูลค่ารวมของแฟรนไชส์สื่อบันเทิงขนาดใหญ่ เช่น Superman เป็นเรื่องที่ซับซ้อนในการประเมิน เนื่องจากเกี่ยวข้องกับรายได้จากหลายแหล่ง ทั้งภาพยนตร์ โทรทัศน์ วิดีโอเกม สินค้าลิขสิทธิ์ และหนังสือการ์ตูน ซึ่งมีการสะสมมาเป็นระยะเวลากว่าแปดทศวรรษ
อย่างไรก็ตาม จากการรวบรวมข้อมูลและประมาณการจากแหล่งต่าง ๆ พบว่า ในปี 1988 นิตยสาร Time ได้ประเมินมูลค่ารวมของแฟรนไชส์ Superman ไว้ที่กว่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ [a]
เว็บไซต์ Wikipedia ที่รวบรวมข้อมูลแฟรนไชส์สื่อที่ทำรายได้สูงสุดทั่วโลก ได้ประมาณการมูลค่าของแฟรนไชส์ Superman ไว้ในกลุ่มที่ “มากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ” (More than $10 billion) ซึ่งเป็นการประเมินจากรายได้รวมที่มาจากทุกภาคส่วนของสื่อ [c]
ดังนั้น ตัวเลขที่ระบุว่า “สูงกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือกว่า 360,000 ล้านบาท)” จึงเป็นค่าประมาณการ
แหล่งอ้างอิงของมูลค่าแฟรนไชส์ :
[a] อ้างอิงจากข้อมูลการประเมินของนิตยสาร Time ในปี 1988 ซึ่งมีการกล่าวถึงในเว็บบอร์ดสนทนาของ CBR Community : “How much is Superman worth? – CBR Community”. Retrieved from https://community.cbr.com/threads/how-much-is-superman-worth.15155/
[b] ตัวอย่างข้อมูลรายได้รวมจากภาพยนตร์และสินค้าลิขสิทธิ์สามารถดูได้จากแหล่งต่าง ๆ เช่น Box Office Mojo หรือ The Numbers แต่การประเมินมูลค่าแฟรนไชส์ทั้งหมดจะครอบคลุมมากกว่ารายได้จากภาพยนตร์อย่างเดียว
[c] Wikipedia: List of highest-grossing media franchises.