เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

เงื่อนไขลงทะเบียนรถไฟฟ้า 20 บาท ผ่านแอปทางรัฐ 8 สาย 12 เส้นทาง

21 ก.ค. 2568 | 11:28น.
รถไฟฟ้า 20 บาท ตลอดสาย

รถไฟฟ้า 20 บาท ตลอดสาย

อัพเดตวันที่ 23 ก.ค.2568 เวลา 14.08 น.

เปิดเงื่อนไขลงทะเบียนรถไฟฟ้า 20 บาท ผ่านแอปทางรัฐ 8 สาย 12 เส้นทาง กทม.-ปริมณฑล เริ่ม 1 ต.ค.นี้

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงมาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาท (20 บาทตลอดสาย) ว่า ภายในวันที่ 1 ต.ค. 2568 ประชาชนจะได้ใช้มาตรการนี้อย่างแน่นอน โดยจะครอบคลุมโครงข่ายเส้นทางรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล จำนวน 8 สาย รวม 13 เส้นทาง ระยะทางรวม 276.84 กิโลเมตร ทั้งสิ้น 194 สถานี

นายสุริยะกล่าวว่า ทั้งนี้ วันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้ประชุมหารือร่วมกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และคณะทำงานรวมถึงภาคเอกชนผู้ได้รับสัมปทาน โดยในที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนข้อมูลต่าง ๆ เพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกัน ซึ่งทุกฝ่ายพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ และยินดีสนับสนุนพร้อมผลักดันมาตรการค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายให้เกิดผลสำเร็จ เพื่อให้ประชาชนได้ใช้บริการตามแผนที่กำหนดไว้

นายสุริยะกล่าวว่า สำหรับการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และ พ.ร.บ.การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. …. ในการจัดตั้งกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม จะเตรียมนำเข้าในสภา ภายในวันที่ 7 ส.ค.นี้ และจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ พร้อมกับออกกฎหมายลูกในการบังคับใช้ รวมถึงเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อไป

นายสุริยะกล่าวว่า ส่วนแหล่งเงินทุนหลังจากแก้ไข พ.ร.บ.ตั๋วร่วมแล้ว ทางการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จะนำรายได้สะสมส่งเข้ากระทรวงการคลัง และนำเข้ากองทุนภายใต้ พ.ร.บ.ตั๋วร่วม เพื่อนำเงินไปชดเชยส่วนต่างของรายได้ค่าโดยสารให้แก่ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าสายต่าง ๆ จากการเก็บค่าโดยสารในอัตรา 20 บาทตลอดสาย

ส่วนของมูลค่าการชดเชยนั้น จะประเมินจากจำนวนผู้ใช้บริการ ซึ่งจำนวนเงินชดเชยนั้นมั่นใจว่ามีเพียงพอในการใช้ดำเนินการ

ลงทะเบียนผ่านแอปทางรัฐ 25 ส.ค.นี้

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า วันที่ 25 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป เตรียมเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนใช้สิทธิมาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาท (20 บาท ตลอดสาย) ผ่านแอปพลิเคชั่น “ทางรัฐ” สามารถดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ iOS และ Android

ภายใต้เงื่อนไขว่าจะต้องเป็นบุคคลที่มีสัญชาติไทย โดยจะต้องระบุเลขที่บัตรประชาชน 13 หลัก บัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัตรโดยสาร (Rabbit Card ที่ลงทะเบียน) ที่จะใช้งานกับระบบรถไฟฟ้า ซึ่งบัตรที่ได้รับการยืนยันการลงทะเบียนจะได้สิทธิการใช้มาตรการโดยอัตโนมัติ หากไม่ลงทะเบียนจะต้องจ่ายค่าโดยสารในอัตราปกติ

อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าการลงทะเบียนดังกล่าวระบบจะไม่ล่ม เนื่องจากจะใช้รูปแบบคล้ายกับการเปิดให้ลงทะเบียนนโยบาย “ดิจิทัลวอลเลต” ที่มีผู้ลงกว่า 18 ล้านคน แต่ระบบสามารถรองรับได้

ทั้งนี้ ขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบว่า การลงทะเบียนใช้สิทธิมาตรการค่ารถไฟฟ้า 20 บาท ตลอดสายนั้น ทุกคนได้สิทธิอย่างเท่าเทียมและการลงทะเบียนไม่มีวันหมดอายุ โดยจะเริ่มลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป ซึ่งจะเริ่มมาตรการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ครอบคลุมโครงข่ายเส้นทางรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 8 สาย รวม 13 เส้นทาง ทั้งสิ้น 194 สถานี ระยะทางรวม 276.84 กิโลเมตร มั่นใจว่าเมื่อเปิดใช้มาตรการดังกล่าวแล้ว อัตราผู้โดยสารจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 20%

นายสุริยะกล่าวต่อว่า การใช้บริการมาตรการรถไฟฟ้า 20 บาท ตลอดสายนั้น ในระยะแรกจะใช้รูปแบบบัตร Rabbit Card สามารถใช้บริการได้ 4 สายคือ สายสีเขียว, สีทอง, เหลือง, ชมพู ขณะที่บัตร EMV Contactless (Visa/Mastercard) ตามเงื่อนไขธนาคารที่เข้าร่วมให้บริการที่กำหนด สามารถใช้บริการได้กับ 6 สาย คือ สายสีแดง, สีน้ำเงิน, ม่วง, ชมพู, เหลือง, แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (ARL)

ทั้งนี้ ในเบื้องต้นหากประชาชนผู้ใช้บริการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าข้ามสาย จะต้องถือบัตร 2 ใบ แต่ชำระค่าโดยสารเพียง 20 บาท ตลอดสายเท่านั้น ส่วนในระยะต่อไปจะนำเทคโนโลยีที่มีความเหมาะสมเข้ามาใช้ในการพัฒนาระบบ อาทิ การสแกนจ่ายด้วย QR CODE สแกนจ่ายค่าโดยสาร เพื่อเพิ่มความสะดวกต่อการใช้งานมากขึ้น

สำหรับมาตรการค่ารถไฟฟ้า 20 บาท ตลอดสาย ถือเป็นนโยบายเรือธงของรัฐบาล โดยพรรคเพื่อไทยและกระทรวงคมนาคม ซึ่งจะช่วยลดค่าครองชีพในการเดินทางให้กับพี่น้องประชาชน อีกทั้งยังเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะอย่างเท่าเทียม มีความปลอดภัย สะดวก รวดเร็ว และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ยังช่วยลดรถยนต์บนถนน ลดอุบัติเหตุ และมลพิษทางอากาศอย่างมีนัยสำคัญอีกด้วย

นำร่องรถไฟฟ้า 20 บาท สองสาย

ก่อนหน้านี้ได้นำร่องรถไฟฟ้า 20 บาทไปแล้วสองสาย ประกอบด้วย

สายสีม่วง

รถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม ทั้งหมด 16 สถานี ได้แก่

-คลองบางไผ่

-ตลาดบางใหญ่

-สามแยกบางใหญ่

-บางพลู

-บางรักใหญ่

-บางรัก

-น้อยท่าอิฐ

-ไทรป่า

-สะพานพระนั่งเกล้า

-แยกนนทบุรี 1

-บางกระสอ

-ศูนย์ราชการนนทบุรี

-กระทรวงสาธารณสุข

-แยกติวานนท์

-วงศ์สว่าง

-บางซ่อน

-เตาปูน

สายสีแดง

เส้นทางที่ 1 รถไฟฟ้าชานเมือง สายธานีรัถยา (กรุงเทพอภิวัฒน์-รังสิต) ทั้งหมด 10 สถานี

-บางซื่อ

-จตุจักร

-วัดเสมียนนารี

-บางเขน

-ทุ่งสองห้อง

-หลักสี่

-การเคหะฯ

-ดอนเมือง

-หลักหก

-รังสิต

เส้นทางที่ 2 สายนครวิถี (กรุงเทพอภิวัฒน์-ตลิ่งชัน) ทั้งหมด 7 สถานี

-บางซื่อ

-บางซ่อน

-บางบำหรุ

-ตลิ่งชัน

รูปแบบการชำระเงิน รถไฟฟ้า 20 บาท

การใช้งานบัตรโดยสารมีแยกตามรถไฟฟ้า ดังนี้

-บัตรแรบบิท ใช้กับรถไฟฟ้า 4 สาย คือ สายสีเขียว สายสีทอง สายสีเหลือง และสายสีชมพู

-บัตร MRT Plus ใช้กับรถไฟฟ้า 2 สาย คือ สายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง

-บัตร Europay Mastercard and Visa (EMV) Contactless Card ใช้กับรถไฟฟ้า 6 สาย ได้แก่ สายสีแดง (แดงเข้ม-แดงอ่อน), สีน้ำเงิน, สีม่วง, สีชมพู และสายสีเหลือง

-บัตร ARL สำหรับรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ (ARL)

ทั้งนี้ สามารถใช้บัตรโดยสารที่ใช้อยู่เดิมได้ เพียงแต่ต้องลงทะเบียนบัตรเหล่านั้น ผ่านแอปพลิเคชั่นทางรัฐก่อนจึงจะได้รับสิทธิ 20 บาทตลอดสาย โดยมีปีแรกของการใช้สิทธิจะยังไม่สามารถใช้บัตรข้ามสายกันได้ แต่ค่าโดยสารตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางที่มีการเดินทางข้ามสายจะไม่เกิน 20 บาท

ปีนี้ชำระเงินโดยใช้บัตรเหมือนเดิม ปีหน้าใช้ได้ผ่านแอปทางรัฐ

นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เผยว่า รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย จะให้ลงทะเบียนในแอปทางรัฐ

ซึ่งในปีนี้ยังใช้บัตรเหมือนเดิม แต่ปีหน้าจะสามารถใช้จากแอปทางรัฐได้ในรถไฟฟ้าทุกเส้น

ค่ารถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาท กับทั้ง 8 สาย ในปีแรกผู้โดยสารอาจไม่ได้รับความสะดวกมากนัก เพราะยังต้องใช้บัตรสองใบเดินทาง โดยบัตร EMV ใช้ได้กับ 6 สาย สีแดง ARL สีน้ำเงิน สีม่วง สีชมพู และสีเหลือง

ส่วนบัตร Rabbit ใช้ได้กับ 4 สาย สีเขียว สีทอง สีชมพู และสีเหลือง แม้ต้องใช้บัตรทั้ง 2 ใบเดินทางข้ามสาย ผู้โดยสารจะจ่ายสูงสุดไม่เกิน 20 บาท

การที่ให้ประชาชนลงทะเบียนผ่านแอป ทำให้ทราบได้ว่าประชาชนเดินทางข้ามสายใดบ้าง เพื่อให้ชดเชยรายได้ที่ถูกต้องกับผู้ประกอบการต่อไป

บัตรทุกอย่างที่ลงทะเบียนไว้แล้ว การที่รัฐได้ช่วยเหลือตั๋วธนบัตร เราจำเป็นต้องรู้ว่าคนคนนี้มีตัวตนมั้ย ซึ่งเวลาเราซื้อบัตรแรบบิทก็ต้องใช้บัตรประชาชนไปแลก ก็จะรู้เลยว่าเป็นใคร EMV ก็เช่นเดียวกัน บัตร ATM ก็รู้ว่าเราคือใคร บัตรเครดิตต่าง ๆ ก็เช่นกัน ภาครัฐต้องการทราบเฉย ๆ ว่าเราคือใคร เดินทางไปไหน

โดยในปีนี้ 20 บาทตลอดสาย เราจะลงทะเบียนผ่านแอปทางรัฐ แต่ในปีนี้ยังต้องใช้บัตร 3 ใบ บัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัตร Rabbit แต่ปีหน้าเราคิดว่าทำได้ ใช้จากโทรศัพท์มือถือแอปทางรัฐ ใช้คิวอาร์โค้ดได้เลยประมาณปลายปี อธิบดีกรมการขนส่งทางรางกล่าว

20 บาท ตลอดสาย

สุริยะยัน รถไฟฟ้า 20 บาทเพื่อประชาชน ปัดเอื้อนายทุน

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายว่า ตนเองขอยืนยันเรื่องนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย เป็นนโยบายตั้งแต่ต้นเข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

ซึ่งได้มีการเสนอนโยบายนี้ และเป็นนโยบายที่ทำให้ประชาชน ที่ขณะนี้แบกรับภาระในเรื่องค่าเดินทาง หรือรถไฟฟ้าขึ้นมาหลายต่อ เสียเงินจำนวนมาก และถ้าเราสามารถทำนโยบายนี้ให้สำเร็จ เรื่องการลดมลพิษ ฝุ่นละออง ก็จะเกิดขึ้น สำหรับแหล่งเงินได้มีการพูดคุยกับกระทรวงการคลัง และดูทั้งหมดแล้วว่าเราสามารถมีแหล่งเงินที่จะมาสนับสนุนในส่วนนี้ได้

เมื่อถามว่า จะใช้ปีละกี่บาท และเป็นเงินภาษีใช่หรือไม่ นายสุริยะกล่าวว่า เงินทั้งหมดนี้เป็นรายได้ที่ทางการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ส่วนหนึ่ง เมื่อประกอบการแล้วได้กำไร ก็นำเงินส่วนนั้นมาช่วย ซึ่งในเบื้องต้นคาดว่าประมาณปีละ 8,000 ล้านบาท

เมื่อถามว่า พรรคประชาชนอ้างว่าเป็นการทำเพื่อนายทุนนั้น นายสุริยะกล่าวว่า ถ้าท่านเห็น ตนเองก็ไม่อยากจะกล่าวหาพรรคประชาชน แต่ให้ไปดู เพราะพรรคประชาชนก็เสนอนโยบาย และต้องการทำแบบนี้เช่นกัน เป็นนโยบายเดียวกัน ดังนั้น จะบอกว่าเป็นการเอื้อนายทุน ตนเองขอชี้แจงว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับประชาชน และเลขาฯกฤษฎีกา ก็เคยบอกกับตนเองชัดเจนว่าเป็นนโยบายที่มองไปที่ประชาชนเป็นหลัก เรามองไปที่ประชาชน ไม่ใช่นายทุนแต่อย่างใด

เมื่อถามว่า ทำไมถึงยังไม่ได้ทำให้ครบวงจรนั้น นายสุริยะกล่าวว่า ทำทีละสเต็ป ซึ่งรถเมล์มีการศึกษาอยู่แล้วว่าจะมีกลไกอย่างไร ทำอย่างไรให้สามารถเพิ่มเงินอีกนิดหน่อย ไปใช้รถเมล์แอร์ได้ ซึ่งขณะนี้กำลังศึกษาเรื่องแหล่งเงินว่าจะต้องใช้งบประมาณปีละเท่าไหร่

เมื่อถามว่า จะเป็นการทำงบประมาณผูกพันทุกปีหรือไม่ ทำไมจึงไม่ทำให้ยั่งยืน หรือการออกกฎหมายออกมา นายสุริยะกล่าวว่า ในวันที่การประชุมคณะรัฐมนตรี เรามีการเสนอ 20 บาท ซึ่งในช่วงที่ชดเชย ทางกระทรวงการคลังบอกว่าอยากจะมองในระยะยาว

ซึ่งในระยะยาวมีการศึกษากันอยู่ และตอนนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาว่าจะทำในระยะยาว ส่วนจะเอาแหล่งเงินจากไหนเพื่อให้ยั่งยืน ซึ่งส่วนนี้อาจมีการศึกษาในเรื่องการเก็บภาษีรถติด ถ้าเกิดว่ารัฐบาลสามารถมีทางเลือกรถไฟฟ้าแต่ละเส้นให้สมบูรณ์แล้ว แต่ถ้าประชาชนบางส่วนยังคิดอยากจะใช้รถส่วนบุคคลอยู่ ก็มีการพิจารณาว่าจะเก็บภาษีส่วนนี้ได้อย่างไร ขณะเดียวกันก็จะดูประเทศต่าง ๆ ด้วย

เมื่อถามว่า สาเหตุที่ผลักดันเรื่องดังกล่าว เป็นเพราะใกล้เลือกตั้งใช่หรือไม่ นายสุริยะกล่าวว่า ไม่ใช่ เพราะตั้งแต่ต้นจะเห็นว่าประกาศเข้ามาว่าภายในวันที่ 1 ตุลาคม จะได้ใช้ ซึ่งไม่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง

ทักษิณชี้ ต้องลดค่ารถไฟฟ้า 20 บาท ให้ประชาชนเข้าถึงรถสาธารณะ

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งในการปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “ปลดล็อกอนาคตประเทศไทย สู้วิกฤติโลก พลิกเกมเศรษฐกิจไทย” และ “พลิกเกมเศรษฐกิจไทย สู่อนาคต” ว่าการลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ อย่างเรื่องไฟฟ้า วันนี้ตนอยากจะพูดยาวหน่อย วันนี้ถ้าเราใช้รถไฟฟ้า แต่ถ้าเป็นของจีนทั้งหมด เราเจ๊งก่อน แล้วจะทำอย่างไรถึงจะสร้างอุตสาหกรรมที่มีอีโคซิสเต็ม (Ecosystem) ของเรา ที่แข็งแรงแล้ว

โดยใช้โรงงานผลิตในประเทศไทย ใช้อุตสาหกรรมต่อเนื่องทางรถยนต์ ที่เรามีระบบที่ดีอยู่แล้วให้ได้ แล้วส่งเสริมไฟฟ้าอย่างจริงจัง มันเป็นเรื่องที่ควรต้องทำ เพื่อลดค่าใช้จ่ายให้ภาคประชาชน

นายทักษิณกล่าวต่อว่า สำหรับเรื่อง 20 บาทตลอดสาย สิ่งที่เราคิดวันนี้ต้องลดค่าจราจร ซึ่งตนเป็นคนเสนอสร้างรถไฟฟ้า 10 สาย ซึ่งปรากฏว่าคนยังใช้ไม่มาก เพราะไม่มีฟีดเดอร์ และวันนี้หากลดค่าบริการลงเหลือ 20 บาทตลอดสาย ทำให้ประชาชนสามารถใช้บริการได้ และนำรถเมล์เปลี่ยนเป็นฟีดเดอร์

เราจึงจะประสบความสำเร็จที่สุด เพื่อให้ประชาชนใช้ระบบสาธารณะ และรถราต่าง ๆ จะลดน้อยลง ขณะเดียวกันถนนใหญ่ ๆ ต้องทำถนนชาร์จไฟแบบไร้สาย ซึ่งต่างประเทศเขาทำกัน เพื่อนำเงินส่วนนี้มาเป็นเงินอุดหนุนให้กับคนทั่วไปที่ใช้รถสาธารณะ ซึ่งจะเร่งให้เสร็จภายใน 2-3 เดือนนี้

สร้างมูลค่าเพิ่มการอยู่อาศัย

นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ในฐานะนายกสมาคมอาคารชุดไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ค่ารถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ควรเป็นนโยบายสำคัญของทุกรัฐบาล ทำให้เป็นนโยบายถาวร มีแบบอย่างจากต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น บริษัทเจอาร์ (รถไฟฟ้าญี่ปุ่น) วิ่งอยู่ในวงแหวนรอบใน มีโซนซับเออร์เบิร์นที่เป็นแหล่งอยู่อาศัยรอบนอก รัฐบาลญี่ปุ่นอุดหนุนค่ารถไฟฟ้าให้มีราคาถูกลง เพื่อจูงใจคนไปอยู่อาศัยนอกเมือง ทำให้การอยู่อาศัยไม่กระจุกอยู่ในใจกลางเมือง เป็นลอจิกของเมือง

“ทุกวันนี้มีรถไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้างโครงการใหม่ ๆ ปลายทางอยู่ชานเมือง และมีคอนโดฯเกิดใหม่ หมู่บ้านแนวราบเก่าแก่อยู่ในตรอกในซอย แค่นั่งวินมอเตอร์ไซค์ออกมาที่สถานีรถไฟฟ้าก็ 20-30 บาทแล้ว ยิ่งมาเจอค่าโดยสารต่อเที่ยวตอนไปทำงานหรือเรียนหนังสือในเมืองก็ตกวันละ 200 บาท ทำให้อยู่ไม่ได้ คนกลุ่มนี้จึงขึ้นรถตู้ 30 บาท แล้วมาลงท่ารถที่อนุสาวรีย์ชัยฯ จากนั้นก็นั่งรถเมล์ต่อเข้าเมือง”

รัฐบาลใช้เงินอุดหนุนปีละ 8,000 ล้านบาท ซึ่งมองได้หลายมุม ส่วนตัวมองเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มของการอยู่อาศัยที่เป็นประโยชน์ ทำให้คนระดับกลาง-ล่าง มีกำลังซื้อที่อยู่ในราคา 3-5 ล้านบาท และเข้าถึงแมสทรานสิตได้

หากมองในแง่การสร้างแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจ รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายจะเปิดหน้าดินให้กับเส้นทางที่ผู้โดยสารเบาบาง เช่น รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง จะเป็นการจูงใจให้คนอยากมาอยู่แนวสายนี้มากขึ้น และทำให้อสังหาฯคึกคักเป็นเงาตามตัว จึงไม่อยากคิดชั้นเดียว ขอให้มองประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมที่จะเกิดขึ้นตามมาด้วย

“รัฐบาลเข้ามาซับซิไดซ์ ถือเป็นนโยบายที่ถูกต้องแล้ว เพราะรัฐต้องลงทุนสร้างระบบขนส่งมวลชนในเมือง สร้างเสร็จก็ส่งเสริมให้คนมาใช้ ซึ่งเป็นโมเดลที่รัฐบาลทั่วโลกทำกัน ถ้ารัฐบาลปัจจุบันได้ทำจริงจังก็ถือเป็นการปรับโครงสร้างการใช้สาธารณูปโภคภาครัฐไปด้วย” นายประเสริฐกล่าว

รถไฟฟ้า 20 บาท เพิ่มทางเลือกคนทำงาน

นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.แอสเซทไวส์ เปิดเผยว่า นับเป็นนโยบายที่ดีของพรรคเพื่อไทย ที่ตั้งใจมาลดค่าครองชีพประชาชน รถไฟฟ้าเป็นเมกะโปรเจ็กต์ที่รัฐลงทุนก่อสร้างหลายแสนล้านบาท ดังนั้น รัฐก็ควรส่งเสริมให้ประชาชนได้อยู่อาศัยใกล้ระบบราง

ทั้งนี้ มีมุมที่คนอาจไม่ได้นึกถึง จากข้อเท็จจริงที่แหล่งงานกระจุกตัวอยู่ในเมือง เช่น โซนสุขุมวิท โครงการที่อยู่อาศัยที่พอหาซื้อได้คือคอนโดมิเนียม แต่มีราคาแพง ห้องชุดไซซ์ 25 ตร.ม. ราคา ตร.ม.ละ 1.5 แสนบาท เท่ากับห้องละ 3.2 ล้านบาท

แต่ถ้ารัฐบาลทำให้ค่ารถไฟฟ้าถูกลง 20 บาท ตลอดสายจริง กำลังซื้อระดับกลาง-ล่างก็มีโอกาสเลือกซื้อคอนโดฯอยู่นอกเมือง ติดสถานีมีนบุรี ตก ตร.ม.ละ 8 หมื่นบาท คอนโดฯจะเหลือยูนิตละ 2 ล้านบาท ราคาต่างกันถึง 1 ล้านบาท

หรือถ้ามีเงิน 3.2 ล้านบาท ก็เลือกซื้อคอนโดฯชานเมือง เพราะค่าโดยสารถูกลงแล้ว ประชาชนก็จะได้คอนโดฯไซซ์ใหญ่ 2 ห้องนอน คุณภาพชีวิตต่างกันชัดเจน จึงอยากเชียร์ให้รัฐบาลทำได้สำเร็จ